เบรนต์ฟอร์ด-ฟูแลม ฟุตบอลนัดเดียวที่มีมูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท | by SPORTDesk. Team

4 August 2020
95 VIEWS

160 ล้านปอนด์ หรือราว 6,530 ล้านบาท คือรายได้คร่าว ๆ ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงจากสโมสรใน แชมเปียนชิพ มาเป็นสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่เปลี่ยนโฉมหน้าสโมสรบางสโมสรไปได้อย่างสิ้นเชิง และเงินจำนวนนี้จะตกเป็นของทีมเดียวนั่นคือ เบรนต์ฟอร์ด ไม่ก็ ฟูแลม สองสโมสรบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีปูมหลังต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือเลยก็ว่าได้

ครั้งสุดท้ายที่เบรนต์ฟอร์ดโลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุด ต้องย้อนไปเมื่อ 73 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากจบสงครามโลกครั้งที่สองได้เพียงไม่กี่ปี ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็วนเวียนอยู่ลีกรองนับแต่นั้นมา ซึ่งในช่วงที่พวกเขาตกต่ำที่สุดนั้น ‘เดอะ บีส์’ เคยหล่นไปเล่นในระดับดิวิชันสี่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาหวุดหวิดที่จะตกลงไปเล่นใน เนชันแนล ลีก ในราวยุคปี 80 ก่อนจะค่อย ๆ ปีนขึ้นมาจนเหลือเพียงอีกก้าวเดียวเท่านั้น พวกเขาจะสามารถขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง

จาก กริฟฟิน พาร์ค สนามเหย้าของ เบรนต์ฟอร์ด ห่างออกไปทางตะวันออกอีกราว 6.5 กิโลเมตร หรือถ้าไม่มีอะไรทำคุณสามารถเดินเล่นด้วยระยะเวลาราวชั่วโมงนิด ๆ เป็นที่ตั้งของสนาม คราเวน คอตเทจ รั้งเหย้าของฟูแลม ทีมที่เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกมาเมื่อปีก่อน และเป็นที่ที่เล่นในลีกสูงสุด 14 จาก 20 ฤดูกาลหลังสุด พวกเขาต้องการโอกาสอีกครั้งในการกลับไปเล่นในระดับที่พวกเขาเพิ่งจากมา

ก่อนมาเจอกันที่เวมบลีย์ พวกเขาทั้งสองทีมจบในอันดับไล่กันใน แชมเปียนชิพ โดยทั้งคู่ต่างมี 81 คะแนน หากแต่ เบรนต์ฟอร์ด ประตูได้เสียดีกว่า จึงจบอันดับเหนือกว่าในอันดับที่ 3 และ “เจ้าสัวน้อย” จบตามมาในอันดับที่ 4 แม้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็ต่างผ่านคู่แข่งของตัวเองในเพลย์ออฟมาได้ และมาอยู่ในตำแหน่งสำหรับแย่งชิงโควตาสุดท้ายในการขึ้นชั้นต่อไป แต่หลังจากนี้ มีเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้ไปต่อ

เรื่องราวของเหล่าผึ้ง

ก่อนมาถึงจุดนี้ เบรนต์ฟอร์ด ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในโค้งสุดท้ายหลังโควิด-19 พวกเขาเอาชนะได้ 8 นัดติดต่อกันหลังจากพ้นช่วงล็อกดาวน์ และปีนขึ้นมาคว้าโควตาเพลย์ออฟได้สำเร็จ อันที่จริงพวกเขาเกือบได้โควตาอัตโนมัติในอันดับที่ 2 ด้วยซ้ำ หากแต่พวกเขากลับมาตกม้าตายเพราะความพ่ายแพ้ต่อ สโตก ซิตี และ บาร์นสลีย์ ใน 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาลที่ฉุดรั้งพวกเขาไว้จากโควตาการเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ

ภายใต้การทำงานของ โธมัส แฟรงก์ อดีตโค้ชทีมชาติเดนมาร์กชุดเยาวชน และ สโมสร บรอนบี ที่ถูกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในปี 2018 เขาเปลี่ยนทีม “เดอะ บีส์” ให้กลายเป็นทีม “ยิงกระจาย” และทำสถิติยิงประตูมากที่สุดใน แชมเปียนชิพ ฤดูกาลที่ผ่านมา 

“เรามีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่ และมีความฝันที่ใหญ่ยิ่ง” แฟรงก์ กล่าว “เราเชื่อมั่นในตัวเอง แต่เราจำเป็นต้องไปที่เวมบลีย์ด้วยความมั่นใจ และ ถ่อมตัว

“พวกเขาเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าเรา นี่ไม่ใช่สงครามจิตวิทยา แต่มันคือความจริง พวกเขาเพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในปีก่อน และพวกเขาก็มีเงินจาก ‘พาราชูต์ มันนี’ คอยช่วย

“พวกเขายังมีประสบการณ์มากกว่าในนัดชิงเมื่อ 2 ปีก่อน พวกเขามีทีมที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา ที่เคยเล่นในเกมระดับนี้มาแล้ว

“ใช่ เราอาจจะเอาชนะพวกเขาได้ 2 ครั้งในปีนี้ และ นั่นอาจจะทำให้เรามั่นใจขึ้น แต่ในเกมชิงชนะเลิศนี้ มันคนละเรื่องกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

โอกาสอีกครั้งของเจ้าสัวน้อย

แม้จะมีประสบการณ์มากกว่าแบบที่ แฟรงก์ บอก แต่ ฟูแลม ก็มีโค้ชที่ประสบการณ์น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะ สก็อตต์ ปาร์กเกอร์ เพิ่งเข้ามารับงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 หลังจากที่ สโมสรปลด เคลาดิโอ รานิเอรี ออกจากตำแหน่ง และเขาก็คุมทีมมานับตั้งแต่ทีมตกชั้นอย่างเป็นทางการ

5 เกมแรกในการดำรงตำแหน่งของเขา ต้องพบเจอกับความพ่ายแพ้ มันทำให้พวกเขาต้องจบฤดูกาลด้วยความพ่าย 26 นัด และโดนยิงไปถึง 81 ประตู ก่อนจะต้องตกชั้นมาอย่างเจ็บปวด สวนทางกับความหวังของ ซาฮิด ขาน เจ้าของทีมที่หวังจะพาทีมโลดแล่นยาวนานในพรีเมียร์ลีก แต่ภายใต้ ปาร์กเกอร์ ในลีกรอง เขาทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม และพาทีมมาลุ้นกลับไปในที่ที่พวกเขาจากมาได้อีกครั้ง

“ผมตระหนักดีว่าฤดูกาลนี้จะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับเรา” ปาร์กเกอร์กล่าว “เมื่อทีมตกชั้นลงมามันทำให้เรามีบาดแผลขนาดใหญ่และเราอยู่สภาวะหมดแรง

“ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการพยายามใช้ปรัชญาและพาตัวตนที่แท้จริงของพวกเรากลับมาในสนาม

“มันเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความยากลำบากในฤดูกาลนี้เพราะคุณไม่มีตัวช่วยใด ๆ ที่จะพาเราไปจากความอ่อนแอในจิตใจเพื่อต่อสู้ในการกลับไปในดิวิชั่นที่คุณจากมา

“ผมเห็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากที่เราเคยเป็นและทีมของเราก็อยู่ในกระบวนการที่กำลังจะกลับไปสู่ที่ที่เราควรอยู่”

เบรนต์ฟอร์ด – ฟูแลม : การรอคอยอันยาวนาน กับการจบความเจ็บปวดอันแสนสั้น 

ฟูแลม มีประสบการณ์ที่ดีในการเพลย์ออฟ ที่เวมบลีย์ เมื่อ 2 ปีก่อนในการเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 เมื่อปี 2018 และ ทอม เคียร์นีย์ กับ อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช ที่มีส่วนร่วมในเกมนั้นก็ยังอยู่กับทีมเพื่อรอเล่นในเกมนี้

“เรามี 2 ผู้นำที่มีประสบการณ์ในเกมมาก่อน การเคยลงเล่น และรับมือกับความกดดันมาแล้ว มันช่วยให้งานของเราลุล่วงได้ง่ายขึ้น” แฮร์ริสัน รีด กองกลางของ ฟูแลม กล่าว

“แน่นอนว่าเราต้องใช้ความได้เปรียบจากจุดนี้ให้เป็นประโยชน์”

อย่างไรก็ตาม พอสตัส แยนส์สัน กัปตันทีม เบรนต์ฟอร์ด ก็คิดว่าผลจากโควิด-19 ที่ทำให้สนามเวมบลีย์ต้องว่างเปล่าในเกมนี้ จะได้ทำให้ใครได้เปรียบใครในเกมนี้

“ถ้ามันเป็นเวมบลีย์ที่เต็มความจุ มันจะสร้างความได้เปรียบเล็กน้อยให้พวกเขา” เช็นเตอร์ฮาล์ฟ สวีดิช กล่าว “ผมไม่เห็นความได้เปรียบใด ๆ จากพวกเขาในตอนนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อน แต่สำหรับเรามันจะเป็นเกมชิงชัยแบบปกติ”

เบรนต์ฟอร์ด มีสถิติที่ไม่ดีในการเล่นเกมเพลย์ออฟเพื่อขึ้นชั้น โดย 8 เกมก่อนหน้านี้ 8 เกม พวกเขาแพ้ในรอบชิงโควตานัดสุดท้ายถึง 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งในความพ่ายแพ้ที่ว่าเกิดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ ณ ที่นี้ โดยครั้งล่าสุด เป็นการเพลย์ออฟ ลีกวัน เมื่อฤดูกาล 2012/13 แต่ก็ไม่มีใครจากวันนั้นเหลืออยู่ในชุดนี้ของทีมแล้ว

“ผมไม่รู้นะว่าในอดีตที่ผ่านมา เบรนต์ฟอร์ด มีผลการเพลย์ออฟยังไง” แยนส์สัน กล่าว “แต่เรามีผู้เล่นใหม่จำนวนมากและไม่มีผู้เล่นคนใดเคยเล่นเพลย์ออฟกับทีมมาก่อน

“เราแค่ต้องมีสมาธิกับเกมเกมนี้ นี่เป็นเกมที่ชี้ชะตาชีวิตพวกเราอย่างแท้จริง”