ผลกระทบโควิด-19 ยังไม่จบ และอาจกระทบทีมในพรีเมียร์ลีก

20 April 2020
24 VIEWS

ความเสียหายจาก โควิด-19 ต่อสโมสรในพรีเมียร์ลีกยังคงดำเนินต่อไป หลังจากการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมเรื่องการกลับมาเล่นต่อ นอกจากข่าวลือที่ว่าพวกเขาอาจจะได้กลับมาเล่นกันอีกครั้งในวันที่ 8 มิถุนายนนี้เท่านั้น เพราะการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สาระสำคัญเพียงแค่การยืนยันว่าจะไม่มีการ “ตัดจบ” ฤดูกาล และจะใช้เวลาราว 40 วันเพื่อจบฤดูกาล หลังจากพรีเมียร์ลีกกลับมาเตะกันอีกครั้งก็เท่านั้น

หลังจากมติการประชุมออกมา ก็มีบรรดาทีมเล็ก ๆ จากลีกที่รองลงไป โดยเฉพาะลีกวัน และ ลีกทู ก็ออกมาโวยถึงปัญหา “สายป่านสั้น” ของพวกเขา พร้อมเปิดเผยว่า สโมสรของพวกเขาอาจจะถึง “ตาย” ได้ ถ้ายังขึ้นมีคำสั่งให้รอกันต่อไปเพื่อเตะบอลฤดูกาลนี้ให้จบฤดูกาล เนื่องจากพวกเขาต้องจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะและทีมงานโดยไม่ได้ผลตอบแทน และเห็นว่าจะทนสถานการณ์นี้ต่อไปได้อีกไม่นานแล้ว

ข่าวดังกล่าวทำให้ อิงลิชฟุตบอลลีก หรือ อีเอฟแอล คิดหนัก เพราะถ้ายังขึ้นเป็นแบบนี้ต่อไป ฟุตบอลอาจจะตายทั้งระบบ ทำให้ตอนนี้เริ่มมีกระแสว่าทางลีกฟุตบอลอังกฤษ อาจจะพิจารณาตัดจบ ลีกรองทั้ง ลีกวัน และ ลีกทู ไปก่อน เพื่อบรรเทาปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการตัดจบที่ว่า ทาง อีเอฟแอล อาจจะต้องพูดคุยกับสโมสรสมาชิกอีกทีว่าจะตัดจบด้วยกฎเกณฑ์ไหน หรืออาจจะพิจารณาให้การแข่งขันเป็นโมฆะไปเลยก็ได้ แบบที่ อีเอฟแอล เคยทำกับการแข่งขันในเนชันแนลลีก และลีกรองลงไป

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนปัญหาการชักหน้าไม่ถึงหลัง จะไม่ได้เกิดกับแค่ทีมในลีกรองอย่างเดียวเสียแล้ว เมื่อมีรายงานว่า สโมสรในพรีเมียร์ลีก อาจจะต้องเสียเงินถึงราวสัปดาห์ละ 9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 366 ล้านบาท เพื่อรักษาทีมไว้ในช่วงเวลาที่รอคอยการแข่งขันกลับมา หลังจากลีกต้องถูกพักไปตั้งแต่ 11 มีนาคม จากการระบาดอย่างหนักของ โควิด-19 ในสหราชอาณาจักร จนทำให้มีนักเตะอย่าง คัลลัม ฮัดสัน โอดอย และรวมไปถึงหัวหน้าโค้ชอย่าง มิเกล อาร์เตต้า ด้วย

แน่นอนว่า สโมสรระดับท็อปบางสโมสรอาจจะเสียงเงินมากกว่านั้น แต่พวกเขาก็มีกำลังเงินที่แข็งแกร่งกว่าทีมระดับเดียวกันทีมอื่น ๆ พอสมควร และบางทีมก็มีสายป่านที่ว่ากันว่า ยาวพอที่จะใช้จ่ายในทีมต่อให้ไม่มีเกมเล่นเลยไปอีก 1 ปี เต็ม ๆ แต่กับสใมสรที่รองลงมานั้นต่างกัน เพราะเงิน 9 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์นั้นถือเป็นเงินมหาศาลทีเดียว

โดยรายงานล่าสุดจากอังกฤษ เปิดเผยว่า สโมสรที่ถือเป็น “ยักษ์ใหญ่” บางสโมสรในพรีเมียร์ลีก ก็หมุนเงินของพวกเขาที่ต้องใช้จ่ายค่าเหนื่อยนักเตะในทีมสัปดาห์ละหลายล้านปอนด์ไม่ทันเช่นกัน ทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจไปกู้เงินจากธนาคารมากถึง 100 ล้านปอนด์ หรือราว 4,064 ล้านบาท เพื่อไว้ใช้ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลที่แห่งการรอคอยนี้

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เล่นงานเกาะอังกฤษนั้น เสียหายเป็นรูปแบบปีรามิด โดยทางพรีเมียร์ลีกเองก็ต้องอยู่ในสภาวะเสียงที่อาจจำเป็นต้องจ่ายเงินคืนให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ทางทีวี ทั้ง สกาย สปอร์ตส์ และ บีที สปอร์ตส์ เป็นเงินถึง 762 ล้านปอนด์ หรือราว 3.1 หมื่นล้านบาท ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำให้พรีเมียร์ลีกจบในสนามได้ เพราะนั้นหมายความถึงการผิดสัญญาการถ่ายทอดสดไปถึง 92 นัด

ขณะที่สโมสรต่าง ๆ ก็พลาดการได้รับเงินสนับสนุนจากค่าสปอนเซอร์ และ ค่าโฆษณาต่าง ๆ ที่พวกเขาจะได้รับเมื่อฟุตบอลเตะและมีการถ่ายทอดสด

ดังนั้นพรีเมียร์ลีกไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหาทางทำให้ฤดูกาลนี้จบลงในสนามให้ได้ แม้ว่าพวกเขาอาจจำเป็นต้องบังคับให้นักฟุตบอลลงเตะในทุก ๆ 3 วัน เพื่อลงเล่นอีก 92 เกมที่ยังค้างคาให้จบลงใน 40 วันตามแผนที่ได้ประกาศออกมาหลังการพูดคุยเมื่อวันศุกร์นั่นเอง

ด้านสโมสรเอง ก็หาทางลดค่าใช้จ่ายของพวกเขาลง โดยในขั้นแรก มีบางทีมพยายามพักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่นักเตะ เพื่อให้พวกเขาไปรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษ แต่หลังจากที่ถูกกระแสคัดค้านอย่างหนักทำให้หลายสโมสรไม่กล้าทำตาม และเล็งผลักดันในการใช้ข้อตกลงในการลดค่าเหนื่อยนักเตะภายในทีมลง เพื่อจะได้นำเงินส่วนดังกล่าวไปลงกับค่าจ้างพนักงานแทน

แต่นโยบายหักเงินเดือน 30% ดูจะไม่เป็นที่ถูกใจต่อบรรดานักเตะ และสมาคมนักเตะอาชีพ หรือ พีเอฟเอ สักเท่าไหร่ พวกเขายังคงคัดค้านเรื่องนี้ ทำให้ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้น ที่พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากนักฟุตบอลในทีม โดย เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ วัตฟอร์ด เป็น 3 สโมสรที่มีนักเตะตัดสินใจไม่รับเงินเดือนในช่วง โควิด-19 ระบาด

ส่วนนักเตะ อาร์เซนอล ลดค่าเหนื่อยนักเตะลง 12.5% ส่วน นักเตะ เชลซี ก็ตัดสินใจในทิศทางเดียวกัน โดยยอมลดเงินเดือนลง 10% ด้วย

การลดค่าจ้างนักเตะลง 30% ในระยะเวลา 12 เดือน อาจจะประหยัดเงินให้บรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 500 ล้านปอนด์ หรือราว 500 ล้านปอนด์ หรือราว 20,250 ล้านบาท แต่นั่นหมายความว่ารัฐบาลอังกฤษจะพลาดภาษีมหาศาลถึง 200 ล้านปอนด์ด้วย ซึ่งเงินดังกล่าวอาจจะกำลังจำเป็นเพื่อเอามาช่วยหน่วยบริการสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ เอ็นเอชเอส ในการสู้กับโควิด-19 ต่อไป

แต่ที่สำคัญ กว่าจะถึงตอนนั้น จะมีสโมสรไหน “ล้ม หาย ตาย จาก” ไปก่อนหรือเปล่า?