Coaching Points: ชัยชนะที่ “ไม่สุด”

11 June 2018
260 VIEWS

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความ “ยินดี” กับเรอัล มาดริด อีกครั้งกับตำแหน่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 13 และเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันครับ

งานนี้ “ปฏิเสธ” ไม่ได้ว่า ขุนพลของ ซีเนอดีน ซีดาน เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ไม่เฉพาะความ “ครบเครื่อง” ในเรื่องตัวผู้เล่นที่เหนือกว่าชัดเจนทั้งตัวจริง และตัวสำรอง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ “วิธีการเล่น”

มาดริด “ชุดนี้” มีการครอบครองบอล การเดินเกมใน “จังหวะ” บทเพลงของตัวเองที่บางครั้งดูช้า ๆ เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยลีลาเสมือนบทเพลงแจ๊ส

การต่อบอล และให้บอลกันไปมาเพื่อ “เซ็ตเกม” ระหว่าง โทนี่ โครส กับลูก้า โมดริช พูดได้คำเดียวว่า คือ “ศิลปะ”

“แมร่ง ไม่เสียบอลเลยเว้ย, แมร่ง จะรู้ใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ (วะ)”

ทั้งนี้พอถึงจังหวะต้องเร่ง บทเพลงแจ๊สก็พร้อมจะเปลี่ยน “ริทึ่ม” เป็นร็อคแบบ “บัลลาด” กระชากใจตามด้วยเร่งสปีดไปถึงขีด “เฮฟวี่เมทัล” ได้เช่นกัน

และเป็นไปแบบถูกที่ถูกเวลาโดยใช้ “ศิลปิน” ได้แบบพอเหมาะพอเจาะ

ดูการเปลี่ยนตัว แกเร็ธ เบล มาปรับโน้ตดนตรีนั่นประไร!!!

อย่างไรก็ดีครับ “ทั้งหมด” ทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้นได้เพราะลิเวอร์พูล “สูญเสีย” นักร้องนำ โม ซาลาห์ ตั้งแต่ต้นเกม
ไม่ใช่สินะ…ต้องกล่าวว่า หงส์แดงเสียนักร้องนำ และมือลีด กีต้าร์ ในคนเดียวกันจะถูกต้องกว่า

ครับ ไม่มีใครทราบว่า หากซาลาห์อยู่ในสนามอะไรจะเกิดขึ้น? และลิเวอร์พูลจะยังคงรักษาแรงเสียดสีพร้อมกดดันมาดริดได้เหมือนต้นเกมตอนมีเจ้าชายอียิปต์ในสนามหรือไม่?

มันคือเรื่องของ what if >>> ถ้าแบบนี้ แล้วจะแบบนั้น…ไหม?

แต่ที่แน่ ๆ ครับ ใน “มุมสำคัญ” มากสำหรับแฟนบอลทั่วโลก คือ เกมนัดนี้ถูก “ทำลาย” ความสวยงามออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะทั้ง 2 ทีมไม่ได้มีโอกาสได้ “ต่อสู้” ด้วยผู้เล่นที่ดีที่สุด

มองบางมุมก็คล้ายกับ นัดชิงฯ ที่ฝ่ายหนึ่งเล่น 10 คนเพราะถูกไล่ออกเร็วที่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะ “แท็คติก” แต่มันคือการถูกทำลายทุกสิ่งอย่างที่ฝึกซ้อมมา

ผมยังมองว่า ชัยชนะนัดนี้ “ไม่สุด” สำหรับมาดริดที่ใคร ๆ “ยอมรับ” โดยดุษฎีอยู่แล้วว่าเหนือกว่า

แต่หากพวกเค้าชนะลิเวอร์พูลที่มีซาลาห์ได้เล่นเต็มเม็ดเต็มหน่วย

อย่าว่าแต่ “ใจ” ตัวเองจะไม่มีอะไร “ตกค้าง” เลยครับ

“ใจ” สาวกเดอะ ค็อป จะยอมซูฮกให้จาก “ดวงใจ” อันบริสุทธิ์แท้จริง!