เมื่อโควิด-19 ไม่มีความหมายสำหรับแฟนบอลเดนตายของ “เจ้าค้างคาว”

11 March 2020
72 VIEWS

แม้ บิเซนเต นาบาร์โร จะเป็นตัวแทนแฟนบอลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เข้าไปดูเกมระหว่าง บาเลนเซีย และ อตาลันตา ในเกม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกที่ 2 แต่เขาไม่สามารถส่งเสียงตะโกนเชียร์ หรือ โห่ใส่ทีมจากอิตาลีในเวลาที่พวกเขาครองบอลได้ เนื่องจากเขาเป็นเพียงแค่รูปปั้นที่ระลึกถึงแฟนบอลผู้สูญเสียดวงตาไปในวัย 50 เศษ แต่ยังมาชม(?)เกมในสนามไม่ว่างเว้น ก่อนที่จะจากไปในปีที่ผ่านมา

รูปปั้นของ นาบาร์โร เป็นเพียงผู้ชมคนเดียวในเกมดังกล่าว เพราะปัญหา โควิด-19 ที่เกิดขึ้นไปทั่วภาคพื้นยุโรปทำให้เกม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก หลายคู่ ถูกสั่งให้แข่งขันกันโดยไม่มีผู้ชมในสนามไล่ตั้งแต่ บาร์เซโลนา กับ นาโปลี, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับ ดอร์ทมุนด์, เชลซี กับ บาเยิร์น มิวนิค และคู่นี้ แต่นั่นไม่ได้หยุดความพยายามของแฟนบอลทีม “เจ้าค้างคาว” ที่หวังจะมาให้กำลังใจทีมรักของตัวเองเลย พวกเขามารวมตัวกันที่หน้าสนาม เข้าแถว ส่งเสียงเชียร์ และร้องเพลงจนจบการแข่งขันอยู่ดี

แน่นอนว่าเสียงเพลงที่ถูกส่งออกมาจากแฟนบอลเหล่านี้ จะดังเข้าไปถึงสนามไม่ยาก มันเป็นเสียงเพลงที่ต้องการแสดงออกมาเพื่อกระตุ้นให้สโมสรของเขาต้องไม่ยอมแพ้ แม้ในเลกแรกจากตามหลังไปก่อนถึง 1-4 ก็ตาม และพวกเขาก็เชียร์ทีมของพวกเขา แม้ว่าจะหลายคนจะไม่รู้สึกสถานการณ์ด้านใน และ แม้ว่าพวกเขาจะต้องปะทะกับตำรวจปราบปรามการจราจลจนเกือบจะมีเรื่องบานปลายใหญ่โตก็ตาม

แน่นอน ว่าจิตใจของพวกเขานั้น น่ายกย่อง แต่ การกระทำของพวกเขา อาจจะไม่!

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขของสเปน เคยออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือจากแฟนบอล เพื่อไม่ให้พวกเขามารวมตัวกันในจำนวนมาก นั่นทำไปเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส โควิด-19 ที่กำลังเป็นปัญหาระดับโลกในตอนนี้ และการเมินเฉยต่อคำขอนี้จากทางการ และมายืนเบียดกันชนิดแทบจะหายใจรดต้นคอแบบนี้ ถ้าเกิดมีใครสักคนที่ติดไวรัสดังกล่าวอยู่ในกลุ่ม มันจะกลายเป็นการแพร่กระจายครั้งใหญ่ของโรคแห่งนี้ และอาจจะไม่ใช่แค่เมืองบาเลนเซีย แต่มันอาจจะหมายถึงการแพร่กระจายไปทั่วแคว้นเลยทีเดียว

แน่นอนว่า ในตอนนี้ ย่อมยังไม่รู้ผลที่ตามมาของการร่วมแรงร่วมใจกันออกมาเชียร์ฟุตบอลหน้าสนามของแฟนบอล บาเลนเซีย ว่าจะมีการแพร่กระจายของ ไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมมากขึ้นหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ พวกเขาต้องอกหักจากเกมดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อย หลังเจอทีเด็ดของกองหน้าวัย 32 ปี อย่าง โจเซฟ อิลิชิซ ที่กดคนเดียว 4 ประตู และทำให้ยอดทีมจาก แบร์กาโม เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยสกอร์รวม 8-4

นอกจากนี้ อิลิซิช ยังทำสถิติใหม่ เป็นนักเตะอายุสูงสุด ที่ยิงประตูได้ 4 ลูก ในศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในเกมเดียวทำลายสถิติของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ยิง 4 ประตูในรายการนี้ ในเกมที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถล่ม อันเดอร์เลชต์ ในเดือนตุลาคม ปี 2013 โดยที่กองหน้าชาว สวีเดน ยิงไปตอนที่เขาอายุ 32 ปี 20วัน แต่ กองหน้าชาวบอสเนีย ทำลายสถิติไปด้วยอายุ 32 ปี 41 วัน

ถึงแม้แฟนบอลทีม “ค้างคาว” จะอกหักจากการมายืนเชียร์ที่หน้าสนาม แต่หลายฝ่ายก็หวั่นใจในพฤติกรรมที่อาจจะตามมาของแฟนบอลชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะในอิตาลี และ เยอรมนี ที่มีอัตราการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นจริง คราวนี้ น่าจะเรียกได้ว่า “หายนะ” แน่นอน