5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อน “หงส์” ดวล “เชลซี”

บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จะต้องดวลกับ เชลซี ที่กำลังลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก งานนี้รับรองการันตี ทั้งสองทีมใส่กันไฟแลบแน่นอน เพราะต่างก็มีเดิมพันสูง 

และนี่คือ 5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อน “หงส์แดง” ดวลแข้งกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ในวันอาทิตย์ 14 เม.ย. เวลา 22.30 น. 

1. ก่อนแข่ง ลิเวอร์พูล ลงเล่นไปแล้ว 33 นัด มากกว่าแมนฯซิตี้ 1 นัด และมีคะแนนมากกว่าแมนฯซิตี้อยู่ 2 คะแนน แต่ที่สำคัญคือ สุดสัปดาห์นี้ ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ อาจแบกรับความกดดันมากกว่า เพราะต้องลงเล่นหลัง แมนฯซิตี้ ที่อาจจะขึ้นไปรั้งจ่าฝูงก่อน 

สำหรับเกมนี้ ลิเวอร์พูล อาจจะห่วงหน้าพะวงหลังเล็กน้อย เพราะกลางสัปดาห์มีเกมหนักกับ ปอร์โต้ รออยู่ แต่เชื่อขนมกินได้เลยว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ จะใส่แหลกกับ เชลซี เช่นเดิม

เรื่องตัวผู้เล่นคาดการณ์ว่า โจแอล มาติป อาจจะกลับมาทวงตัวจริงจาก เดยัน ลอฟเรน อีกครั้ง ขณะที่ แกนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมที่ฟอร์มดีมากในฟุตบอลยุโรป น่าจะได้เล่นต่อเนื่องต่อไป ส่วน จอร์จินิโอ ไวจ์นาดุม น่าจะได้คืนตัวจริง หลังจากได้พักมา 

2. ด้าน เชลซี เพิ่งเหนื่อยกับ สลาเวีย ปราก มาในเกมยูโรป้า ลีก และได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมแบบหืดจับจาก มาร์กอส อลอนโซ่

สำหรับ เกมดวลกับ ลิเวอร์พูล  แน่นอนว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะใช้ กอนซาโล่ อิกวาอิน เป็นตัวจริงแทน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขณะที่ ดาวิด ลุยซ์ ก็น่าจะคืนตัวจริง หลังจากได้พักในเกมยุโรป ส่วน เอเด็น อาซาร์ คืนตัวจริงอีกครั้งแน่นอน 

3. สำหรับคู่นี้ดวลกันในยุคพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 53 ครั้ง สถิติรวมต้องถือว่าสุดสูสีมากๆ โดย เชลซี เป็นฝ่ายชนะไป 20 ครั้ง หงส์แดง ได้สยายปีกคว้าชัยไป 19 ครั้ง และเสมอกันไป 14 ครั้ง โดย เชลซี ทะลวงประตูได้ 65 ประตู, ลิเวอร์พูล ยิงได้ 62 ประตู 

นัดแรกในซีซั่นนี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์  จบลงด้วยผลเสมอกัน 1-1 เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน ปีที่แล้ว โดยเกมนั้น เชลซี นำก่อนจาก เอเด็น อาซาร์ ก่อนที่ลิเวอร์พูล จะตีเสมอได้ก่อนจบเกม 1 นาทีจาก ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 

4. อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล มีสถิติที่ไม่ดีเท่าไรในการเล่นที่แอนฟิลด์ เวลาที่ต้องเจอกับ เชลซี ในพรีเมียร์ลีก เพราะ 6 นัดหลังสุด หงส์แดง ไม่ชนะเลย (เสมอ 4 แพ้ 2 ) โดยครั้งหลังสุดที่ ลิเวอร์พูล ชนะ เชลซี ที่แอนฟิลด์ ต้องย้อนไปเมื่อปี 2012 

แต่ถึงกระนั้น เยอร์เก้น คล็อปป์ มีผลงานที่ดีมากๆ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019 เพราะเพิ่งแพ้ไปแค่เกมเดียว นอกจากนี้ ใน 6 นัดหลังสุดทุกรายการ พวกเขาเก็บชัยหมดทุกนัด และพวกเขาก็ไม่แพ้ที่แอนฟิลด์ ในเกมลีกมาติดต่อกัน 37 นัดแล้ว  5.

เจาะสถิติต่อสถิติ

ดาวซัลโว : ลิเวอร์พูล มีนักเตะถึง 3 คนที่ยิงประตูในลีกเกินเลข 2 หลัก นั่นคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (18), ซาดิโอ มาเน่ (17) และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (12) ขณะที่ เชลซี มีเพียง เอเด็น อาซาร์ คนเดียวที่ยิงเกิน 10 ประตู โดยเพลย์เมกเกอร์เบลเยียม ยิงไปแล้ว 16 ประตู

แอสซิสต์ : เอเด็น อาซาร์ คือคนที่ทำแอสซิสต์สูงที่สุดในลีก ด้วยจำนวน 12 ประตู ขณะที่ลิเวอร์พูล มี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นตัวชูโรง ที่ทำแอสซิสต์สูงสุดให้กับทีม ที่จำนวน 9 ประตู นอกจากนี้ ซาลาห์ ยังช่วยแอสซิสต์ไป 7 ประตู, ฟีร์มีโน่ อีก 6 ประตู 

การเซฟป้องกันประตู : สถิติของนายทวารของทั้ง 2 ทีมสูสีกันมาก เพราะ อลิสซอน เซฟไปทั้งสิ้น 64 ครั้ง ขณะที่ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ของเชลซี เซฟไป 68 ครั้ง 

แต่ทว่าเกมรับของลิเวอร์พูล ดูจะดีกว่าของ เชลซี เพราะปัจจุบัน หงส์แดง เป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก จากการเสียไปแค่ 20 ประตู ขณะที่ เชลซี เสียไปแล้ว 34 ประตู


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Feature

10 ประเด็นเก็บตกลีกใหญ่ช่วงคริสต์มาสอีฟ

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกใหญ่ช่วงปลายปี มีความเข้มข้น-โหดหฤหรรย์และคาดเดายากเกินบรรยาย เพราะนี่ถือเป็นช่วงที่กำลังจะผ่านครึ่งหนึ่งของฤดูกาลในทุกๆลีกแล้ว และในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นให้เก็บตก เอาย้อนขุดคุ้ยกันต่อ อาทิ การประเดิมคุมงานนัดแรกของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา , ความพ่ายแพ้ของแมนฯซิตี้และเชลซี รวมถึงความสุดยอดของสเปอร์ส

Thought

ฟุตบอลโลกกับที่มาที่น่าสนใจ (ตอนที่ 2)

ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน

มาต่อกันเรื่องฟุตบอลโลกกับ ประวัติศาสตร์โลกกันต่อ ในอีกครึ่งที่เหลือของเรื่องราวของ โลก และ ฟุตบอล

Thought

“มาตรฐาน” ไทยลีก 2019

ไข่มุกดำ

ฤดูกาล 2019 น่าจะเป็นปีที่ “สุกงอม” กำลังดีของวงการฟุตบอลระดับสโมสรของเมืองไทย