ฤาท่านเลือกกุนซือจอม “ก้าวร้าว”?

29 August 2018
278 VIEWS

ผมคง “ไม่แตะ” เรื่องฝีมือ หรือผลงานในสนามทั้ง “อดีต” และ “ปัจจุบัน” ของโจเซ่ มูรินโญ่ นะครับในวันนี้

ประเด็นเพียงแค่อยากจะพูดถึง “พฤติกรรม” บางอย่างเฉย ๆ และต้องขออนุญาตแฟนปิศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ทุกคนด้วยว่า ผมไม่ได้มีเจตนาจะ “ลบหลู่” ดูแคลนสโมสร หรือแม้แต่ตัวมูรินโญ่ แต่อย่างใด เพียงแค่อยากนำเสนอ “มุมมอง” บางด้านเท่านั้นเองครับ

สืบเนื่องจาก “สัมภาษณ์” ชู 3 นิ้ว และพูดถึงอีก “ความหมาย” ที่ไม่ใช่แพ้ 0-3 ใส่ผู้สื่อข่าวในโอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมประกาศลั่นห้องแถลงข่าวว่า เค้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยมากกว่าอีก 19 กุนซือในลีกทำได้รวมกัน (2 ครั้ง)

พร้อมทิ้งท้าย respect, respect และ respect จำนวน 3 หนก่อนจะจ้ำออกจากห้องเพรสคอนเฟอเรนซ์ไปทันที

คำถามก็ง่าย ๆ แหละครับว่า การกระทำกับคำพูดนี้ “เคารพ” หรือ respect กุนซือคนอื่น ๆ ในลีกหรือไม่ หรือเป็นพฤติกรรมเหมาะสมหรือเปล่าที่พูดจาท่าทาง “ก้าวร้าว” ต่อผู้สื่อข่าว

จริง ๆ ตอบสัมภาษณ์เพียง “ด้านบวก” ของทีม หรือก็คือ ชื่นชมความมุ่งมั่นของนักเตะทั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มต้นยันสุดท้าย และให้เครดิตสเปอร์สที่ปิดสกอร์ได้ดี ขณะที่อาจโบ้ยจังหวะของทีมตัวเองที่ทำไม่ได้เอง

ก็น่าจะเพียงพอ เพราะฟุตบอลเพิ่งจะแค่ 3 นัด

คนดูฟุตบอลเป็นก็จะเห็นว่า แมนฯยูฯ ไม่ได้แย่อะไรขนาดจะแพ้ในบ้าน 0-3 ซึ่งเป็นสกอร์ที่ห่วยที่สุดในชีวิตกุนซือของมูรินโญ่

ประเด็น “ลีลา” ท่าทางข้างสนามก็เช่นกัน ผมไม่ได้หมายความว่า กุนซือที่ออกท่า ออกทาง ส่งเสียงด่าโวยวาย จะเป็นคนไม่ดี หรือทำสิ่งผิด ๆ นะครับ

คือมันก็เป็น “สีสัน” ให้เกมฟุตบอลได้ดี และหากทำแต่พองาม อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะช่วยบรรเทา “ความเครียด” ให้เหล่ากุนซือได้ปลดปล่อยบ้าง

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ในอีก “มุมมอง” สิ่งที่กำลังเกิดต่อหน้าในสนาม แท้จริงแล้วมัน “สะท้อน” จากโปรแกรมการฝึกซ้อม (Training Session) ของทีมตลอดสัปดาห์

เช่นเกมนี้ แมนฯยูฯ น่าจะเตรียมเล่น “หลัง 3” และปรับ 6 ตัวจากเกมแพ้ไบร์ทตัน เฉพาะอย่างใส่คู่เซนเตอร์ฯ, แบ็คขวา และคู่กลางลงมาใหม่

ทั้งหมดต้องได้ซ้อมด้วยกัน และลง “แท็คติกส์” สำหรับจะเจอสเปอร์สด้วยกันอยู่แล้ว

มันจึงไม่มีความจำเป็นต้อง “ตะโกน” สั่งอะไรข้างสนาม

นั่งเฉย ๆ และเอนจอยเกมไปก็ได้ เฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ “อะดรีนาลีน” นักเตะหลั่ง และสมาธิอยู่กับเกมจนแทบไม่ได้ยินอะไร

อย่างน้อย ๆ มี 2 โค้ชไทย: อ.หรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน และอาจารย์ผมเอง “โค้ชน้อย” อนันต์ อมรเกียรติ จะพูด และปฏิบัติในเรื่องนี้ให้เป็น “ตัวอย่าง” ในอีกด้านนะครับ

ทั้ง 2 ท่านจะมีบุคลิกภาพน่าเชื่อถือ ยืนนิ่ง ๆ หรือนั่งชมนิ่ง ๆ เพราะเชื่อในสิ่งที่เตรียมพร้อมมาแล้ว และให้นักเตะได้แสดงความสามารถ

โดยไม่ต้องมาเต้นแร้งเต้นกาตีปีกตะเบงเสียง

มันก็จะ “ดูดี” มีสไตล์ไปอีกแบบนะครับ

ส่วนตัวผมเขียนเรื่องนี้เพราะอะไร?

วิธีการพูดจาให้สัมภาษณ์หลังเกม และเนื้อหาที่พูดเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับเกมไหม? เหมาะสมหรือไม่?

มีอารมณ์ หรือเหมือน “หัวร้อน”? หรือพูดด้วย “สติปัญญา” ตรงประเด็นคำถาม

แบบไหนคือ สิ่งที่พวกเราเลือกจะสนับสนุน หรือดูเป็นแบบอย่าง

เช่นกัน พฤติกรรมข้างสนาม ผมไม่ได้พูดว่า “ผิด” หรือ “ถูก”

แต่พูดว่า ทุกอย่างตั้งแต่ลูกทุ่มยันฟรีคิก ถึงระบบการเล่น และกลยุทธ์ มันถูกเตรียมไว้หมดแล้วก่อนแข่งเป็นสัปดาห์

การจะมา “สั่ง” ข้างสนาม บางทีก็เหมือนท่าน “ล้มเหลว” กับสิ่งที่สั่งสอน และตระเตรียมมา!?

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า โค้ชที่นั่งนิ่ง หรือแอ็คชั่นพองามจะ “พอใจ” หรือทำได้ตามแผนเสียทั้งหมดนะครับ

พวกเค้าอาจเก็บเอาไว้ในใจก็เป็นได้ เพียงแต่มันทำให้ “ตีความ” ได้ว่า ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม และครรลองของแท็คติกส์ที่ได้เตรียมมา

และเพราะโค้ชเหล่านี้ “เชื่อ” ในสิ่งที่ซ้อมมาจน “ปฏิเสธ” การมาแก้ปัญหาหน้างาน

เฉพาะอย่างยิ่งหากต้องกระทำ “ทั้งเกม” 90 นาที

สุดท้าย “อำนาจ” อยู่ในมือท่านเอง ท่านจะเลือกรัก และสนับสนุนกุนซือสไตล์ไหน?