เก่ง ขยัน แถมเล่น “เป็นทีม”

“เหนือกว่า” สกอร์ไลน์ยิงกระจาย 6-1 ใส่เซาแธมป์ตัน พร้อม “สุดยอด” สถิติมากมายหลายประการในฟุตบอลแมตช์เดียวไม่ว่าจะ ครองบอล, ผ่านบอล, โอกาสทำประตู, ระยะทางการวิ่งของทั้งทีม ฯลฯ

ก็คือ การเล่นเป็นทีม!

เฉพาะอย่างยิ่ง “เกมรับ” ที่สไตล์ เป๊ป กวาร์ดิโอลา คือ รับตั้งแต่ “แดนบน” หรือใช้แท็คติกส์วิธี High Pressing ใส่คู่แข่ง และดันไลน์เกมรับขึ้นสูงถึงกลางสนาม

ด้วยความเชื่อว่า ยิ่งรับห่างจากปากประตูตัวเองเท่าไหร่ โอกาสเสียประตูก็ยากมากขึ้นเท่านั้น

โอกาสทำประตูก็จะสูงขึ้น เพราะบอลจะเล่นอยู่ในแดนคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

เกมกับเซาแธมป์ตัน “พิสูจน์” ความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี และผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ “ไฟนอลสกอร์” สวย ๆ เท่านั้น

แต่เป็น “ผลงาน” ในภาพรวมของทั้งทีมที่ “แชมป์เก่า” แมนฯซิตี้ ทำได้ในระดับเหนือชั้นจริง ๆ

ก่อนแมตช์นี้ แมนฯ ซิตี้ ทำสถิติเสียประตูเพียง 3 ประตูจาก 10 นัดที่ 3 นัดคือการเยือนยาก ๆ แอนฟิลด์, เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และเวมบลีย์

จะว่าไปแล้ว ซิตี้ก็เหลือเพียงเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด และสแตมฟอร์ด บริดจ์ เท่านั้นในซีซั่นนี้ ที่อาจจะดูยาก

ดังนั้น การทำได้ 100 คะแนน ยิง 107 ประตู และเสีย 27 ประตูผ่านชัยชนะ 32 นัด เสมอ 4 แพ้ 2 นัดฤดูกาลก่อนอาจเป็น “สถิติ” ที่ยากจะทำลาย

แต่อย่างน้อย สถิติการเสียประตู หรือ “เกมรับ” ผมเชื่อว่า ทีมเรือใบสีฟ้ามีโอกาสสูงมากจะทำลายสถิติปีก่อน

ทว่าจะทำได้ดีกว่า โจเซ่ มูรินโญ่ และเชลซี ฤดูกาล 2004/05 ที่เสียเพียง 15 ประตูได้หรือไม่?

ผมคิดว่า มีความสนใจมาก ๆ ครับ

ถ้าถามผมนะครับ ซิตี้จะทำลายสถิติของเชลซีข้างต้นได้สบาย หาก “ฆ่า” นิสัยการเสียประตูที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า consolation goal ให้ได้ซะก่อน

Consolation goal คือ ประตูที่เสียให้คู่แข่งตอนตัวเองนำแล้วเยอะ ๆ ในจังหวะ “เผลอไผล” ในเกม เช่น ท้ายแมตช์ หรือบางเสี้ยววินาทีระหว่างเกม

ทั้งที่ตัวเอง “ควบคุม” สถานการณ์ได้หมด ชนิดให้เตะอีก 10 วัน หรือ 100 ชั่วโมง คู่แข่งก็ไม่มีทางยิงได้ หากไม่พลาดซะเอง

เกมนี้น่าเสียดายที่ เอแดร์สัน ไม่สามารถรักษา “คลีนชีต” เป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันในลีกได้ เพราะ จอน สโตนส์ “เหม่อ” มองแต่บอล (ไม่ได้มองคน) นิดเดียวจน แดนนี่ อิงค์ส หลุดไปดวลกับนายด่านบราซิล และเรียกจุดโทษซึ่งเจ้าตัวลุกขึ้นมายิงตีไข่แตก 1-3 ได้สำเร็จ

ครับ ประตูลักษณะนี้ หรือหลายจังหวะหลุด ๆ เหมือนกันในครึ่งหลังตอนนำ 4-1 ที่เปิดช่องโหว่ง่าย ๆ ให้ลูกทีม มาร์ค ฮิวจ์ส หลุดมาป่วน สามารถนำมาซึ่ง consolation goal ได้

ผมเชื่อว่า หากนำน้อยหน่อย เช่น 1-0 หรือ 2-0 หรือยังเสมอกันอยู่ นักเตะซิตี้จะ “ระวัง” มากกว่านี้

จุดนี้เป็น “คาแรกเตอร์” ที่ควรปรับที่สุดสำหรับทีมชุดนี้ที่ยิ่งเล่นยิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

แต่แม้จะมีประเด็นเรื่อง consolation goal เกิดขึ้นอยู่ (บ้าง)

ซิตี้ทีมนี้ เล่นได้ “สมดุล” ทั้งรับ และรุก และจังหวะ transition จากรับเป็นรุก และรุกเป็นรับ ดู “เนียนตา” โดยเกมรุกจะได้ใบอนุญาตให้สลับตำแหน่ง 5 ตัวบนแบบอิสระ: ซาเน่, กุน, สเตอร์ลิง สนับสนุนด้วย แบร์นาโด ซิลวา และดาวิด ซิลวา

ขณะที่ริมเส้น เบน เมนดี้ และไคล์น วอล์คเกอร์ นั้นพร้อมเติม

ทิ้ง 2 เซนเตอร์แบ็ควัย 24 ปี: สโตน และลาปอร์ต กับเฟอร์นันโญ่ ไว้ปัดเป่า โดยอาจจะมีฟูลแบ็ค 1 คน “หุบใน” เข้ามาทำหน้าที่ inverted full-back เพื่อแบ่งเบาภาระแดนกลาง

รวมแล้วทำให้เกมรับจะมี 3-4 ตัวห้อยไว้ และเกมรุกจะมี 5-7 หรือ 8 คนบุกตะลุยได้เลย

ฟุตบอลซิตี้จึงดูสนุกครับ เพราะจะ “พับสนาม” เล่นในแดนฝ่ายตรงข้ามเสมอ และเสมือนมี “จำนวน” ผู้เล่นมากกว่าคู่แข่งเสมอ ๆ แถม “ทุกคน” เล่นตามแท็คติกส์ แต่ปรับ “ยืดหยุ่น” ได้โดย “ทดแทน” ตำแหน่งกันได้หมดในแดนบน

เหนือสิ่งอื่นใด คือ ขยันขันแข็ง ทำงานหนักกันทั้งทีม และทำอย่างเป็นระบบ

ครับ เมื่อ “คนเก่ง” ดัน “ขยัน” และสามัคคี มันก็จะหยุดยากแบบนี้แหละครับ



RELATED POSTS

Story

ปิดฉากสุดท้ายชีวิตนักฟุตบอลของโจ โคล

SPORTDesk. Team

โจ โคล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบรอบ 37 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเขาห่างหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์กีฬามาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่คราวนี้เขากลับมาครอบครองพื้นที่สื่ออีกครั้ง จากข่าวสารที่เขาเพิ่งประกาศออกมาว่ามันถึงเวลาแล้วที่้ต้องยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ หลังจากตรากตรำขับเคี่ยวบนสมรภูมิสนามหญ้ามาเป็นเวลา 20 กว่าปี

Thought

กองหน้า False 9, เบอร์ 9 ครึ่ง และ 10 ครึ่ง

ไข่มุกดำ

วันก่อนที่เขียนเรื่อง “กองหน้าต่างชาติที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก” (ไม่นับที่กำลังเตะอยู่) พาลได้พาดพิงไปถึงหลายคนแบบมี “นัยยะ” เหมือนกัน

Thought

Sarri Who ?

มาริโน่

ในยุคที่แทบไม่มีความลับใดหลงเหลือบนโลกใบนี้  การเปิดตัวเป็นกุนซือเชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่  จึงอาจดูไม่เซอร์ไพรส์ ไม่น่าแปลก