แบรด มาร์ชานด์ : ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

16 December 2018
134 VIEWS

“มันมีเด็กเป็นพันคนเหมือนเธอในแคนาดา แล้วยังมีอีกเป็นพันคนในโลกนี้ เธอรู้ไหม สถิติมันบอกว่ายังไง? สถิติมันบอกว่า มีแค่ 0.01% เท่านั้นแหละ ที่จะได้เล่นใน เอ็นเอชแอล”

คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าคุณเป็นเด็กชายอายุ 12 เพิ่งเข้ามัธยมศึกษาตอนต้น และ มีคนพูดอะไรแบบนี้ให้คุณฟัง ทั้งที่ความฝันของคุณคือการเข้าไปเล่นในลีกฮอกกี้น้ำแข็งที่ดีที่สุดในโลกอย่าง เอ็นเอชแอล

ท้อแท้? หมดหวัง? ลังเล? คิดใหม่? แต่ไม่ใช่กับไอ้หนู แบรด มาร์ชานด์

คนรักทั้งเมือง เกลียดทั้งประเทศ

หากพูดถึง แบรด มาร์ชานด์ คงไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูคนไทยกันสักเท่าไหร่ อันที่จริง…อย่างว่าแต่คุ้นหูเลย เชื่อว่าหลายคนที่อ่านก็น่าจะเพิ่งเห็นชื่อเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำไป เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเขากันก่อนจะไปอ่านเรื่องราวเขาสักหน่อยน่าจะดี

มาร์ชานด์ เป็นนักฮอกกี้น้ำแข็ง ของทีมบอสตัน บรุนส์ และทีมชาติแคนาดา เขาเติบโตมาที่ โนวา สกอเทีย หรือที่รู้จักกันในนาม นิว สก็อตแลนด์ ซึ่งถือเป็นมลรัฐหนึ่งของแคนาดา 

ในวัยเด็ก เขามักโดนล้อเรื่องนามสกุล เพราะนามสกุล มาร์ชานด์ เป็นนามสกุลที่ค่อนข้างโหล ซึ่งคำว่า มาร์ชานด์ (Marchand) เป็นภาษาฝรั่งเศส มีความหมายตรงกับ เมอร์แชนต์ (Merchant) ที่แปลว่าพ่อค้าในภาษาอังกฤษ

แน่นอน ด้วยความที่อยู่ใกล้กับรัฐควีเบค เมืองหลวงแห่งฮอกกี้น้ำแข็งของทวีปอเมริกาเหนือ เขาหลงรัก และ คลั่งไคล้กีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่จำความได้ และมีความฝันจะไปให้ถึงสุดสูงสุดของโลกในการเล่นกีฬาแห่งนี้ตั้งแต่ยังเด็ก

มาร์ชานด์ เป็นคนมีทักษะฮอกกี้ที่ยอดเยี่ยม ทั้งการเลี้ยง การยิง โดยเฉพาะการปะทะ เขาเป็นหนึ่งในนักฮอกกี้ ที่แฟนกีฬาชนิดนี้เกลียดที่สุดคนหนึ่งของประเทศ!

สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะว่าเขาชอบเล่นลูกตุกติก เช่นการเข้าปะทะโดยการกางศอก หรือ ไฮฮิต (การอัดสูงเข้าที่ศรีษะหรือใบหน้า ซึ่งผิดกฎ) อยู่บ่อยครั้ง บวกกับนิสัยหัวร้อนง่าย ทำให้ท้าตี ท้าต่อยกับคนอื่นบ่อยครั้ง แต่เคราะห์ดีที่การต่อยกัน ไม่ได้เป็นความผิดร้ายแรงในกีฬาชนิดนี้

ถึงคนจะเกลียดทั้งประเทศ แต่เขา เป็นที่รักของแฟนฮอกกี้ในเมืองบอสตันอย่างมาก เพราะถึงเขาจะมีลูกตุกติก แต่ความทุ่มเท และ ความสามารถของเขาเป็นของจริง นอกจากนี้ ถึงเขาจะดูก้าวร้าวในสนาม แต่นอกสนามเขาเป็นกันเองกับแฟนกีฬาและชาวเมือง ทั้งยังบริจาคเงิน ช่วยการกุศลของเมืองอยู่บ่อยครั้งด้วย นั่นเองที่ทำให้คนบอสตัน รักเขาจับใจ

และเขาเองก็พอใจที่จะเป็นแบบนั้น…เพราะแม้คนที่รักเขาจะมีน้อยมากเมืองเทียบกับคนที่เกลียด แต่เขาก็เลือกจะแคร์แต่คนที่รัก และ ไม่ใส่ใจคนที่เกลียดเขาสักเท่าไหร่

“มันมีความหมายเสมอ ในการเล่นให้เมืองนี้ ผมเชื่ออย่างนั้น” 

รักแรก, ลุ่มหลง เร้าร้อน…ในฮอกกี้

เด็กชาย แบรด เติบโตมากับการเล่นสเก็ตในฤดูหนาวกับเด็ก ๆ แถวบ้าน อย่าง แอนดี้, ไรอัน และจัสติน เขาเล่นสเก็ตกันแทบจะทุวันในฤดูหนาว เมื่ออากาศเย็นพอให้ลานสะเก็ตไม่ละลาย หรือ แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง

เขาเริ่มเล่นฮอกกี้น้ำแข็งกับเพื่อนบ้านกลุ่มนั้นโดยอายุยังไม่ถึง10 ขวบ สาเหตุแค่มาจากว่า เขาเบื่อการสเก็ตน้ำแข็งไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อเขาทำมันได้ดีพอ 

และเมื่อเขาได้เริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้แล้ว เขาก็ตกหลุมรักมัน และถอนตัวไม่ขึ้นอีกเลย จน…กระทั่งปัจจุบัน

มาร์ชานด์ เล่าให้ฟังผ่านหนังสือของเขาว่า เขาและเพื่อน ๆ เมื่อได้รู้จักกับฮอกกี้น้ำแข็ง ก็คลั่งไคล้ และเล่นกันไม่ยอมหยุด เมื่อน้ำแข็งละลายไป เขาก็เปลี่ยนมาเล่น ฮอกกี้ที่ใช้ลูกบอลแทน หรือถ้าวันไหนฝนตกเล่นกลางแจ้งไม่ได้ เขาก็จะย้ายไปเล่นในยิมโรงเรียน หรือในโรงรถบ้านใครสักคน

รู้ตัวอีกที เขาก็กลายเป็นนักฮอกกี้น้ำแข็งให้ทีมเยาวชนให้ทีม ดาร์ตมัธ ซับเวย์ส ในปี 2003 และทำคะแนนสูงสุดในลีกของ NSMMHL หรือ โนวา สก็อตเทีย เมเจอร์ มิดเกต ฮอกกี้ ลีก ซึ่งเป็นลีกเยาวชนระดับมลรัฐของ โนวา สก็อตเทีย ไปแล้ว โดยเขาทำคะแนนรวม 94 คะแนน จาก 60 เกม แบ่งเป็น 47 ประตู กับ 47 แอสซิสต์ ซึ่งเพียงพอให้เขาไปเล่นในลีกที่ใหญ่กว่าอย่าง ควีเบค เมเจอร์ จูเนียร์ ฮอกกี้ ลีก หรือ QMJHL ที่ปั้นดาวดังให้กับโลกฮอกกี้มากมาย

แน่นอน ปีแรกของเขากับทีมมองค์ตัน ไวลด์แคทส์ ไม่สวยงามนัก เขาต้องรับบทสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นนักฮอกกี้ที่ทำคะแนนติด 100 อันดับแรกได้ในปีที่ 2และเขาก็ย้ายทีมไปที่ วัลดอร์ ฟอร์เออร์ส ที่ซึ่งเขาได้ติดทีมชาติแคนาดาชุด ยู-20 เป็นครั้งแรก

ตลอดเวลาทั้งหมดที่เขียนมาทั้งหมดนั้น เขาไม่เคยทิ้งความรักที่มีต่อฮอกกี้ไปเลย เขาเล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในตอนนั้น คือการตื่นมาซ้อมฮอกกี้ ตอนตี 5 ของทุกวันก่อนไปโรงเรียน แน่นอนว่า มันอาจจะมีช่วงเวลาที่ขี้เกียจ แต่ไม่มีวันไหนเลย ที่เขาได้เขาไปถึงสนามแล้วไม่อยากซ้อม…ไม่มีเลย

“เราทำได้ทั้งวัน เพราะเราแค่รักมัน”

เชื่อมั่น ให้เวลา อย่ายอมแพ้ แค่นั้นพอ

มาร์ชานด์ วนเวียนอยู่ใน QMJHL เขามีสถิติฤดูกาลก่อนเข้า เอ็นเอชแอล ไม่ดีนักทำให้เขากังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เขาฝันมาตลอดถึงขั้นนอนไม่หลับในคือนก่อนดราฟต์ แต่แน่นอนว่า พระเจ้าไม่ได้โหดร้ายกับเขา เพราะบอสตัน บรุนส์ ดราฟต์เขาเข้ามาร่วมทีมในรอบที่ 3 ของปี 2006 อันดับที่ 71 

แต่ด้วยวัยเพียง 18 ปี บอสตัน เลือกที่จะยังไม่ใช้งานเขา จนกระทั้งฤดูกาล 2009 ในวันที่เขาอายุ 20 ปีปีเศษ ทำให้ระหว่างนั้น เขาได้เก็บประสบการณ์อย่างเต็มที่ และมีโอกาสสร้างชื่อจากการนำทีมลุยศึกชิงแชมป์เยาวชนโลก ก่อนพาทีมคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

ฤดูกาลแรกกับบรูนส์ ไม่งดงามเหมือนที่เขาเจอมาตลอดชีวิต ไม่มีฤดูกาลแรกที่ไหนในชีวิตเขางดงามเลย เพราะยังไม่ทันจบฤดูกาล เขาก็โดนส่งกลับไปยัง โพรวิเดนซื บรุนส์ ทีมลูกในลีกรองอย่าง เอเอชแอล ทำให้เขาเรียนรู้ว่าตัวเองไม่ใช่อัจฉริยะ แต่เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นผู้มุมานะมากพอ

นั่นทำให้เขากลับมาสู่ทีมได้ในฤดูกาลต่อมา และกลายเป็นคนที่มีส่วนสำคัญกับทีมในการพาทีมคว้าแชมป์ สแตนลี่ย์ คัพ แชมป์ของลีก เอ็นเอชแอล ในปีนั้นด้วย และตั้งแต่วันนั้นมา ที่เมืองบอสตัน มีเขาเป็นคนสำคัญเพิ่มมาอีกคน

“เมืองนี้เป็นของคุณแล้ว สนุกกับมันเถอะ” ตำรวจสักคนที่ดูแลขบวนพาเรดฉลองแชมป์ บอกกับเขา

ความฝัน มีไว้พิชิต

“มันมีเด็กเป็นพันคนเหมือนเธอในแคนาดา แล้วยังมีอีกเป็นพันคนในโลกนี้ เธอรู้ไหม สถิติมันบอกว่ายังไง? สถิติมันบอกว่า มีแค่ 0.01% เท่านั้นแหละ ที่จะได้เล่นใน เอ็นเอชแอล” 

โค้ชของเขาสมัยเขาเล่นกับทีมเยาวชนในบ้านเกิดที่ โนวา สก็อตเทีย เคยบอกกับทุกคนในในทีมของเขาแบบนั้น และ มาร์ชานด์ ไม่เคยลืม เพราะเขาไม่เคยท้อแท้, หมดหวัง หรือ ลังเลในความฝันของตัวเองเลยแม้แต่วันเดียว

ตรงกันข้าม เขาแน่วแน่ มั่นคง และเชื่อมั่นในความเป็นไปได้

ไม่แน่ใจนัก ว่าเด็กวัย12 ปี คนอื่น ๆ จะรู้สึกยังไง เมือโดนโค้ชพูดแบบนั้นต่อหน้า แต่ เด็กชาย แบรด มาร์ชานด์ คิดว่า…

“โอเค ถ้าผมมีโอกาส 0.1% ล่ะก็ นี่อาจจะเป็นทางเดียวที่ทำให้คนรู้จักผม…ทางนั้นคือ ทำให้ได้” 

สำหรับ เด็กชาย แบรด มาร์ชานด์…ความฝัน มีไว้พิชิต และเขาก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ