xGreenwood : สถิติไม่ธรรมดาที่บอกว่า ‘เมสัน กรีนวูด’ คือนักเตะที่สุดยอด | by SPORTDesk. Team

6 July 2020
538 VIEWS

เมสัน กรีนวูด เพิ่งยิง 2 ประตูจากเท้าคนละข้างในเกมล่าสุดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่ม บอร์นมัธ. 5-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขายิงประตูที่เฉียบขาดออกจากเท้าทั้งสองข้าง และแสดงความน่าเกรงขามของการเป็นสัญชาตญาณกองหน้าออกมาอย่างเปี่ยมล้น การทำ 8 ประตูจากการลงเล่นเป็นตัวจริงให้ ยูไนเต็ด แค่ 7 นัด และสำรองอีก 19 นัดในฤดูกาลนี้ บวกกับทักษะการเคลื่อนที่ที่ปราดเปรียวและฉลาดหลักแหลม ทำให้เริ่มมีคนตั้งคำถามบ้างแล้วว่า ‘แมนยู’ จะต้องการ เจดอน ซานโซ ไปทำไม

ถึงตรงนี้ กรีนวูด กลายเป็นที่จับตามองในช่วง 2 นัดหลัง จากผลงานการยิง 1 จ่าย 1 ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน และ เบิ้ล 2 สกอร์ในเกมล่าสุด แม้จะไม่มีอะไรยืนยันว่าเขาจะเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่ดอกไม้ไฟที่ส่องแสงแล้วจางหาย แต่มันก็พอมีสถิติบางอย่างที่จะอธิบายความยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลนี้ได้ และอ้างอิงได้ว่า เขาอาจจะกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าหาใช่แค่พลุ หรือ ดอกไม้ไฟ เท่านั้น

การอธิบายทางสถิตินี้มีชื่อย่อ ๆ ว่า xG ซึ่งเป็นตัวย่อของ Expected Goals ซึ่งแปลตรงตัวคือ การคาดการณ์ประตู โดยหลักการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่ อ็อปตา (OPTA)  แหล่งรวบรวมสถิติฟุตบอลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ได้ทำการวิเคราะห์การทำประตูกว่า 300,000 ช็อต เพื่อคำนวณโอกาสในการทำประตูจากตำแหน่งที่แน่นอนในสนามในช่วงระยะเวลาหนึ่งของการเล่น การคำนวณนี้ คำนึงถึงตัวแปรหลายปัจจัยรวมถึงรูปแบบของการแอสซิสต์ ไม่ว่าจะมาจากศีรษะ หรือว่าเท้า ซึ่งต้องเอาไปคำนวณรวมกับระยะทางจากปากประตูมาถึงตำแหน่งที่นักเตะยิงด้วย และมันจะออกมาเป็นคะแนน xG ซึ่งคือ ประตูที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อใส่โอกาสยิงทั้งหมดของนักเตะคนหนึ่ง ๆ เข้าไป

สิ่งที่ทำให้ xG หรือ ความน่าจะเป็นประตูจากการคำนวณของอ็อปตา กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมันเป็นการคาดการณ์จำนวนประตูที่ผู้เล่นน่าจะทำได้เมื่อเทียบจากโอกาสซึ่งมีหลักการทางสถิติมากกว่าการคาดการณ์โดยใช้บัญญัติไตรยางค์และความน่าจะเป็นแบบในปัจจุบัน ยกตัวอย่างอย่าง ลิเนล เมสซี แม้เขาจะยิงไปแล้ว 22 ประตูในลาลีกา แต่ 5 นัดหลังเขายิงได้แค่ประตูเดียว เมื่อเอาจำนวนโอกาสมาคำนวณเป็น xG ตัวเลขของเขาก็จะต้องไม่สวยงามตามไปด้วย

ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงโอกาสยิงทั้ง 31 ครั้งของเมสัน กรีนวูด ที่ถูกพล็อตไว้ในการคำนวณ xG เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากทั้ง 31 ครั้ง ระบบจะคำนวณความน่าจะเป็นจากประตูที่ควรจะได้ ซึ่งผลคือ xG ซึ่งจากโอกาสทั้งหมดนี้จริง ๆ แล้ว ควรมีประตูเกิดขึ้นราว 2.4 ประตูเท่านั้น (xG = 2.4) แต่กรีนวูด กลับยิงได้ถึง 8 ประตู เมื่อเอา จำนวนประตูตั้งหารด้วยค่า xG เท่ากับว่า ไอ้หนูวัย 18 คนนี้ ทำประตูได้มากกว่าที่ระบบคาดการณ์ถึง 3.3 เท่า

แต่จะแปลกใจกันไหมถ้าบอกว่า นี่คือตัวเลขที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ด้วย!

อัตรา 3.3 เท่าตัวเหนือกว่าค่า xG คือตัวเลขที่ดีที่สุดในขณะนี้ของพรีเมียร์ลีกและตัวเลขนี้ของเจ้าหนูวัย 18 มันยังทิ้งห่าง คนที่มีค่าสถิติ xG ดีที่สุดเป็นอันดับ2 อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ อย่างไม่เห็นฝุ่น โดยเพลย์เมกเกอร์เบลเยียม ทำไปแล้ว 11 ประตู จากค่า xG (ความน่าจะเป็นประตูจากการคำนวณของอ็อปตา) ที่ 6.8 ประตู ทำให้เขามีอัตราการทำประตูเหนือกว่าค่า xG อยู่ที่ 1.62 เท่าตัว เท่านั้น โดยที่ 3 คือ ริยาก มาห์เรซ 1.58 เท่าตัว และ ที่ 4 ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง 1.54 เท่าตัว ตามลำดับ

ในทางกลับกัน เมื่อดูตัวเลขของ เตมู ปุกกิ ซึ่งก่อนหน้านี้ตอยที่เขายิงได้ 6 ประตู เขามีค่า xG ที่ 2.3 เมื่อคำนวณออกมาแล้วเท่ากับว่าเขาทำประตูเหนือกว่าค่า xG อยู่ 2.6 เท่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปตอนที่เขายิงได้ 8 ประตู ค่า xG ของเขาก็ขึ้นมาเป็น 4.8 และอัตราการทำประตูเมื่อเทียบกับค่า xG ของเขาก็ลดลงมาเหลือแค่ 1.66 เท่าตัว และเมื่อยิงได้ 11 ประตู อัตราการทำประตูของเขาก็เหลือแค่ 1.07 ประตูเท่านั้น

อีกตัวอย่างคือแทมมี่ อบราฮัม เขามีอัตราการทำประตูเป็น 2.63 เท่าของค่า xG ในช่วงเปิดฤดูกาล เมื่อทำ 7 ประตู แต่ฟอร์มของเขาก็ย่ำแย่ลง เมื่อทำประตูที่ 8 ได้ อัตราการทำประตูของเขาก็ลดลงมาเหลือเพียง 1.79 เท่าของ xG โดยตอนนี้เขายิงไป 13 ประตู อัตราการทำประตูของเขาก็ลดลงมาเหลือเพียง 0.88 เท่าจากค่า xG เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การวัดด้วยค่า xG มันเป็นเพียงการวัดจากตำแหน่งการจบสกอร์เท่านั้น โดยระบบจะคำนวณว่าการจบสกอร์ ณ จุดไหนมีโอกาสทำประตูได้มากที่สุด แต่มันไม่สามารถวัดคุณภาพของการจบสกอร์ของกองหน้าคนนั้น ๆ ได้ ซึ่งการจบสกอร์ที่ดี และการยิงได้ทั้ง 2 เท้าของกรีนวูด ยิ่งเป็นตัวช่วยในการฉีกอัตราของ xG ให้มากขึ้นไปอีก นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเรื่องของการเคลื่อนที่อันชาญฉลาดของเขาที่เราได้เห็นมาตลอด 2 นัดหลัง ซึ่งยังส่งเสริมให้เขาได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการจบสกอร์ด้วย

นับจาก พอล สโคลส์ ในปี 2002 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรออีกเกือบ 20 ปี กว่าจะมีนักเตะจาก อคาเดมี ที่ยิงครบ 20 ประตูในฤดูกาลเดียวให้ ”ปีศาจแดง” อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด โผล่มา แต่ กรีนวูด อาจจะกลายเป็นคนล่าสุดที่ลบสถิติของ “แรช” อย่างรวดเร็วก็ได้ เพราะตอนนี้เขาต้องการอีกแค่ 5 ประตูจาก 11 นัดที่เหลือของ ยูไนเต็ด รวมทั้งใน เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก แล้ว

และถ้าเขาทำได้ มันจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1964-65 ที่ ยูไนเต็ด มีนักเตะในทีมที่ยิงถึง 20 ประตู รวม 3 คนขึ้นไป โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น นักเตะ 3 คนที่ยิงได้ทะลุ 20 ประตูในปีนั้นคือ เดนนิส ลอว์ 39 ประตู, เดวิน เฮิร์ด 28 ประตู และ จอห์น คอนเนลลี 20 ประตู

มารอดูกันว่า นักเตะที่มีความสามารถ “ไร้ขีดจำกัด” ตามคำนิยามของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คนนี้ จะทำประตูสวย สร้างสถิติ หรือ ความยิ่งใหญ่อะไรให้เราได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้…หรือไม่?