สัญญา “สันติ” ของบรรดาสโมสรพรีเมียร์ลีก

15 April 2020
9 VIEWS

โควิด-19 แม้จะเป็นหายนะของมวลมนุษยชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้เราได้เห็นอะไรที่เราอาจไม่คาดคิดว่าจะเห็น อย่างเช่นในแง่มุมดี ๆ ของการร่วมแรงร่วมใจกัน ความล้มเหลวของชาติยักษ์ใหญ่ และความสำเร็ขจองชาติเล็ก ๆ มากมาย และหากมองไปถึงโลกกีฬา เราก็ไม่น่าจะเคยเห็นการเป็น “อัมพาต” ขนาดนี้ในวงการมาก่อนถ้าเกิดไม่ทันสงครามโลกครั้งที่สอง และเชื่อว่า คนที่ทันการอัมพาตทางกีฬาในสงครามโลก ที่ได้มาเห็นโอลิมปิก และฟุตบอลลีกเลื่อนอีกครั้งก็คงมีไม่มากแล้ว

อีกหนึ่ง “ของแปลก” ที่เกิดขึ้นเพราะ โควิด-19 เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อ สโมสรในพรีเมียร์ลีก และ เดอะ แชมเปียนชิพ เตรียมจะเช็นสัญญาป้องกันการเกิดสงคราม หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นสัญญา “สันติภาพ” ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า พวกเขาจะไม่ “ยุ่ง” และ “ฉวยโอกาส” ในการฉกผู้เล่นของทีมอื่นในช่วงที่พวกเขาจะเดินหน่าลดเงินเดือนนักเตะเนื่องจากผลพวงของ โควิด-19

รายงานจากอังกฤษ เปิดเผยว่า สนธิสัญญาสันติภาพฉบับนี้ เป็นหนึ่งในมาตรการหลายอย่างที่ผู้บริหารหลายคนรู้สึกว่าอาจจำเป็นต้องมีการร่วมมือร่วมใจ หากนักฟุตบอลที่ถูกลดเงินเดือนไม่พอใจ จนรู้สึกโกรธเกรี้ยวและขู่ว่าจะออกจากสโมสรเพื่อไปร่วมทีมคู่แข่งเนื่องจากการลดเงินเดือนที่อาจเกิดขึ้น โดยการสนทนาเกี่ยวกับการลดเงินเดือนนักเตะยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน หลังมีการบรรลุข้อตกลงในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่การดำเนินการจริง ๆ นั้นเหมือนจะยังไม่เป็นรูปไม่เป็นร่างก็ตาม

ต้องเข้าใจก่อนว่า แต่ละทีมในพรีเมียร์ลีก “สายป่าน” ยาวไม่เท่ากัน และเหมือนกับกรณีการลดค่าจ้างผู้บริหาร และ พักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่นักที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ละสโมสร ก็ไม่ได้เลือกที่จะใช่มาตรการดังกล่าวในรูปแบบเดียวกัน เรียกได้ว่า ทีมไหน “เจ็บหนักกว่า” ก็ต้องทำอะไรก่อนบ้าง และสำหรับทีมที่ “เงินหนา” ไม่เดือดร้อนอะไร ก็ประกาศออกมาชัดเจนว่า จะไม่มีการลดเงินเดือนใครในทีมแบบ แมนเชสเตอร์ ซิตี เป็นต้น

นั่นหมายความว่า การสั่งตัดเงินเดือนนักเตะ 30% แบบที่ตกลงกันก่อนหน้านี้ เป็นสิทธิ์ชอบธรรมที่ “ตอนนี้” ทีมในพรีเมียร์ลีกสามารถคุยกับนักเตะอย่างจริงจัง และ บังคับใช้ได้จริง ๆ ส่วนนักเตะจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง แต่ในทางกลับกัน ก็จะมีสโมสรที่ “ไม่เดือดร้อน” และไม่จริงจังกับการตัดเงินนักเตะอยู่เช่นกัน เพราะพวกเขาสายป่านยาวพอ ทำให้ถ้ามีสโมสรใดสโมสรหนึ่ง เลือกจะใช้วิธีการประหยัดด้วยการไปลงกับนักเตะก็มีโอกาสที่นักเตะจะขู่ย้ายทีมออกมา

การทำสนธิสัญญาสันติภาพฉบับนี้ มีไว้เพื่อการันตีว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น และสโมสรในพรีเมียร์ลีก จะไม่ฉกนักเตะกันเองถ้านักเตะขู่จะย้ายทีมจริง แต่ปัญหานี้อาจจะไม่จบง่าย ๆ เพราะนักเตะมีที่ไปมากกว่านั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องขู่ย้ายทีมเฉพาะในพรีเมียร์ลีกอย่างเดียว ในเมื่อลีกต่าง ๆ ในยุโรปก็ยังเป็นทางเลือกให้พวกเขาได้ โดยเฉพาะนักเตะฝีเท้าดี ก็น่าจะเป็นที่ต้องการในตลาดยุโรปไม่ยาก

นอกจากนี้นักเตะเองก็ไม่ไว้ใจสโมสรของพวกเขาอยู่แล้ว เพราะการที่พวกเขาและ พีเอฟเอ หรือ สมาคมนักเตะอาชีพ ออกมาต่อต้านการหักเงินของบรรดาสโมสรต่าง ๆ หาใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วยเหลือสโมสร หรือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากแต่พวกเขาต้องการความชัดเจนว่า เงินที่หักจากพวกเขาราวคนละ 30% นั้น จะถูกเอาไปใช้ “ที่ไหน” และ “อย่างไร” นักเตะอยากรู้ว่า มันจะช่วยเชฟเพื่อร่วมงานของพวกเขาที่ไม่ใช่นักเตะจริงไหม และมันจะไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่หน่วยงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ เอ็นเอชเอส จริงหรือเปล่า

ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่า บรรดานักเตะไม่ได้ใจแคบ และอยากช่วยเหลือทุกคนในการต่อสู้กับโควิด-19 คือการเดินหน้าโครงการ #PlayersTogether ที่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พูล เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งได้รับการตอบรับจากเพื่อนนักฟุตบอลอย่างสวยงาม ในการบริจาคเงินช่วยเหลือ หน่วยงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติ ที่กำลังต่อสู้กับโควิด-19 แทนคนอังกฤษทั่วประเทศ

ผู้บริหารคนหนึ่งของสโมสรใน เดอะ แชมเปียนชิพ อธิบายว่า “เราอาจจะจบลงด้วยสถานการณ์ที่สโมสรทั่วทุกแห่งละเมิดสัญญาและผู้เล่นสามารถพูดได้ว่า‘ถูกต้องฉันจะย้ายไปที่อื่นเว้นแต่คุณจะจ่ายเงินให้ฉัน’

“เพื่อพยายามหยุดสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นมีการพูดคุยกันแล้วว่าสามารถให้ทั้ง สโมสรจาก แชมเปียนชิพ และ พรีเมียร์ลีก ลงนามในสัญญา เพื่อจะได้รับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนี่จะเป็นข้อตกลงที่พวกเขากล่าวว่าพวกเขาจะไม่ใช้ประโยชน์จากวิกฤติที่จะนำผู้เล่นจากคนอื่น

“มันอาจเป็นการสำรวจในขั้นตอนนี้ แต่มันอาจจะต้องได้ผลถ้าสถานการณ์แย่ลงไปมากกว่านี้”

สัญญาฉบับนักกล่าวอาจจะเป็นเหมือน “ดาบสองคม” ที่อาจจะรั้งนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป หรือสามารถบีบพวกเขาจนไม่ให้มีทางเลือกและอาจจะเลือกย้ายหนีลีกอังกฤษไปเลยก็ได้ ในเมืองไม่สามารถย้ายไปร่วมงานกับทีมอื่นได้ และนั่นอาจจะทำให้ลีกอังกฤษ อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว

จะดีกว่าไหม ถ้าสโมสรเลือกใช้ไม้อ่อน ขอความร่วมมือกับนักเตะดี ๆ และอธิบายอย่างโปร่งใสว่าเงินที่หักจากพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง

บางที…นักเตะก็ไม่น่าจะใจร้ายขนาดนั้นหรอก…