บิลลี กิลมอร์ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่ใคร ๆ ก็พูดถึง

บิลลี กิลมอร์
4 March 2020
319 VIEWS

หลังจากจบเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่ เชลซี เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา ประเด็นร้อนเรื่องใหญ่ในหน้าสื่อทั่วโลกต่างลงข่าวการพ่ายแพ้ 2 นัดซ้อนของลิเวอร์พูล พร้อมเป็นความพ่ายแพ้ 3 จาก 4 นัดหลัง ซึ่งทั้ง 3 นัดที่พวกเขาพ่ายแพ้นั้น “หงส์แดง” ทำประตูไม่ได้เลยด้วย

แต่นอกจากความพ่ายแพ้อันน่าตกใจของทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์แล้ว ผลการแข่งขันเมื่อคืนนี้ยังทำให้สปอร์ตไลท์ฉายไปยังเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกลายเป็นที่จดจำในค่ำคืนเดียว และชื่อของเขาคือ บิลลี กิลมอร์

ก่อนเกมนี้ บิลลี คลิฟฟอร์ด กิลมอร์ ดาวรุ่งวัย 18 ปี เป็นเพียงชื่อของดาวรุ่งที่ “มีแวว” และถูกพูดถึงในวงการฟุตบอล “สก็อตต์” หาใช่ฟุตบอล “อังกฤษ” จากความที่เขาเกิดและเติบโตที่กลาสโกว ทำให้เขามีความผูกพันกับฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เพราะเขาโตมากับ โอลเฟิร์ม ดารบี ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อของเขาโปรดปราน และเมื่อเจ้าหนูบิลลีเริ่มรู้ความพ่อของเขาก็ส่งสริมให้เขาเริ่มเล่นฟุตบอลทันที

บิลลี เข้ามาเป็นสมาชิกของทีมเยาวชน กลาสโกว เรนเจอร์ส ตั้งแต่อายุได้แค่ 7 ขวบ เขาเล่นฟุตบอลมาตลอดนับจากนั้น ด้วยความที่เป็นเด็กที่มีทักษะการเล่นดี ทำให้เขาติดทีมชาติสก็อตแลนด์ทุกชุดไล่ตั้งแต่ ยู-15, ยู-16, ยู-17, ยู-19 และ ยู-21

บิลลี ย้ายมาอยู่กับเชลซีในเดือน พฤษภาคม ปี 2017 โดยตอนนั้นเชลซีต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมในการย้ายทีมกับ เรนเจอร์ส ถึง 500,000 ปอนด์ หรือราว 20 ล้านบาท สำหรับเด็กวัย 15 ปี คนนี้ แต่หลาย ๆ ฝ่ายในสก็อตแลนด์ไม่ต้องการให้เจ้าหนูคนนี้ย้ายไปยังอังกฤษ ถึงขนาดนี้คนระดับ มัลกี แม็คคาย ผู้อำนวยการด้านประสิทธิภาพของทีมชาติสก็อตแลนด์เคยออกมาบอกว่า “ผมหวังว่าเขาจะแค่ถูกยืมไปไม่ใช่ขายขาด เพราะเขากำลังพัฒนา และน่าจะมีบทบาทในทีมชุดใหญ่ของเรนเจอร์สได้ไม่ยาก” เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เพชรยังไงก็เป็นเพชร หลังจากที่เขาเช็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ “สิงห์บลูส์” ในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เขาก็ได้ซ้อมและลงสนามกับทีมเชลซีชุด ยู-18 ในเวลาต่อมา และหลังจากฤดูกาลเปิดราว 1 เดือนประตูแรกของเขาในสีเสื้อทีมใหม่ก็เกิดขึ้น ในเดือนกันยายน ด้วยการยิงใส่คู่อริอย่าง อาร์เซนอล และหลังจากนั้น ในปีต่อมาที่เขาอายุ 17 เขาก็ฉายแววมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยิง 3 ประตู ใน 3 นัดที่เขาลงสนามกับทีมช่วงเดือน กรกฎาคม ปี 2018 นั่นเองที่ทำให้ดาวรุ่งวัย 17 ปี ได้สัญญากับทีมชุดใหญ่ของ เชลซี

การมาของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ที่เชลซี ทำให้เจ้าหนูบิลลี ได้โอกาสมากขึ้น เขามีชื่อติดทีมไปลุยศึกปรีซีซัน และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2019 เขาก็ได้ประเดิมสนามนัดแรกกับทีมชุดใหญ่ในเกมกระชับมิตรกับ โบฮีเมียนส์ ที่ ดับลิน และในเวลาต่อมา เกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่พบกับ ลิเวอร์พูล เขาก็ติดทีม เชลซี ชุดใหญ่ครั้งแรก หากแต่เกมนั้นเขาได้แค่ดูพี่ ๆ เล่นในสนามจนเกมจบเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม โอกาสของ บิลลี ในเกมพรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการก็มาถึง ในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยเขาลงไปเล่นเป็นตัวสำรองแทนแทมมี อบราฮัม ในนาทีที่ 84 และอีกนัดในเกมกับ คริสตัล พาเลซ วันที่ 9 พฤศจิกายน

แน่นอน ชื่อของเขา ยังได้รับโอกาสในฟุตบอลถ้วยทั้ง คาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ ด้วย และโอกาสที่เขาได้รับมาจาก แลมพาร์ด ก็ถูกตอบแทนด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในเกมล้ม “หงส์แดง” ในนัดล่าสุด ที่แม้เขาจะไม่สามารถทำประตูได้ แต่เขาก็มีบทบาทกับเกมอย่างมาก และได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้

จะว่าไป ก่อนเกมนี้เจ้าหนู บิลลี กิลมอร์ ได้รับโอกาสลงเล่นในสนามไปเพียง 6 นัด เวลารวมกัน 281 นาทีเท่านั้น แต่เขากลับเล่นในเกมนี้ได้ราวกับเล่นฟุตบอลมาอย่างยาวนาน และมีประสบการณ์โชกโชน โดยเขาผ่านบอลสำเร็จ 38 ครั้ง คิดเป็น 77% สร้างโอกาสได้ 1 ครั้ง เข้าบอลสำเร็จ 6 ครั้ง เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ 2 ครั้ง และเข้าปะทะและแย่งบอลได้ 2 ครั้ง ตัดบอล 1 ครั้ง และลงไปเก็บบอลได้ถึง 9 ครั้งในเกมนี้

มันคือฟอร์มที่เหลือเชื่อสำหรับผู้เล่นอายุน้อยที่ต้องมาเผชิญหน้ากับทีมที่ดีที่สุด” แฟรงก์ แลมพาร์ด กล่าวถึง บิลลี กิลมอร์ หลังจบเกม

เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวคุณ เขานิ่ง สงบ ตลอด 5-10 นาทีที่ถูกกดดันและคุมมันอยู่ คุณจะเห็นคุณภาพของเขาได้จากการเลือกออกบอล และ การรู้ว่าตอนไหนควรเก็บบอล

ผู้คนอาจจะมองเขา และมองว่าเขาทำอะไรไม่มากในเกมนี้ แต่ที่จริงแล้ว ตัวตนเขาในเกมนั้นยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นผมจึงดีใจที่เขามาถึงจุดนี้

เขาสมควรได้รับทุกอย่าง เขาสมควรได้แมน ออฟ เดอะ แมตช์ เขาสมควรได้รับคำยกย่องจากผู้คนที่พูดถึงเขา ผมดีใจต่อเขาและครอบครัว เพราะมันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ต่อเขาจริง ๆ

ขณะที่ฮีโร่ ในเกมนี้ที่ยิงประตูให้เชลซี อย่าง รอส บาร์กลีย์ ก็ออกมาชื่นชมรุ่นน้องคนนี้เช่นกัน “บิลลี เป็นอะไรที่เจิดจรัสมากในเกมนี้

แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับผม ผมเห็นเขาซ้อมมาก่อน และวันนี้เขาก็ทำมันได้เหมือนกับที่เขาซ้อมมาตลอดฤดูกาลไม่มีผิด

บททดสอบหลังจากนี้ของนักเตะดาวรุ่งยังอีกไกล แต่สำหรับนักเตะที่เติบโตในอังกฤษก่อนอายุ 18 แบบ บิลลี กิลมอร์ แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือทรัพยากรบุคคล ที่ในอนาคตเขาจะมีมูลค่ามากมายหากเขาพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องหลังจากนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย