ความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นกับ บาร์ซ่า และ ราชันย์ ในเวลาอีกไม่นาน

ลิโอเนล เมสซี
7 February 2020
2,603 VIEWS

น่าแปลกในที่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องราวใหญ่ ๆ เกิดขึ้นกับทั้ง บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยทางฝั่งบาร์ซา เป็นปัญหาระหว่าง เอริค อบิดัล และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ SPORTDeck เคยเอามาเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้ว และล่าสุดหลังจากการกระเด็นตกรอบของ เรอัล มาดริด ในศึก โกปา เดล เรย์ หลังพ่ายต่อ เรอัล โซเซียดาด เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ก่อให้เกิดดราม่า เกี่ยวกับ แกเร็ธ เบล ขึ้นมาอีกระลอก

ว่ากันที่ละเรื่องอาจจะง่ายกว่า เริ่มที่ บาร์เซโลนา กับ ข่าวคราวที่ดูเหมือนจะกลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามภายในทีมเรื่องนี้ เป็นเหมือนลาวาที่ปะทุขึ้นมาให้เราเห็นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงอาจจะยังมีลาวาอีกมากมายที่เดือดจัดรอการปะทุอยู่ภายใต้ภูเขาไฟแห่งกาตาลุนญาลูกนี้ โดยเฉพาะเรื่องของ เนย์มาร์ ที่ ลิโอเนล เมสซี ไม่พอใจมาตลอดที่ทีมปล่อยเขาออกไปจากทีม แม้จะพยายามหาใครมาแทน ก็ดูจะไม่ทำให้สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ รายนี้พอใจได้ แต่ทีมก็ไม่มีศักยภาพมากพอที่จะดึงสตาร์ชาวบราซิล กลับมายัง คัมป์นูได้ 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการบริหารงานของฝ่ายบริหารที่ทำทีมล้มเหลวในฟุตบอลยุโรปในหลายปีหลัง และการพยายามดึงนักเตะของทีมเข้ามาเสริมทัพ ก็หลายเป็นความพยายามที่ล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัดในหลายปีหลัง ทั้งหมดนี้ทำให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีข่าวว่า เมสซี จะขอใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้ในสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา เพื่ออำลาทีมบาร์เซโลนา 

แน่นอนว่า เรื่องที่ เมสซี อยากลาบาร์ซา ยังคงเป็นเพียงข่าวลือ แต่มันก็เป็นข่าวลือที่มีพื้นฐานมาจากมูลความจริงพอสมควร และเรื่องนี้อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อทีมมหาอำนาจจากแคว้นกาตาลันทีมนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ หากหนึ่งในดาวเตะที่ดีที่สุดในโลกคนนี้ ออกจากทีมไปจริง และเราอาจจะเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้นหลังจบฤดูกาลนี้ว่ามันจะดำเนินไปในทิศทางไหน

ตัดภาพกลับมาที่ เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับอานิสงค์จากการที่บาร์เซโลนา มีปัญหาภายในมากที่สุด เพราะจนถึงตอนนี้ พวกเขายังสามารถนำในตารางคะแนน ลาลีกา สเปนอยู่ได้ทั้งที่ชนะไปเพียง 14 จาก 22 นัด ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานของลีกสเปนตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็มีปัญหาแบบของพวกเขาเอง และเป็นปัญหาที่คาราคาซังมาตลอดตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ คือปัญหาเกี่ยวกับ แกเร็ธ เบล ที่ล่าสุด ตกเป็นข่าวว่า เขาขับรถออกจาสนามซานติอาโก เบนาเบว ตั้งแต่ 10 นาทีก่อนเกมที่พวกเขาพ่ายต่อ เรอัล โซเซียดาด จบลงด้วยสกอร์ 3-4 ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เบล ตกเป็นข่าวดราม่าในลักษณะการประพฤติตัวไม่เหมาะสมแบบนี้

ถึงแม้เขาเองก็จะแสดงออกเป็นนัยมาตลอดว่าไม่มีความสุขภายใต้สีเสื้อของราชันชุดขาวอีกต่อไป แต่การแสดงออกบางอย่างทั้งเรื่องการไปตีกอล์ฟ หรือ การออกจากสนามในคราวนี้ แม้ไม่ผิดกฎข้อห้ามอะไร แต่มันแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ จึงไม่แปลกที่เวลาเขาลงสนาม เขาจะได้รับการต้อนรับที่เย็นชาจนกระทั่งถึงการกร่นด่าจากแฟน ๆ ของ โลส บลังโกส

เคราะห์ดี ที่ทางบาร์ซา เองก็มีปัญหา และในขณะเดียวกันสโมสรอื่น ๆ ที่ควรจะก้าวขึ้นมาทั้ง บาเลนเซีย หรือ แอตเลติโก มาดริด กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ หาไม่แล้ว นี่อาจจะเป็นปีที่เราได้เห็นแชมป์ลาลีกาที่ไม่ใช่ 2 ยักษ์ใหญ่นี้แล้วก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 ทีม น่าจะได้รับการแก้ไขในช่วงปิดฤดูกาลนี้ และไม่ว่า เมสซี จะไปทีมอื่น หรือ การจัดการกับ เบล ของ มาดริด มันจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะทำให้ ลาลีกา ไม่เหมือนเราว 1-2 ทศวรรษที่ผ่านมาก็ได้

และมันอาจจะเป็น โอกาส ให้ทีมอื่น ได้ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์บ้างก็ได้เช่นกัน