“ตลกร้าย” ในเกมเปิดสนาม

7 January 2019
334 VIEWS

ศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียอย่าง  “เอเชี่ยนคัพ 2019” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการกับนัดเปิดสนามที่ “เจ้าภาพ” ยูเออี พบกับ บาห์เรน เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

ถือเป็นเกมที่พลิกความคาดหมายของใครหลายคน…

เริ่มตั้งแต่ผู้เล่นที่ถูกส่งลงสนามก็พลิกความคาดหมายแล้ว เมื่อทั้ง 2 ทีมตัดสินใจเก็บผู้เล่นที่สำคัญที่สุดไว้บนม้านั่งสำรอง ทั้งยูเออีที่ตัดสินใจให้ อาเหม็ด คาลิล ดาวยิงตัวเก่งผู้มีสถิติทำประตูเป็นอับดับ2 ตลอดกาลของทีมเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง ส่วนบาห์เรนก็ดร็อป อับดุลลา ยูซุบ เฮลัล ดาวยิงจาก โบฮีเมียน 1905 ทีมในลีกของสาธารณรัฐเช็ค ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นเพียงตัวสำรองเช่นกัน

ต่อมาที่พลิกความคาดหมายก็คือรูปเกมเมื่อ “เจ้าภาพ” ที่ถูกยกให้เป็นต่ออยู่หลายขุมจากความได้เปรียบทั้งเรื่องเสียงเชียร์ และความคุ้นเคยในฐานะเจ้าบ้าน กลับไม่ได้เหนือกว่าบาห์เรนมากนัก โดยรูปเกมกลับเป็นไปอย่างสูสีคู่คี่  แม้ยูเออีจะครองบอลได้มากกว่าเกือบ 60%แต่ก็ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสเจาะเกมรับของบาห์เรนเข้าไปทำประตูได้

จะว่าไปมันก็เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี เข้ามารับตำแหน่งกุนซือของทีมตั้งแต่ช่วงตุลาคม 2017ซึ่งเขายังแก้ไม่ตก โดยภายใต้กุนซืออิตาเลี่ยนยูเออีทำได้เพียง 11ประตูจาก 17 เกม และชนะเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น

อีกส่วนหนึ่งอาจเพราะยูเออีขาด โอมาร์ อับดุลราห์มาน เพลย์เมคเกอร์เชิงสูงที่บาดเจ็บเข่าจนพลาดร่วมสู้ศึกในครั้งนี้ ทำให้การสร้างสรรค์โอกาสในเกมรุกดูด้อยประสิทธิภาพลงไปอีก รวมทั้งยังดร็อปดาวยิงตัวเก่งอย่าง อาเหม็ด คาลิล ไว้ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามอีกก็ทำให้เกมรุกขาดตัวจบสกอร์ที่ดี

เมื่อทำประตูไม่ได้ก็เริ่มเกร็งตัวเอง จนมาโดนทีเด็ดแบบพลิกความคาดหมายของบาห์เรนจากการทำประตูของโมฮาเหม็ด อัล โรไมฮี ในนาทีที่78จนเกือบต้องพลาดท่าปราชัยในเกมประเดิมสนาม  

เดชะบุญที่เรื่อง “ตลกร้าย” มาเกิดขึ้นก่อนหมดเวลาไม่กี่อึดใจ…

หลังถูกขึ้นนำ ยูเออีพยายามบุกหวังทวงประตูคืน เปลี่ยนเอา อาเหม็ด คาลิล ลงสนามทำให้เกมรุกดูมีประสิทธิภาพมากขึ้น กระทั่งเกือบทำประตูตีเสมอได้ จนมาได้ลูกเตะมุมในนาทีที่ 87จังหวะนั้นบาห์เรนเปลี่ยนตัวผู้เล่นส่ง โมฮาเหม็ด จาร์ซิม มาร์ฮูน ดาวรุ่งวัย20 ปี ลงมาแทน อาเหม็ด จูมา แล้วเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนเรื่อง “ตลกร้าย” ที่สวรรค์กำหนดไว้ก็เกิดขึ้น 

เมื่อลูกบอลจากลูกเตะมุมของยูเออีลอยตกลงมาโดนมือของ มาร์ฮูน ทำให้“สัมผัสแรก” ของเจ้าหนูวัย 20 ปีในเกมสุดสำคัญกลายเป็นจังหวะ “แฮนด์บอล” ที่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษ ซึ่ง อาเหม็ด คาลิล รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาดให้ยูเออีตามตีเสมอได้สำเร็จ

ในมุมมองของผมคิดว่าผู้ตัดสินสามารถ “ให้ลูกจุดโทษได้” เพราะลูกบอลมาโดนมือจริง แต่ “สมควรให้” หรือไม่เป็นคำถามที่สำคัญ

เพราะจังหวะนั้นผู้เล่นของบาห์เรนไม่ได้ตั้งใจใช้มือเล่นบอล แต่ถูกกระแทกจากผู้เล่นยูเออีที่จะขึ้นโหม่งบอลทำให้การจัดระเบียบร่างกายไม่ดี ปล่อยให้บอลลอยมาโดนมือในที่สุด

ถือเป็นดุลยพินิจที่ผู้ตัดสินต้องตัดสินใจ น่าเสียดายที่ เทคโนโลยี VAR จะเริ่มใช้ในรอบควอเตอร์ไฟนอลเป็นต้นไป ซึ่งถ้ามีเทคโนโลยี VAR เข้ามาช่วยในเกมนี้ เรื่อง “ตลกร้าย” ในนาทีที่ 87 อาจไม่เกิดขึ้น

และเกมคงไม่จบลงด้วยผลเสมอเช่นนี้…