แข้งแห่งอนาคต : เดวิด เนเรส – แนวรุกขาล็อก

ผ่านมา 1 เดือน กับตลาดนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปี2019 แต่ก็ยังไม่มีดีลใหญ่ ๆ ให้รู้สึก “ว้าว” กันแบบที่ควรจะเป็น โดยบรรดาบิ๊กเนมที่ถูกคาดหมายว่าจะมีการย้ายทีม ก็ไม่มีใครย้ายทีมอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักคน นั่นยังรวมไปถึงบรรดาสตาร์ดาวรุ่งด้วย

ในตอนที่แล้วของ ซีรีย์ “แข้งแห่งอนาคต” เราได้พูดถึง มาไธจ์ส เดอ ลิกต์ กันไปแล้ว เขาเป็นสตาร์จาก อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ได้รับการจับตามองจาก ยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป และในทีมอาแย็กซ์ ชุดนี้ ยังมีนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองอีกหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็น่าจะมีชื่อของ เดวิด เนเรส อยู่ด้วย

และนั่น คือเรื่องที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้…เรื่องของ เดวิด เนเรส คนนี้

เนเรส เป็นใคร?

เดวิด เนเรส แคมโปส เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแดนหน้าของ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม วัย 22 ปี โดยปกติเขาจะเล่นในตำแหน่งปีก ซึ่งได้ทั้ง ซ้าย และขวา แต่ในบางเวลา เขาสามารถเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกได้ด้วย 

เนเรส มีพรสวรรค์ และ ความโดดเด่น ในการเล่นกับบอล เขาครองบอลได้ดี และไปกับบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่า เป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นแบบ “แซมบ้า” ขนานแท้และดั้งเดิม 

โดย เนเรส เริ่มฉายแววโดดเด่นมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน หลังช่วย อาแย็กซ์ ทำ 14 ประตู ในเอเรดิวิซี่ ลีก ก่อนที่จะแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ หลังเล่นได้อย่างโดดเด่น ทั้งกับลีกในประเทศ และฟุตบอลสโมสรยุโรป ซึ่งเขามีส่วนในการช่วยทีมคว้าแชมป์ลีก และ ไปถึงรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

นั่นเอง ที่ทำให้เขาเป็นที่หมายปองจากบรรดายักษ์ใหญ่จากยุโรป หลาย ๆ ทีม และยังมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล ว่าจะดึงตัวไปร่วมทีมด้วย

นำเข้าจาก เซา เปาโล

เนเรส เกิด และเติบโตในเมืองหลวงแห่งฟุตบอลบราซิล อย่าง เซา เปาโล แน่นอนว่า เหมือนกับเด็กบราซิลส่วนมาก ที่สร้างโอกาส และ อนาคตของตัวเอง มาจากฟุตบอล 

เขาหลงใหลกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่จำความได้ และเมื่อรู้ตัว เขาก็เล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง และถูกดึงตัวไปเข้าร่วมกับทีมเยาวชนของ เซา เปาโล ในเดือนกันยายน ปี 2007 เมื่ออายุได้ 10 ขวบเท่านั้น 

เขาเริ่มมีชื่อ และ เป็นที่จับตามอง ในอีก 8 ปีให้หลัง เมื่ออายุได้ราว18 ปี โดยได้โอกาส และถูกผลักดันให้ขึ้นมาเล่นกับทีม เซา เปาโล ชุดใหญ่ ในฤดูกาล 2016 ด้วย

ถึงแม้เขาจะได้ลงเล่นไปเพียง 8 นัด ในฤดูกาลนั้น แต่ เนเรส กลับทำได้ถึง 3 ประตู และด้วยฝีมือของทีมแมวมองจากสโมสร อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำให้ เนเรส ได้ก้าวสู่วิถีนักบอลยุโรปในที่สุด

เติบโตที่ อัมสเตอร์ดัม

ในช่วงแรกของการย้ายมาร่วมทีมยักษ์ใหญ่แห่ง เอเรดิวิซี่ ลีก เนเรส ถูกส่งไปปรับพื้นฐานที่ ยองก์ อาแย็กซ์ ทีมสำรองของ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเอร์สเต้ ดิวิซี่ ก่อนเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งที่นั่น เขาได้รู้จักกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมที่จะขึ้นมาแบกรับชะตากรรมของทีมในปัจจุบันอย่าง มาไธจ์ส เดอ ลิกต์, ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค และ ฮาคีม ซิเยค 

หลังจากลงเล่นกับ ยองก์ อาแย็กซ์ ได้เพียง4 นัด และทำไป 2ประตู เนเรส ก็ถูกส่งขึ้นไปเล่นกับ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ แต่กระนั้น เขาก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสการลงสนามมากนัก โดยทั้งฤดูกาล เขาได้เล่นไปแค่8 นัดในลีก แต่ก็ทำได้ถึง 3 ประตู

แต่ในฤดูกาลต่อมา ในฤดูกาล 2017-18 เนเรส แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว หลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักและได้ลงเล่นในเกม เอเรดิวซี่ ลีก ไปถึง 32 นัด และทำได้อีก 14 ประตู ช่วยให้ อาแย็กซ์ ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างสนุก และในฤดูกาลที่ผ่านมา เนเรส ก็ยังทำผลงานได้ดีสม่ำเสมอ ในวัย 22 ปี หลังลงเล่นไป 29 นัด ยิงไป 8 ประตูด้วย

ฉายแววล้ำ ในยุโรป

สิ่งหนึ่งที่ เนเรส พัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาลนี้ คือฟอร์มการเล่นในเวที ยุโรป ซึ่งกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เขาถูกจับตามองจากบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปด้วย

เนเรส พัฒนาจากที่ลงเล่นในเกมยุโรป และ ฟุตบอลถ้วยดัตซ์ คัพ แล้วแทบไม่มีบทบาทเท่าที่ควรในฤดูกาล 2017-18 มาเป็นคนที่เป็นกำลังหลักให้ทีมได้ในฤดูกาล2018-19 อย่างชัดเจน ซึ่งที่เห็นเด่นชัดก็คงจะเป็นเรื่องของประตู ที่เขาทำในทัวร์นาเมนต์อื่น นอกเหนือจากฟุตบอลลีก ถึง 4 ลูกในฤดูกาลนี้

นอกจากเรื่องของการทำประตูแล้ว เนเรส ยังมีบทบาทกับเกมอย่างชัดเจน ทั้งการป่วนแนวรับคู่แข่ง และกระทั้งลงไปช่วยเล่นในเกมรับ ซึ่งความทุ่มเทนี้เองที่กลายเป็นจุดเด่น ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายประทับใจ ซึ่งรวมไปถึง โค้ชทีมชาติบราซิล อย่าง ติเต้ ด้วย

เติมเต็มฝันในทีมชาติบราซิล

ความฝันของ เด็กชายชาวบราซิลเกือบทุกคนที่เล่นฟุตบอล หนีไม่พ้นการได้ติดทีมชาติบราซิล และ เนเรส ก็ทำความฝันของเขาสำเร็จ ในวัย 22 ปี เมื่อ ติเต้ เรียกเขาเข้าแคมป์กับทีมชาติบราซิล ชุดลุยศึก โกปา อเมริกา 2019 หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

อันที่จริงแล้ว ติเต้ เคยทดสอบฝีมือ เนเรส มาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วง พักเบรก ฟีฟ่า เดย์ เมื่อปลายเดือนมีนาคม โดยเขาเรียก เนเรส ติดทีมในช่วงวีคนั้น และตัดสินใจส่งเขาลงสนามในนามทีมชาตินัดแรก วันที่ 26 มีนาคม ในเกมพบกับ สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งในเกมนั้น เขาทำได้ 1 แอสซิสต์ ด้วย

และในฟุตบอลโกปา อเมริกา 2019 เขาก็ถูกเรียกติดทีมอย่างเป็นทางการ เป็นที่เรียบร้อย และได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม 2 เกมด้วย โดยเป็นตัวสำรองในเกมพบ กาตาร์ วันที่ 6 มิถุนายน และสามวันต่อมา เขาก็ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมพบกับ ฮอนดูรัส ด้วย และเกมนัดนี้ เขาก็ทำไป 1 ประตู ถล่มคู่แข่งไป 7-0 อีกต่างหาก

จากผลงานนั้นเอง ทำให้ในเกมเมื่อวันที่15มิถุนายน ที่ผ่านมา เนเรส ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในเกมนัดแรกของกลุ่มเอ ในฟุตบอลโกปา อเมริกา และช่วยให้ทีมเอาชนะ โบลิเวียได้ 3-0 ด้วย

เป็นเป้าหมาย หลายทีมในยุโรป

ปัจจุบัน เดวิด เนเรส ถือเป็นนักเตะอนาคตไกล ที่มีข่าวลือกับทีมยักษ์มใหญ่มากมาย โดยเฉพาะทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยเอ่ยปากชมเด็กคนนี้มาแล้ว ทำให้สโมสร “หงส์แดง” มีข่าวกับเขาอย่างหนักตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

โดยรองลงไปก็ปรากฏชื่อของ เชลซี ที่อยากจะได้นักเตะรายนี้มาร่วมทีมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี แอตเลติโก มาดริด และล่าสุด ก็มีชื่อของ เอฟเวอร์ตัน มาร่วมวงด้วยอีกทีม

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ตลาดนักเตะยังอีกยาวไกล และ ฟอร์มของนักเตะใน โกปา อเมริกา ก็มีผลสำคัญมากในการกำหนดค่าตัวนักเตะ ซึ่งอาจจะดึงดูดอีกหลายสโมสร มายื้อแย่งตัวเขาด้วยก็เป็นไปได้ หากเล่นได้ดีกับทีมชาติบราซิล ในทัวร์นาเมนต์นี้

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ก็คงต้องดูกันต่อไปเท่านั้น…



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

จิงเกอร์บอล จิงเกอร์เบลล์

ลูกแม่กิ่ง

รู้จักแลปแลนด์ไหมครับ แลปแลนด์ ไม่ใช่ดินแดนที่เต็มไปด้วยห้องแล็บทำการทดลองวิทยาศาสตร์หรอกนะ หากแต่เป็นดินแดนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ที่ตั้งอยู่บนเส้นอาร์กติกพอดิบพอดี

Story

การพเนจรอีกครั้งของฟลอเรส

SPORTDesk. Team

ย้อนเข็มนาฬิกากลับไปราวปี 2005 ชื่อของกีเก้ ซานเชส ฟลอเรส เริ่มเป็นที่สนใจในวงการฟุตบอล เพราะเขาเข้ามาคุมทีมสโมสรบาเลนเซีย อดีตต้นสังกัดของเขาสมัยที่ยังเป็นนักเตะหนุ่ม ณ ห้วงเวลานั้นกีเก้ ซานเชส ฟลอเรส เข้ามาคุมทีมแทนเคลาดิโอ รานิเอรี่ บนถิ่นเมสตาย่า สเตเดี้ยม

Story

มีพฤติการณ์อันเชื่อได้ว่า ‘แซะ’

SPORTDesk. Team

โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการที่มีคาเร็กเตอร์ ‘สุดขั้ว’ ต้องกระเด็นออกจากงานในการคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากแพ้ลิเวอร์พูลคู่แค้นชั่วกัลปาวสาน 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวกีฬาทั่วโลกในวันอังคารที่ผ่านมา ต่างเทใจโหมกระพื่อข่าวนี้แบบทุกซอกทุกมุม เรียกได้ว่า หากมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับมูรินโญ่นั้น สื่อมวลชนทุกแพลตฟอร์ม สามารถเอามา ‘จับแพะชนแกะ’ ได้ทุกทาง