สงครามกลางเมืองที่อาจจะลาก “บาร์เซโลนา” ลงมาจากความยิ่งใหญ่

11 April 2020
53 VIEWS

เหมือนฟ้าผ่ากลาง กาตาลุนญา เมื่อมีข่าวว่า บอร์ดบริหารทีม 6 คนของ บาร์เซโลนา พร้อมใจกันลาออกจากตำแหน่งในสโมสรท่ามกลางข่าวลือเรื่องฉาว และรอยร้าวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นกับยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลันนับตั้งแต่เข้าปีใหม่ 2020 เป็นต้นมา และดูเหมือนวิกฤติครั้งนี้อาจจะแสดงให้เห็นถึงรอยร้าวบางอย่างในสโมสรแห่งนี้ ทั้งที่พวกเขาเคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกลมเกลียวกันมาตลอดในช่วงเวลาก่อนหน้านี้

การลาออกครั้งนี้ นำทัพโดย 2 รองประธานสโมสรอย่าง เอมิลิ รูซาวด์ และ เอ็นริเก ตอมบาส รวมไปถึงเหล่าผู้บริหารอีก. 4 คนได้แก่ ซิลวิโอ เอลิอาส, โจเช็ป พอนต์, ยอร์ดี คาลซามิญา และ มาเรีย เทซิดอร์ และมันเป็นการลาออกอย่างกระทันหันในช่วงเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาโดยยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดจากหลักฐานอื่น ๆ นอกจากจดหมายที่พวกเขาทั้งหมดลงนามร่วมกันเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการลาออกครั้งนี้

หัวใจสำคัญของการลาออก พวกเขายืนยันว่าเป็นเรื่องของการที่สโมสรจ้างบริษัท I3 Ventures ให้ปั่นข่าวทางโซเชียล มีเดีย โดยมีเป้าหมายหลักคือส่งเสริมภาพลักษณ์ของ โจเซ็ป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร และมุ่งทำลายภาพลักษณ์ของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในที่นี่รวมถึงนักเตะ และ อดีตนักเตะที่เคยร่วมงานกับสโมสรด้วย ทั้ง ลิโอเนล เมสซี, เกราร์ด ปีเก และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทั้งยังลามไปถึงตำนานของสโมสรอย่างชาบี เอร์นันเดซ และการ์เลส ปูโยล เช่นเดียวกับบุคคลที่อาจมาลงสมัครเลือกตั้งประธาน เช่น วิกตอร์ ฟอนต์, โจน ลาปอร์ตา และอากุสตี เบเนดิโต ด้วย

แม้บาร์เซโลนา ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่า พวกเขาจ้างสื่อในประเทศกว่า 1 ล้านยูโร ให้ลงข่าวโจมตีนักเตะทีมตัวเองผ่านทางโลกออนไลน์และเตรียมเอาผิดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ แต่หลังจากข่าวนั้นออกมาในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในสโมสรด้วย

นอกจากนี้ ทั้ง 6 คนยังระบุว่าพวกเขาไม่พอใจกับวิธีที่สโมสรรับมือกับวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังบรรลุข้อตกลงให้นักเตะลดค่าใช้จ่ายลง 70% แต่มันจะกินเวลาแค่ช่วงที่ประเทศสเปนประกาศล็อกดาวน์ คือตั้งแต่ 11 มีนาคม ถึง 11 เมษายน ซึ่งในปัจจุบันอาจจะมีการขยายเวลาออกไปอีกราว 2 สัปดาห์

ข้อตกลงดังกล่าว แม้จะดูเป็นการยอมเสียเงินเดือนมหาศาลของบรรดานักเตะ แต่มันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแบบที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับ เรอัล มาดริด ที่นักเตะยอมลดเงินเดือน 10-20% ในสัปดาห์นี้ แต่ระยะเวลาที่มีการกำหนดขึ้นคือจนกว่าจะจบปี นั่นทำให้จะช่วยสโมสรมากกว่าในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การลาออกครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ระบุความต้องการอื่น ๆ ใดนอกจากความไม่พอใจส่วนตัวในการบริหารงาน และความไม่ลงรอยกับนโยบายของ โจเช็ป มาเรีย บาร์โทเมว แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งประธานสโมสรใหม่แต่อย่างใด แต่การลาออกครั้งนี้ เมื่อรวมกับความผิดพลาดในการบริหารงานและข่าวเชิงลบที่ผ่าน ๆ มาก็มีแนวโน้มว่าจะสร้างความยากลำบากให้ประธานสโมสรบาร์เซโลนา ได้มากทีเดียวในการเลือกตั้งครั้งหน้า

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะไปเข้าทาง ลิโอเนล เมสซี ที่ปัจจุบันตัวเขาเองก็ไม่ค่อยพอใจฝ่ายบริหารที่ไม่ยอมแสดงออกอย่างจริงจังในการดึงตัว เนย์มาร์ กลับสู่ทีม เพื่อสร้างทีมที่เขาต้องการและเต็มไปด้วยโอกาสคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการสำคัญ ๆ อีกครั้ง โดย เมสซี อาจจะรออย่างช้าถึงช่วงปลายฤดูกาลหน้า เพราะว่านั่นจะถึงวาระการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง และข่าวในเชิงลบที่ออกมาในปีนี้ ก็ไม่น่าจะช่วยให้ บาร์โทเมว ได้ทำงานต่อ

โดยในขณะนี้ วิคตอร์ ฟอนต์ เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาตำนานเก่าแก่ของทีมทั้ง ซาบี, ปูโยล รวมไปถึง ยอร์ดี ครัฟฟ์ และเป็นไปได้มากทีเดียวที่เขาจะได้เป็นประธานสโมสรคนต่อไปถ้าสถานการณ์การเมืองภายในบาร์เซโลนา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

แต่สำหรับแฟนบอล พวกเขาเริ่มรู้สึกต่อต้านการบริหารงานของบอร์ดชุดนี้พอสมควรแล้ว เพราะก่อนที่ทั้ง 6 คนจะลาออก ก็มีเสียงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งประธานสโมสรชุดใหม่มาบ้างแล้ว โดยสังเกตได้จากสองเกมในบ้านก่อนที่จะห้ามแฟนบอลเข้ามาในคัมป๋นู มีการประท้วงโดยใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวในช่วงเริ่มต้นเกมและเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันพร้อมกับร้องเพลงขับไล่ให้ บาร์โทเมว ออกไปจากตำแหน่งด้วย

แน่นอนว่ายังมีแฟนบอลบางคนที่สนับสนุนประธานสโมสรคนปัจจุบัน  และออกมาปกป้องด้วยการคนอื่นตำหนิสมาชิกในคณะกรรมการทีมคนอื่น ๆ ทุกคน แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แฟนบอลของทีมส่วนมากกลับรู้สึกเบื่อหน่าย ข่าวสารในทางลบที่เกิดขึ้นกับสโมสรของพวกเขา

นี่ถือเป็นสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในใจกลางของบาร์เซโลนา อย่างไม่ต้องสงสัย และท่ามกลางข่าวสารด้านลบและข้อพิพาทต่าง ๆ ในสโมสร ก็มีข่าวชอง เมสซี ที่ไปเชื่อมโยงกับอินเตอร์ มิลาน ในเซเรีย อา หลุดออกมาด้วย แม้จะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ใครจะไปรู้ว่า ซูเปอร์สตาร์ หมายเลข 1 ของทีมคนนี้ อาจจะเบื่อที่จะสู้รบปรบมือกับบอร์ดบริหารต่อไปแล้วก็ได้

และถ้าจบฤดูกาลนี้ มีข่าวช็อคโลกถึงการย้ายทีมของ เมสซี จริง รอยร้าวในครั้งนี้อาจจะนำบาร์ซา ตกต่ำกว่าครั้งไหน ๆ ในอดีตที่ผ่านมาเลยก็ได้…