ตัวตนหงส์ที่หายไป

ต้นฤดูกาล การวิจารณ์ลิเวอร์พูล ในแง่ลบ เสีย ๆ หาย ๆ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามบนโซเชียล

กระทั่งเพจตัวเองอย่าง “หงส์ข้าใครอย่าแตะ” แค่โปรยคำว่า “หงส์แอบสะดุด” แต่ทั้งบทความเขียนเรื่องอาร์เซน่อล ไม่วายมีความเห็นทักท้วงว่าหงส์สะดุดตรงไหน

หลังเกมบุกชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 พร้อมกับเสียประตูแรกของฤดูกาล ผมวิเคราะห์เป็นฉาก ๆ ว่าทำไม นายทวารคนใหม่อย่างอลิสซอน ถึงสิ้นคิด พยายามล็อกบอลหลบคู่แข่งในเขตโทษ และที่มาของการส่งบอลคืนหลัง

มีบางคอมเมนท์ “ชนะได้ก็จบ อย่าไปวิจารณ์เยอะ”

หลายครั้งหลายหนที่ทั้งเขียนและพูดในรายการบนหน้าปัดเอฟเอ็ม 96 ว่าผลงานออกสตาร์ตสมบูรณ์แบบของลิเวอร์พูล กับชัยชนะ 7 นัดรวดทุกรายการ  ยังมีขยะปัญหาที่ถูกกวาดไว้ใต้พรม

แต่เสียงเตือนเหมือนโต้ลมในฤดูมรสุม

นาทีนั้น ผู้ได้ชื่อเด็กหงส์ ไม่สนอะไรอีกแล้ว พวกเขามุทะลุจะเอาแชมป์เพียงท่าเดียว

เคยสะกิดบอกว่าหากเทพีแห่งโชคไม่เข้าข้าง ลิเวอร์พูล อาจโดนพาเลซ ตีเสมอก่อนได้เม็ดสอง และอาจโดนไบรท์ตัน บุกควักแต้มที่แอนฟิลด์

อาจเพลี่ยงพล้ำให้เลสเตอร์ และน่าจะเสียจุดโทษทดเจ็บให้สเปอร์ส รวมไปถึงเกือบเจ๊าเปแอสเช หลังนำห่าง 2-0

มันมีเส้นคั่นบาง ๆ ระหว่าง “คิดลบ” กับ  “คิดตามความจริง”

จริงอยู่ คำว่า “อาจ”, “น่าจะ” หรือ “เกือบ” เป็นแค่สมมุติที่ยังไม่เกิดขึ้น

แต่ไม่ได้การันตีว่าอนาคตจะโชคดีแบบนี้เหมือนเดิม

คืนแพ้เชลซี คืนแพ้นาโปลี พยายามมองในแง่ดีว่าเสียงเตือนสองครั้่งนี้ แม้เสียดาย แต่ไม่เสียหาย

แค่ตกรอบลีก คัพ ที่ถูกให้ความสำคัญลำดับบ๊วย และเพิ่งแพ้นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก

ในแง่หนึ่งถือว่าคุ้มค่า ถ้ามันสามารถปลุกเจอร์เก้น คล็อปป์ และนักเตะ ให้สะดุ้งตื่นจากความย่ามใจในผลงานช่วงออกสตาร์ต

แต่จากที่เห็นในคืนบุกแพ้ต่ออดีตแชมป์ยุโรป  1991 อย่างเร้ด สตาร์ เบลเกรด 0-2

คงอย่างที่คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่ามีแค่ 10 นิ้ว ไม่พอจะนับความผิดพลาดของทีม

มันคือปัญหาที่ติดสอยห้อยตามลิเวอร์พูล มาตั้่งแต่นัดแรก ๆ  และดูเหมือนจะลุกลามเป็นเนื้อร้ายไปส่วนอื่น

แนวรับเคยประคองทีมรอดพ้นอันตรายมาหลายครั้ง แต่พักหลังเริ่มปวกเปียกป้อแป้ ยันอาร์เซน่อล ไม่อยู่ แถมปล่อยให้เร้ด สตาร์ ล่อเป้าจากสองจังหวะพื้น ๆ

เวร์กิล ฟาน ไดค์ อาจเป็นต้นเหตุทำให้ทีมเสียเตะมุม แต่การป้องกันกลับห่วยแตกยิ่งกว่า

เจมส์ มิลเนอร์  คือคนที่ส่งบอลเสีย แต่จินี่ ไวนัลดุม, คู่เซนเตอร์ทั้งฟาน ไดค์ และมาติป รวมไปถึงนายประตูอย่างอลิสซอน ควรหยุดลูกยิงไกลได้ดีกว่านี้

นอกเหนือไปจากฟอร์มของเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่วูบเหมือนเล่นรถไฟเหาะตีลังกา

เพราะแนวรับทั้งแผง แบกรับความกดดันมายาวนานทั้งในเกม และต่อเนื่องตั้งแต่เปิดฤดูกาล

จากปัญหาที่ก่อตัวขึ้นในส่วนอื่นของทีม แนวรุกพาบอลไปเสียง่าย ประสานงานไม่ดี จบไม่คม สกอร์ไม่ขาด

มิดฟิลด์เปลี่ยนบ่อย จูนไม่ลงตัว ถูกปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า

แต่สิ่งที่เด็กหงส์เคลือบแคลงคาใจมากที่สุด คือสไตล์การเล่น พลิกจากหน้ามือในฤดูกาลที่แล้ว กลายเป็นหลังเท้า

หลายคนสงสัยว่าเกเก้นเพรสซิ่งไปไหน?

ผมคงตอบชัด ๆ แทนคล็อปป์ไม่ได้ แต่มันคงหนีไม่พ้นหนึ่งใน 3 เหตุผลนี้

1- หยุดเอง ฟุตบอลแบบเฮฟวี่เมทัลอาจถูกมองว่ายืนระยะทั้งฤดูกาลไม่ได้ ต้องเสริมการดึงจังหวะช้าเร็ว

2-โดนหยุดให้เล่นแบบเดิมไม่ได้ ข้อนี้มีความเป็นไปได้มากสุด กุนซือคู่แข่งแก้หมากเพรสสูงของคล็อปป์ ได้ชะงัด

ตัวอย่างอาร์เซน่อล เมื่อวันเสาร์ จังหวะขึ้นเกมจากกองหลัง ตัวรุกด้านข้างอย่างมคิตาร์ยาน หุบมายืนใกล้กับโอซิล ทำให้กลางหงส์ทิ้งฟาบินโญ่ รับมือคนเดียวไม่ได้

เท่ากับลิเวอร์พูลขาดจิ๊กซอว์ไปหนึ่งตัวในการขึ้นไปบีบกองหลังและกลางรับสองคนของปืนใหญ่

3-คู่แข่งใช้แผนหนามหยอกเอาหนามบ่ง นักเตะหงส์วิ่งขนาดไหน พวกเขาวิ่งให้เยอะกว่า

หลังแพ้เร้ด สตาร์ 0-2 สถิติโชว์หราว่าเจ้าถิ่นวิ่งรวม 113 กิโลเมตร ส่วนทีมเยือนวิ่งแค่ 107 กม.

น่าตกใจกว่านั้่นคือตลอด 8 นัดหลัง ลิเวอร์พูล วิ่งน้อยกว่าคู่แข่งถึง 7 เกม  สะท้อนผลงานที่เอาชนะได้แค่สามจาก 9 นัดในทุกรายการ

เป็นชัยชนะเหนือรองบ่อนอย่างฮัดเดอร์สฟิลด์, คาร์ดิฟฟ์ และที่แอนฟิลด์ กับเร้ด สตาร์

ไม่รู้ว่าคำตอบคือข้อไหน แต่ตอนเรียน ผมเลือกวงข้อ 4- ถูกทุกข้อ ชัวร์ที่ซู้ดดดด…

 

 



RELATED POSTS

Thought

โคตรทีมแห่งทศวรรษของเกาหลีใต้

เดชรัช นุชพุ่ม

สัปดาห์ที่แล้วในคอลัมน์ฟุตบอลเอเชียผมได้เขียนถึงทีมสโมสรในเคลีกของเกาหลีใต้อย่าง ชอนบุค ฮุนได มอเตอร์ ที่กำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่คว้าแชมป์เคลีกได้เร็วที่สุดตั้งแต่มีการเปลี่ยนมาใช้ระบบการแข่งขันในปัจจุบันเมื่อปี2012 ซึ่งในที่สุดเจ้าของฉายา “นักรบสีเขียว”ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ได้สำเร็จ

Thought

น้ำตาลูกผู้ชาย ของ คิมีเนซ

ไข่มุกดำ

“มันผิดหรือไม่ที่ผู้ชายจะร้องไห้ และน่าละอายหรือเปล่าหากนักบอลจะร้องไห้ก่อนเกมการแข่งขันจะจบลง” ภาพ โฮเซ่ มาเรีย คิมีเนซ เซนเตอร์ฮาล์ฟ อุรุกวัย กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะอื้น “ปล่อยโฮ” ออกมาขณะตั้งกำแพงฟรีคิกรับมือฝรั่งเศสก่อนหมดเวลาประมาณ 5 นาที

Thought

สไตล์ v ชัยชนะ

มาริโน่

ดูจะเชยไปแล้วถ้าบอกว่าคำถาม “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” เป็นคำถามโลกแตก เพราะวิทยาศาสตร์ยุค 4.0 ฟันธงว่าเยื่อหุ้มเปลือกไข่ต้องถูกผลิตโดยแม่ไก่เท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ไข่จะเกิดก่อนโดยไม่มีแม่ไก่