การฉลองประตูเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่และไม่มีปัญหาเรื่องระยะห่างทางสังคม | by SPORTDesk. Team

15 June 2020
72 VIEWS

ลาลีกา กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วหลังผ่านเกมสัปดาห์ที่ 28 ไปครบทั้ง 10 คู่ ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนบอลที่จะได้ดูฟุตบอลครบทุกลีกอีกครั้งหลังจากนี้ ในเรื่องของผลการแข่งขัน หรือ ฟอร์มของแต่ละทีม คงไม่มีอะไรพลิกโผ ยกเว้นเพียงแค่ แอตเลติโก มาดริด ที่ยังดูไม่ฟื้นจากช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดที่พวกเขามีสะดุดออกจะบ่อยไปสักหน่อยก็เท่านั้น แต่เรื่องน่าสนใจจากเกมวันอาทิตย์ ก็มีเรื่องราวการดีใจที่แสดงออกจากสองทีมของเมืองมาดริด โดยไม่ได้นัดหมาย

ไหน ๆ ก็พูดถึง ‘ตราหมี’ กันไปแล้ว ก็ไปเริ่มที่พวกเขากันก่อนเลยแล้วกัน เมื่อ ดีเอโก คอสตา ผู้ทำประตูเดียวให้ทีมเยือนในเกมนี้ ที่เป็นประตูตีเสมอ แอธเลติก บิลเบา วิ่งไปที่ข้างสนามก่อนเอาเสื้อของ เวอร์จิเนีย ทอร์เรซิญา นักเตะสาววัย 26 ปีของ แอตเลติโก มาดริด ทีมหญิงขึ้นมาชู เป็นการให้เกียรติ และให้กำลังใจกับเธอ หลังเพิ่งผ่านความเป็นความตายจากการเข้ารับการผ่าตัดมาในเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา

เวอร์จิเนีย ทอร์เรชิญา เป็นนักฟุตบอลหญิงดีกรีทีมชาติสเปน เธอมีอาการปวดศีรษะอย่างหนัก และเมื่อไปตรวจอย่างละเอียดเธอก็ต้องช็อคหลังพบว่า เธอมีเนื้องอกเกิดขึ้นในสมอง และจำเป็นต้องผ่าตัดเอาออกให้เร็วที่สุด เพราะถ้าทิ้งไว้นาน นอกจากจะเกิดอันตรายเพิ่มได้แล้ว เนื้องอกก้อนนี้อาจจะมีโอกาสเปลี่ยนเป็น ‘เนื้อร้าย’ อย่างโรคมะเร็งในสมองได้ด้วย นั่นเองที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดในเดือนก่อน

ในฐานะเพื่อนร่วมทีม และคนร่วมชาติเดียวกัน คอสตา รีบวิ่งไปหยิบเสื้อของเธอที่สกรีนหมายเลข 14 ขึ้นมาชูเพื่อให้กำลังใจหลังจากที่เธอเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งเมื่อเธอเห็น เธอก็แสดงก็รีบแสดงความขอบคุณต่อเขาผ่านทาง ทวีตเตอร์ “ฉันไม่สามารถพูดอะไรได้เลย…คุณมหัศจรรย์มาก!! ขอบคุณจากหัวใจเลย!!” กองหน้าของ แอตเลติโก มาดริด เฟมินิโน โพสต์พร้อมกับลงรูป คอสตา ชูเสื้อของเธอด้วย

ตัดภาพจาก ซาน มาเมส ไปที่ ซานติอาโก เบนาเบว ในเกมที่ เรอัล มาดริด เอาชนะ เออิบาร์ ไปได้อย่างไม่ยากเย็น 3-1 มาร์เซโล วิเอรา แบ็คขวาของ “ราชันชุดขาว” ผู้ทำประตูที่ 3 ให้เจ้าบ้าน ทำท่าดีใจจากการยิงประตูของเขา ด้วยการคุกเข่าพร้อมชูมือขวาขึ้น หลังยิงประตูใส่ทีมเยือนได้ในนาทีที่ 37 ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมของคนผิวสีที่กำลังเป็นประเด็นทั่วโลกอยู่ในตอนนี้

ประเด็นเรื่องดังกล่าว เกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องราวของ “จอร์จ ฟลอยด์” ถูกแจ้งจับจากร้านขายของรายย่อยร้านหนึ่งว่าเขาใช้ธนบัตรปลอมซื้อของ แต่ตำรวจที่มาจับเขานั้นดูจะทำเกินกว่าเหตุหลังใช้เข่ากดลงบนคอของเขาและทิ้งน้ำหนักตัวลงไป โดย ฟลอยด์ ร้องแสดงความทรมานตลอด 8 นาทีที่โดนกดอยู่แบบนั้น ก่อนเปล่งเสียงว่า “ผมหายใจไม่ออก (I can’t Breath)” และหมดสติไป ร่างของเขาถูกนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในที่สุด

ก่อนหน้านี้ใน บุนเดสลีกา มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการทวงความยุติธรรมให้คนผิวสีมาตลอด ทั้งการถอดเสื้อของ เจดอน ซานโช, การคุกเข่าของ มาร์คัส ตูราม และยังมีอาชาราฟ ฮาคิมี และ เวสตัน แมคเคนนี ที่ยังแสดงออกในเรื่องนี้ด้วย และเมื่อเข้าสู่การกลับมาของ ลาลีกา มาร์เซโล ก็กลายเป็นนักเตะในศึก ลาลีกา ที่แสดงออกในเรื่องนี้หลังทำประตูได้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ในสเปน ก็มีคนที่ต้องการเรียกร้องในเรื่องนี้

กระแสการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ จอร์จ ฟลอยด์ และ Black Lives Matter นั้น กลายเป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคม และกลายเป็นเรื่องราวกระแสหลักที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสำหรับโลกกีฬา ตอนนี้หลายสายตาก็โฟกัสไปที่ กัลโช เซเรีย อา และพรีเมียร์ลีก ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งว่าจะมีการแสดงออกอื่น ๆ ในสนามอีกหรือไม่ แม้ว่าหลาย ๆ สโมสรจะมีการแสดงออกถึงการสนับสนุนเรื่องนี้ในบางการกระทำประหว่างช่วงที่ผ่านมาแล้วก็ตาม

การดีใจที่เกิดขึ้น ในศึกลาลีกา เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการดีใจที่ทั้ง ดีเอโก คอสตา หรือ มาร์เซโล แสดงออกเพื่อตัวเอง หรือความสะใจส่วนบุคคล ทว่ามันเป็นการแสดงออกเพื่อคนอื่น และเป็นการแสดงออกด้วยเจตจำนงที่ดี และยิ่งใหญ่ อาจจะต่อใครสักคน หรืออาจจะต่อใครอีกหลายคนก็ตาม ดังนั้นนอกจากจะเป็นการพูดได้ว่าการดีใจของพวกเขานั้น ถูกต้องตามหลักการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แล้ว มันยังแฝงความหมายที่ยิ่งใหญ่อยู่ในนั้น

ความหมายที่ว่า (พวก)คุณไม่ได้ต่อสู้กับเรื่องนี้อยู่เพียงลำพัง หรือ เดียวดาย แต่(พวก)คุณ จะมี (พวก)เราเป็นกำลังอยู่เสมอ นั่นคือความหมายที่ยิ่งใหญ่ของการดีใจของทั้งสองคนนี้…