การดิ้นรนของ เชลซี เพื่อมีที่ในการประชุมว่าด้วยเรื่อง “โฮมโกรวน์” หลัง เบร็กซิต

เชลซี
6 March 2020
153 VIEWS

SPORTDesk.co เคยเล่าให้ฟังถึงความวุ่นวายและผลกระทบของ ‘เบร็กซิต’ ที่อาจจะตามมาหลังจากที่ สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการหลังหมดช่วงเปลี่ยนผ่านในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ซึ่งมันจะส่งผลต่ออนาคตของวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างมาก โดยเฉพาะกฎ “โฮมโกรวน์” ที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ บังคับให้สโมสรในความดูแลของพวกเขาต้องใช้กฎนี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้ มันจะยิ่งทำให้ทีมจากพรีเมียร์ลีก ได้นักเตะคุณภาพดีที่ตรงตามกฎนี้ยากขึ้นไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฟุตบอล และลีกฟุตบอลอังกฤษ หรือ อีเอฟแอล กำลังเดินหน้าหาทางแก้ไขปัญหานี้ลงให้เร็วที่สุด โดยพวกเขาเล็งจัดการประชุมเกี่ยวกับทิศทาง และ แนวทางในการแก้ไข ปรับเปลี่ยน หรืออาจจะรวมไปถึงยกเว้นกฎ “โฮมโกรวน์” หลังจาก เบร็กซิต มีผลเต็ม 100% ในวันที่ 1 มกราคม 2021 ซึ่ในตอนนี้การประชุมดังกล่าว อยู่ในระหว่างการหาสมาชิกเข้าร่วมออกความเห็น

สำหรับบทบาทของ พรีเมียร์ลีก ในการประชุมสุดยอดครั้งดังกล่าวนั้น นอกจากตัวแทนของทางลีกเองที่จะได้เข้าร่วมแน่นอนแล้ว ด้วยความที่เป็นลีกใหญ่ที่สุดของประเทศ พวกเขาเลยได้โควตาในการส่งตัวแทนสโมสรในลีกเข้าไปร่วมด้วย 5 สโมสร ซึ่งในตอนนี้ ยังไม่มีการระบุว่าสโมสรใดบ้าง จะได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมการตัดสินอนาคตของวงการฟุตบอลอังกฤษในครั้งนี้

รายงานระบุว่า พรีเมียร์ลีก จะตัดสินใจคัดเลือกสโมสรตัวแทนทั้ง 5 สโมสร จากการเข้าประชุมและพูดคุยในวาระพิเศษ เพื่อโหวตตัวแทนเข้าไปร่วมประชุมกับ เอฟเอ, อีเอฟแอล และ พรีเมียร์ลีก ในครั้งนี้ทว่า รายงานยังระบุถึงสโมสรชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีความพยายามในการ “ล็อบบี้” สโมสรอื่น ๆ เพื่อให้พวกเขาได้เป็นหนึ่งใน 5 สโมสรที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนการประชุมครั้งนี้ ซึ่งสโมสรดังกล่าวคือ “สิงห์บลูส์” เชลซี นั่นเอง

สาเหตุที่ เชลซี เป็นเดือดเป็นร้อนที่อยากจะมีบทบาทในการประชุมครั้งนี้มากกว่าสโมสรอื่น ๆ เป็นเพราะเหตุผลง่าย ๆ อย่างการที่พวกเขามีปัญหาเรื่องนักเตะ โฮมโกรวน์ มากที่สุดทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีก และถ้าเพราะถ้าตัดพวกนักเตะรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ที่ยังจะไม่ถูกระบุสถานะให้เป็นโฮมโกรวน์ อย่าง รีช เจมส์, เจมี คัมมิง, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย และ เมสัน เมาต์ แล้ว พวกเขามีนักเตะตามกฎ โฮมโกรวน์จริง ๆ แค่ 5 คนเท่านั้น คือ อันเดรียส คริสเตียนเซน, รอส บาร์กลีย์, แทมมี อบราฮัม และ ฟิกาโย โทโมรี

ถึงแม้ว่า ในอนาคตพวกเขาจะได้ ฮัดสัน โอดอย, เมาต์ รีซ เจมส์, เจมี คัมมิง, จอร์จ แมคเอชรัน และ บิลลี กิลมอร์ จะเติบโตมาเป็นเป็นนักเตะตามกฎโฮมโกรวน์ แต่ใครจะมั่นใจได้ว่า นักเตะเหล่านี้ จะแจ้งเกิดได้แน่นอน 100% หรือถ้าแจ้งเกิดไม่ได้แต่ได้รับโอกาสจากทีมอื่น ๆ จนโดนดึงตัวไปอย่าง เจดอน ซานโซ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ดังนั้น ทำให้เชลซี จึงไม่สามารถนิ่งนอนใจเรื่องโควตานักเตะโฮมโกรวน์ได้เลย

นอกจากนี้ ถ้ายังกันได้ เซลซี ไม่ได้เพิ่งมาแอคทีฟเรื่องนักเตะอายุน้อยในปีสองปีนี้แต่อย่างใด เพราะสาเหตุที่ทำให้พวกเขาโดนแบนหน้าซื้อตัวนักเตะไปในตลาด 2 ช่วง และโดนลดโทษเหลือตลาดช่วงเดียวนั้น ก็มีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาพยายามดึงเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มาร่วมทีมแบบผิดกฎนั่นเองด้วย และเรื่องราวก็ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่การที่เชลซี แต่กระนั้นปัจจุบัน เชลซี ก็ไม่ได้นักเตะ โฮมโกรวน์ มากมายแบบที่พวกเขาหวังไว้อยู่ดี

นักวิเคราะห์เชื่อกันว่า การที่เชลซี อยากเป็นส่วนหนึ่งในกระประชุมครั้งนี้ เพราะพวกเขาอยากเป็นผู้กำหนดทิศทางของ โฮมโกรวน์หลัง เบร็กซิต เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาจจะส่งผลอย่างมากกับทีมของโมสรในอังกฤษ โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก 

อย่างไรก็ตาม วาระการประชุมดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้น และเรายังไม่รู้ว่า เชลซี จะได้เป็นหนึ่งในการประชุมครั้งนี้ด้วยหรือไม่ แต่ที่แน่นอนตอนนี้คือความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลของอังกฤษอย่างแน่นอน และมันจะเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 1-2 ฤดูกาลนับจากนี้ด้วย!