#coachingpoints สถานการณ์ 3 เส้า: อาซาร์-โมราต้า-วิลเลียน

24 October 2018
260 VIEWS

ผมเจอคอมเมนต์หลังเกม เชลซี 2 – 2 แมนฯยูไนเต็ด ที่น่าสนใจมาก ๆ ส่งตรงเข้าใจกลางหัวใจ อัลบาโร โมราต้า จากมุมมอง รุด กุลลิท ผ่าน beIN SPORTS ลองไปฟังกันดูนะครับ:

“พวกเค้า (วิลเลียน และอาซาร์) ไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่สามารถสร้างสรรค์อะไรให้โมราต้าได้

“สิ่งที่แย่ที่สุด คือ เราจะเห็นทั้งวิลเลียน และอาซาร์ มักจะเลี้ยงตัดเข้าใน เพราะทั้งคู่ไม่เชื่อมั่นในตัวเค้า (โมราต้า)

“มันจึงยากสำหรับกองหน้าที่จะเล่นกับนักเตะ 2 คนนี้ที่พยายามจะพาบอลเข้าด้านในตลอดเวลา และคุณจะไม่รู้เลยว่า บอลจะไปลงเอยที่ใด

“แต่ในเวลาที่มีลูกครอสส์เข้าในกรอบเขตโทษ ผมก็เห็นเหมือนกันว่า มันมีจังหวะในครึ่งแรกที่คุณต้องคิดว่า ‘โมราต้าหายไปไหน’ ด้วยเพราะเหตุนี้เช่นกัน พวกเค้าจึงไม่เชื่อมั่นในตัวโมราต้า”

ฟังดูแล้ว “จุกอก” เลยนะครับ โดยเฉพาะหัวหอกสแปนิชที่ขณะนี้เพิ่งยิงไปเพียง 3 ประตูจาก 11 นัดในทุกรายการเท่านั้น

ถามก่อนเลยว่า สิ่งที่กุลลิทมองไว้ มันเป็นจริงได้หรือ?

เพื่อนร่วมทีมไม่ส่งบอลให้กัน เพราะไม่เชื่อมือ?

ตอบ: “ไม่เชิง” นะครับ เพราะอะไรนะหรือ? ก็เพราะ “ความเป็นมืออาชีพ” และจังหวะเกมมันค้ำคออยู่ครับ

เท่าที่จำได้ ผู้เล่นที่ทราบ ๆ ว่าไม่ถูกกัน (หมายถึง ไม่ได้แฮงค์ด้วยกัน หรือนอกสนามชอบพอกัน) มีเยอะแยะที่เล่นด้วยกันได้สบาย

เพราะความเป็น “มืออาชีพ” หรือ Professionalism มันทำให้นักเตะอาชีพแยกแยะเรื่อง “ใน” และ “นอก” สนามออกจากกันได้

ขนาดไม่ชอบขี้หน้ากันมาก ๆ เท็ดดี้ เชอริงแฮม กับแอนดี้ โคล ก็ยังเล่นด้วยกัน ส่งให้กัน และกันได้ ชนิดไม่น่าจะเป็นรอง แอนดี้ โคล + ดไวท์ ยอร์ค ที่รักกันปานจะกลืนกิน ด้วยซ้ำ

หรือรอง ๆ ลงมาก็เช่น อลัน เชียเรอร์ กับคริส ซัตตัน สมัยอยู่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และพาทีมกุหลาบไฟได้แชมป์ ก็ถือว่า ไม่ถูกกันประมาณหนึ่ง แต่ก็เล่นด้วยกันได้

กล่าวคือ มันเหมือน “พวกเรา” แหละครับ

ทานข้าวกลางวันแก๊งค์ไหน? กับใคร?

เจอกันนอกรอบวัน เวลา ทำงาน กับเพื่อนร่วมงานบ้างไหม? และกับใคร?

ซึ่งเราอาจไม่จำเป็นต้องสังสรรค์กับทีมงานใน “แผนก” เดียวกัน แต่เป็นคนละแผนก คนละชั้นทำงานบนตึกเลยก็เป็นได้

ฟุตบอลก็ไม่ต่างกันครับ…

ผมมอง สิ่งที่กุลลิท พูดมี “น้ำหนัก” แต่ไม่ได้เชื่อ 100% ว่าเป็นเช่นนั้น หรือเชื่อสนิทใจว่า เป็นเหตุผลเรื่องความ “ไม่เชื่อใจ”

ส่วนตัว และตามประสบการณ์เชื่อว่า เป็นเรื่อง “ใครใหญ่” หรือใคร “เบอร์ 1” ตามด้วยเบอร์รอง ๆ 2, 3, 4…ในแนวรุกมากกว่า

ทั้งนี้ตามหลักแล้ว “ศูนย์หน้า” ควรจะเป็น “อันดับ 1” ที่นักเตะแนวรุกทุกคนต้อง “ซัพพอร์ต” สนับสนุน

แต่อาจจะด้วย “บุคลิกภาพ” และคาแร็กเตอร์ ไม่นับความจูเนียร์, ซีเนียร์ ในทีมว่า ใครมาก่อน/หลัง

โมราต้า ยังไม่สามารถ “พิสูจน์” ตัวเองขึ้นมาได้

เฉพาะอย่างยิ่งกับการมาแทนที่นักเตะที่ “คาแร็กเตอร์” โหดมากอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ยิ่งทำให้อดีตดาวเตะมาดริด ประสบความยากลำบากในการปรับตัว

มันเหมือนเราเตะบอลสนาม “หญ้าเทียม” กับเพื่อนแหละครับ

ใครคือคนที่ทุกคนมองหาเป็น “คนแรก”?

ใช่คุณไหม?

ใครคือ “ผู้นำ” สั่งการต่าง ๆ ในสนาม และกำหนดทิศทาง จังหวะ และวิธีการเล่น?

ยังใช่คุณ หรือเป็นใคร?

ใช่ครับ ยิ่งในทีมอาชีพที่อุดมด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ ผสมผสาน “อีโก้” มหาศาลรวมเข้าด้วยกัน

คุณต้อง “เปล่งประกาย” ตัวเองออกมาให้ได้

ซึ่งโมราต้า ยังไม่สามารถเบียดเข้าเป็น “เบอร์ 1” ในแนวรุกของทีม หรือมีความสำคัญขนาดเพื่อนต้องคิดถึงในสนามเป็นอันดับต้น ๆ เหมือน อาซาร์ (ที่ไม่เคยเสียบอล และสร้างความแตกต่างได้ตลอด) หรือแม้แต่ วิลเลียน (มีทีเด็ด มีความเร็ว เลี้ยงกินตัวได้)

แม้จะเป็นซีซั่นที่ 2 ในอังกฤษเข้าไปแล้ว

เมาริซิโอ ซาร์รี ต้องทำอย่างไร?

ไม่ต้องทำอะไรครับ เพราะนักเตะ “ต้องสู้” และปรับตัว ซาร์รี ทำได้เพียง “แอบมอง” ห่าง ๆ แบบห่วง ๆ

แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว โมราต้า หรือโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่รายหลังยังยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวด้วยซ้ำซีซั่นนี้ ปรับตัวไม่ได้

ก็คงต้อง “สูญพันธุ์” และเกิดการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่แว่ว ๆ ว่า บอร์ดบริหารจะเตรียมงบประมาณไว้ช้อปปิ้งหัวหอกคนใหม่ ม.ค.นี้ครับ

พูดถึง ชิรูด์ ก็อาจจะ “ตอกย้ำ” นะครับว่า ลำดับความสำคัญใน “แนวรุก” ของทีม และการสนับสนุนก็คงไม่ต่างจาก โมราต้า นัก

สถิติการทำประตูจึงไม่ดีเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ทั้งโมราต้า และชิรูด์ ที่รายแรกมีโอกาสยิงทั้งเกมเพียง 1 หนจากเกือบ 80 นาทีที่ลงเล่นในเกมนี้กับแมนฯยูฯ

แสดงให้เห็นว่า ดาวเตะสแปนิช มีปัญหา และจำเป็นต้อง “กร้าวแกร่ง” ช่วยตัวเองมากกว่านี้ พอ ๆ กับต้องเร่งสร้าง “อิทธิพล” และความสำคัญเพิ่มขึ้นมา

ขณะเดียวกัน “ทุกฝ่าย” ต้องยอมรับ และเข้าใจด้วยว่า พื้นที่ half space ระหว่างเซนเตอร์ฮาล์ฟ และฟูลแบ็ค คือ สิ่งที่อาซาร์ทำได้ดี และวิลเลียนก็เช่นกัน (ซึ่งน่าจะเป็น “แท็คติกส์” ของซาร์รีด้วย และด้วยเหตุนี้ทำให้อาซาร์ ยิงได้ถึง 8 จาก 11 นัดเข้าไปแล้ว)

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั้งคู่ โดยเฉพาะอาซาร์จะ “จู่โจม” พื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ริมเส้นก็เป็นฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างเติมขึ้นมาแทนตาม “แท็คติกส์” ของซาร์รี

สิ่งที่ โมราต้า ทำได้ และต้องทำ คือ การ command เรียกร้องบอล หรือเคลื่อนที่ให้มากขึ้น เร็วขึ้น ดุดันขึ้น เพื่อตัวเองจะได้มีทั้ง space และ time ในการเล่น และให้เพื่อนจ่ายได้ง่ายขึ้น

แต่หากเพื่อนยังไม่จ่าย ผลประโยชน์ก็น่าจะตกอยู่กับทีม และเกมรุกของทีมอยู่ดี

ครับ “ไม่ง่าย” สำหรับชีวิตกองหน้ายุคปัจจุบันในระบบที่มักจะเล่นกองหน้าเป้าตัวเดียว แต่นักเตะตัวรุกอื่น ๆ แพรวพราว และพร้อมจะแย่งทำหน้าที่ยิงประตู!

หมายเหตุ: สถานการณ์ 3 เส้า: อาซาร์-โมราต้า-วิลเลียน คู่ควรกับการ “จับตา” มองใกล้ชิดต่อไปครับ