สิงโตน้ำเงินครามกำลังอ่อนแรง

หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครในลีก 12 นัดติดต่อกัน แต่ล่าสุด เชลซีของเมาริซิโอ ซาร์รี่ เริ่มสุ่มเสี่ยงและอันตรายต่อการลุ้นแชมป์แล้ว เพราะเกมกลางสัปดาห์นัดล่าสุด พวกเขาบุกไปแพ้วูล์ฟแฮมตัน 2-1 ชนิดที่เรียกได้ว่า พวกเขาได้กุมสถานการณ์ที่ได้เปรียบก่อนด้วย ครองบอลตลอดทั้งเกมถึง 70% แถมได้ประตูขึ้นนำก่อนจากรูเบน ลอฟตัส-ชีค ตั้งแต่นาทีที่ 18 แต่สุดท้าย วูล์ฟแฮมตันแซง 2 ประตูรวดในครึ่งหลัง จากราอูล ฆิมิเนซ และ ดีโอโก้ โจต้า

ความพ่ายแพ้ของเชลซีในครั้งนี้ ทำให้สิงโตน้ำเงินคราม ออกอาการแผ่วอ่อนแรงอย่างชัดเจน เพราะพวกเขาต้องพบกับความปราชัยเป็นเกมที่ 2 ในฤดูกาลนี้แล้ว หลังจากต้อง “เสียบริสุทธิ์” จากความพ่ายแพ้ต่อสเปอร์ส เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และผลงาน 4 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยน ทำทีมชนะแค่นัดเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ อันดับบนตารางคะแนน เชลซี ตกลงมาอยู่อันดับที่ 4 แล้ว มี 31 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงแมนฯซิตี้ ไกลสุดกู่ถึง 10 คะแนน เรื่องการลุ้นแชมป์ แม้หนทางยังอีกยาวไกล แต่การตามไกลถึงเลข 2 หลัก ก็คงจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ไม่น้อยสำหรับซาร์รี่

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแข่งขันที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ซาร์รี่ แสดงความคิดเห็นในเชิงวิตกกังวล ว่าตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงอันดับในตารางเลย เพราะสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด ก็คือฟอร์มการเล่นในช่วงหลังเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆนั่นเอง

“แมนฯ ซิตี้ขึ้นไปอยู่อีกระดับหนึ่งแล้ว สำหรับผมบอกได้เลยว่า แมนฯซิตี้ คือทีมที่ดีสุดในยุโรปหรือไม่ก็บางทีอาจดีที่สุดของโลกไปแล้ว” เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี ออกอาการทดท้อใจ

“สำหรับเราในตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือคงต้องเล่นและต่อสู้เพื่อท็อป 4 แล้ว… มันเป็นผลการแข่งขันที่ยากเย็นต่อการรักษาอันดับ 1 ใน 4 ให้ได้ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากๆนะ จากที่เราเกาะกลุ่มนำหัวตารางอยู่ดี ๆ

“ผมคิดว่าเราเล่นดีใช้ได้ ตลอดช่วง 55 นาทีแรก แม้การเสียประตูแรกเหมือนดูเป็นสิ่งไม่คาดฝัน แต่ทันใดนั้นเรากลับกลายเป็นอีกทีมนึงไปเลย นี่ไม่ใช่ เชลซี ที่ผมเคยเห็นมาก่อน

“มันยิ่งทำให้ผมกังวลหนักเข้าไปใหญ่ไม่ใช่ผลการแข่งขันหรอกนะ แต่ความจริงก็คือเรากลับไม่ตอบโต้เพื่อเอาคืนหลังเสียประตูแรก เรากลับปล่อยให้คู่แข่งได้ใจและเล่นงานเราต่อเนื่อง

“เราไม่มีปฎิกิริยาตอบโต้เอาเสียเลยและนี่คือสิ่งที่ผมกังวลอย่างมาก”

สำหรับ เชลซี ต้องเสียสถิติในการออกไปเยือนทีมน้องใหม่ของลีก เพราะต้องแพ้เป็นเกมแรก นับตั้งแต่พวกเขาออกไปแพ้ทีมน้องใหม่ของลีกครั้งสุดท้าย อย่าง วัตฟอร์ด และ ซันเดอร์แลนด์ ในฤดูกาล 1999-2000

ขณะที่ วูล์ฟแฮมตัน ของกุนซือนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ สามารถเอาชนะเชลซีได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ มกราคม ปี 2011 และนี่ถือเป็นการคว้าชัยชนะเหนือ “บิ๊ก 6 ” ของวูล์ฟแฮมตัน ครั้งแรก นับตั้งแต่ พวกเขาเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกุมภาพันธ์ 2011 เป็นการหยุดสถิติไม่ชนะ “บิ๊ก 6” ไว้ได้ที่ 18 เกมติดต่อกัน

ส่วน เชลซี นอกจากนี้พุ่งชนความพ่ายแพ้ในเกมนี้แล้ว พวกเขายังต้องมีงานช้างรออยู่อีก เพราะวันเสาร์นี้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจ่าฝูงอย่างแมนฯซิตี้ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

หากวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เชลซีพบกับความปราชัยในบิ๊กแมตช์อีก นั่นเท่ากับว่าพวกเขาจะตาม เรือใบสีฟ้าถึง 13 แต้ม เลยทีเดียว หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ เชลซีคงต้องเปลี่ยนเป้าหมาย มาโฟกัสเฉพาะการขอแค่ติดท็อป 4 ส่วนการแย่งตำแหน่งแชมป์ คงต้องเลิกฝัน…



RELATED POSTS

Story

WC2018 Day 31: Result, Stats, Fixture & Broadcast

SPORTDesk. Team

เกมชิงที่ 3 จบไปแล้ว และวันนี้ จะเป็น เมนอีเวนต์ ที่ทั้งโลกรอคอย เราจะได้รู้ว่า ใครจะเป็นทีมที่คว้าแชมป์โลกไปครอง ระหว่าง ฝรั่งเศส และ โครเอเชีย ห้ามพลาด!!!

Story

World Cup Diary: เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาดใน Day 22

SPORTDesk. Team

สวัสดีวันศุกร์ วันนี้ ฟุตบอลกลับมาเตะกันอีกแล้ว…ดีใจไหม รอบ 8 ทีมสุดท้าย สายบนที่แข็งเป็นหิน เริ่มต้นด้วย ทีมชาติอุรุกวัย งานเข้าเป็นทีมแรก เมื่อ เอดินสัน คาวานี่ ส่อแวว ลงเล่นในเกมคืนนี้กับ ฝรั่งเศสไม่ได้ หลังจากเจ็บมาตลอด ตั้งแต่เกมกับ โปรตุเกส เมื่อวานนี้ ยังลงซ้อมไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

Thought

เส้นคั่นบางๆ ระหว่างโอซิล กับฟอสซิล

มาริโน่

หลายทีมมักมีนักเตะประเภทหนึ่งที่สร้างความแตกแยกผ่านมุมมองในหมู่แฟนบอลแบบยืนกันคนละฟากฝั่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือนักเตะพรรค์นั้นของลิเวอร์พูล สืบสานมรดกต่อจากลูคัส เลว่า ที่ต้องใช้เวลาร่วมสิบปีถึงเอาชนะใจเด็กหงส์ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมีมารูยาน เฟลไลนี่ รวมถึงโรเมลู ลูกากู เป็นตัวแถมในนักเตะอย่างว่า และสำหรับอาร์เซน่อล แน่นอนว่าคนนั้่นหนีไม่พ้นเมซุต โอซิล