เทียบสถิติต่อสถิติ – เชลซี ดวล แมนฯ ซิตี้

ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ของพรีเมียร์ลีก นัดที่ 16 ประจำสุดสัปดาห์นี้ เป็นเกมที่มีความหมายอย่างยิ่ง เมื่อเชลซี ที่เพิ่งสะดุดแพ้เมื่อกลางสัปดาห์มา ต้องมาเจอกับจ่าฝูง แมนฯซิตี้ ที่กำลังร้อนแรงสุด ๆ และนี่คือการเปรียบเทียบสถิติที่น่าสนใจตำแหน่งต่อตำแหน่งของนักเตะคีย์แมนทั้ง 2 ทีม และสถิติต่อสถิติในทุกแง่มุม ก่อนเกมในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม เวลา 00.30 น.

 

การยิงประตู

สำหรับในคำแหน่งแนวรุก ต้องถือว่า 15 นัดที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าเชลซีชัดเจนจากจำนวนประตูที่ผลิตได้ โดยแมนฯ ซิตี้ยิงไปแล้ว 45 ประตู ขณะที่เชลซียิงไป 31 ประตู โดยเซร์คิโอ อเกวโร่ คือดาวยิงสูดสุดของแมนฯซิตี้ในฤดูกาลนี้ หลังจากซัดไปแล้ว 8 ประตู ขณะที่ เชลซี พึ่งพาอัลบาโร่ โมราต้าและโอลิวิเยร์ ชิรูด์ในการผลิตสกอร์ไม่ค่อยได้ ทำให้เอเด็น อาซาร์เป็นคนที่ยิงสูงสุดให้กับทีมที่จำนวน 7 ประตู

นอกจากนี้ แมนฯซิตี้ ยังมีหน่วยสนับสนุนอย่างราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ยิงไปแล้ว 8 ประตู เท่าๆกับ “เอล กุน” ด้วย และยังมี เลรอย ซาเน่ ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตูอีกต่างหาก

 

การแอสซิสต์

สำหรับการแอสซิสต์ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับแนวรุกของทั้ง 2 ทีม เพราะหมายถึงการสอดประสานงานกันอย่างลงตัวในเกมรุก โดยหากเทียบสถิติของทั้ง 2 ทีม ต้องบอกว่า คนที่เป็น “top assist” โดยรวมของแมนฯ ซิตี้ดีกว่า นั่นคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 6 ครั้ง เท่า ๆ กับ เอเด็น อาซาร์ของฝั่งเชลซี ที่แอสซิสต์ให้เพื่อนพังประตูได้ไปแล้ว 6 ครั้งเช่นกัน, แต่ เรือใบสีฟ้ายังมีอาวุธลับอย่าง เมนจามิน เมนดี้ (เกมนี้อาจจะลงไม่ได้) และ เลรอย ซาเน่ ที่ ช่วยกันส่ง-จ่าย-ครีเอทโอกาสให้เพื่อนพังประตูได้อีกคนละ 5 ครั้ง

 

การจ่ายบอล

การจ่ายบอลสำเร็จนั้น ก็เพื่อบ่งบอกถึงการครองเกม และสามารถคอนโทรลเกมได้โดยรวม และต้องถือว่านับตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมา เชลซีมีการผ่านบอลที่จำนวนครั้งมากกว่า เพราะ Top5 ของลีกตอนนี้ มีนักเตะเชลซีติดอันดับเข้ามาถึง 3 คน นั่นคือ อันดับ 1 จอร์จินโญ่ 1,324 ครั้ง, อันดับ 3 อันโตนีโอ รูดิเกอร์ 1,235 ครั้ง และ อันดับ 5 ดาวิด ลุยซ์ 1,136 ครั้ง

ขณะที่ แมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มี อายเมริก ลาปอร์ต ที่ติด Top5 เข้ามา อยู่ที่อันดับ 2 โดยกองหลังฝรั่งเศส จ่ายบอลไป 1,266 ครั้ง

 

การเข้าสกัด

สถิติการเข้าสกัดนั้น คนที่เป็นตำแหน่งท็อปสุดของทั้ง 2 ทีม คือ เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ที่เข้าสกัดบอลได้มากถึง 34 ครั้ง, อันดับ 2 คือ มาร์กอส อลอนโซ่ 30 ครั้ง อันดับ 3 คือเอ็นโกโล่ ก็องเต้ 27 ครั้ง

ขณะที่แมนฯ ซิตี้ คนที่สกัดบอลได้มากที่สุด กลับกลายเป็นแฟร์นันดินโญ่ ที่ทำได้ 27 ครั้ง เทียบเท่ากับสถิติอันดับ 3 ของนักเตะเชลซีอย่างเอ็นโกโล่ ก็องเต้เท่านั้น

 

สถิติที่ควรทราบอื่น ๆ

คู่นี้เจอกันในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 42 เกม เชลซีบุญเก่าดีกว่า ชนะ 24 ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ชนะได้ 11 ครั้ง เสมอกัน 7 ครั้งแต่หากเอาสถิติในสแตมฟอร์ด บริดจ์แบบเพียวๆ เชลซี เป็นฝ่ายชนะได้ 12 ครั้ง แมนฯซิตี้ บุกชนะได้ 7 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม นัดล่าสุดที่คู่นี้ เจอกัน คือเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ เมื่อต้นฤดูกาล ที่เวมบลี่ย์ โดยแมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายชนะไป 2-0 จากการเหมา 2 ประตูของเซร์คิโอ อเกวโร่

ส่วนผลงานในฤดูกาลที่แล้ว ทั้งสองทีมต่างเอาชนะได้ในบ้านตัวเอง ด้วยสกอร์ 1-0 เหมือนกัน.



RELATED POSTS

Thought

อองรี-เวนเกอร์ และคำพูดไม่กี่คำที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาล

ลูกแม่กิ่ง

3 ประตูในฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสตั้งแต่วัยเพียง 18 ปี ทำให้ เธียร์รี่ อองรี กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในชั่วข้ามคืน และทุกทีมในยุโรปต่างต้องการที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทีม

Thought

#coachingpoints ball winning midfielder: ‘ฟาบินโญ่”

ไข่มุกดำ

พรีเมียร์ลีกไม่ได้เห็นนักเตะสไตล์ ball winner หรือ “ตัวตัดบอล” หรือแย่งบอลในแดนกลางมันส์ ๆ แบบ ฟาบินโญ่ มานานพักใหญ่แล้วนะครับ คนสุดท้ายที่ผมนึกถึง และด้วยรูปร่างอาจจะคล้ายคลึงก็น่าจะเป็น ปาทริก วิเอร่า อดีตกัปตันทีมอาร์เซนอล

Thought

หงส์สุกงอม ?

มาริโน่

ทันทีที่ฤดูกาลใหม่ 2018/19 ออกสตาร์ตเป็นทางการในวันศุกร์ เท่ากับว่าลิเวอร์พูล จะเข้าสู่ปีที่ 29 ของการโดนสอยร่วงลงจากคอน ตามคำสาปของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สมัยยังไม่มีบรรดาศักดิ์ท่านเซอร์นำหน้า