เงินก้อนใหญ่ที่ทีมจากพรีเมียร์ลีกอาจจะเสียไปในวันที่ ‘แข่งไม่จบ’

5 April 2020
47 VIEWS

ถึงตอนนี้ ความแน่นอนของพรีเมียร์ลีกก็ยังคงไม่เกิดขึ้นว่าลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษลีกนี้ จะเดินหน้าไปต่อในฤดูกาลนี้ หรือ จะยุติลงในวันใดวันหนึ่ง เพราะล่าสุดถึงแม้การประชุมร่วมของทาง พรีเมียร์ลีก, อิงลิชฟุตบอลลีก หรือ อีเอฟแอล และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ กับ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ จะมีข้อสรุปว่า ลีกที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกลีกนี้ จะไม่กลับมาเตะหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และ รัฐบาลยังไม่รับรองความปลอดภัยก็ตาม

การยืดเวลาออกไปแบบไร้กำหนดตามคำสั่งดังกล่าว ทำให้มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นไปเป็น 2 ทิศทางอย่างชัดเช่น ฝั่งหนึ่งต้องการให้ยื้อจนลีกสามารกลับมาเตะได้อีกครั้งไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ตาม โดยเหตุผลของฝ่ายมีสาระสำคัญคือเงินจำนวนมหาศาลที่พรีเมียร์ลีกจะต้องชดเชยให้เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดซึ่งอาจจะมีมูลค่าเกือบ พันล้านปอนด์ ส่วนอีกฝ่ายก็สนับสนุนหนทางในการทำยังไงก็ได้ให้ฤดูกาลจบ ไม่ว่าจะตัดจบ หรือ สั่งให้ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะไป โดยเหตุผลก็คือ ปฏิทินการแข่งขันในฤดูกาลหน้านับตั้งแต่เริ่มตลาดนักเตะจนจบฤดูกาลจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถ้าการแข่งขันไม่ได้มีขึ้นตามกรอบเวลาที่กำหนด

จากทั้ง 2 ทางเลือก ไม่ว่าฝั่งไหนก็ดูมีเหตุผลที่ดีมารองรับ แต่นั่นเราพูดถึงภาพรวมกว้าง ๆ ของทั้งลีก แต่จะเกิดความเสียหายต่อแต่ละสโมสรขนาดไหนถ้าหากลีกแข่งขันกันไม่จบจริง ๆ และนี่คือตัวเลขการประมาณการคร่าว ๆ ที่มีสื่อจากประเทศอังกฤษเอามานำเสนอกันในวันนี้

เบิร์นลีย์ เป็นทีมที่ตกเป็นข่าวในวันนี้ พวกเขาอาจจะต้องเสียรายได้ราว 50 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2 พันล้านบาท ถ้าลีกไม่สามารถกลับมาเล่นกันอีกครั้งได้ และอาจจะมีสโมสรอื่น ที่ต้องเสียรายได้เป็น 2 เท่าของเงินจำนวนที่ เดอะ คลาเร็ตส์ เสียไปก็เป็นได้ ไมค์ การ์ลิค ประธานของ เบิร์นลีย์ ซึ่งเป็นคนออกมาให้ข่าวนี้ แจกแจงตัวเลขได้ค่อนข้างละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายที่ทีมของเขาอาจจะได้รับ โดยเปิดเผยว่า ตัวเลข 50 ล้านปอนด์ มาจาก ค่าตั๋วเข้าชมเกมจากคนดูในบ้านของเกมที่เหลือจะอยู่ที่ราว 5 ล้านปอนด์ ขณะที่ 45 ล้านปอนด์ที่เหลือพวกเขาจะพลาดรายได้จากการถ่ายทอดทางทีวี

“มันเป็นสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งเราและสโมสรอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก ต่างต้องเผชิญหน้ากับมัน และเราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าไปได้เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น” ประธานสโมสรเบิร์นลีย์ กล่าว

“มันไม่ใมใช่แค่สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับแค่เบิร์นลีย์ หรือ ทีมใดทีมหนึ่งเท่านั้น มันเกิดขึ้นกับทุกทีมที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับพรีเมียร์ลีก และยังรวมถึงในธุรกิจต่าง ๆ ที่ผูกพันเกี่ยวข้องกับลีกของพวกเราด้วย”

ยังมีการประเมินอีกว่า ลิเวอร์พูล ในฐานะจ่าฝูงของตารางตอนนี้ พวกเขาอาจจะต้องเสียรายได้ที่พวกเขาควรจะได้ไปราว 55 ล้านปอนด์ จากรายได้ทั้งหมดที่พวกเขาควรได้คือ 178 ล้านปอนด์ นั้นหมายความว่า “หงส์แดง” จะได้เงินเพียง 123 ล้านปอนด์เท่านั้นหากเกม 9 นัดที่เหลือไม่เกิดขึ้น ขณะที่ทีมบ๊วยอย่าง นอริช ซิตี อาจจะเสียรายได้ไม่มากเท่าโดยพวกเขาอาจจะเสียรายได้จากที่ควรได้ราว 94 ล้านปอนด์ เหลือ 79.5 ล้านปอนด์ หรือหายไปราว 14.5 ล้านปอนด์โดยประมาณ

รายงานที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจอีกเรื่องมาจากเดอะ การ์เดียน สื่อดังอีกเจ้าของอังกฤษ โดยพวกเขารายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของการตัดเงินเดือน 30% ของบรรดานักเตะในพรีเมียร์ลีก ที่ 20 สโมสรสมาชิกทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีการระบุว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายของสโมสรได้บางส่วน โดย 10% จะช่วยชดเชยในส่วนของค่าตั๋วที่พวกเขาไม่ได้จากวันที่ฟุตบอลควรจะลงสนาม และอีก 20% จะช่วยชดเชยรายได้ในส่วนที่พวกเขาควรได้จากการถ่ายทอดสด

อย่างไรก็ตาม การยอมให้มีการตัดค่าจ้างของบรรดานักเตะในพรีเมียร์ลีกอย่างพร้อมเพรียงนั้น อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในลีกอื่น ๆ ง่าย ๆ เลย โดย โจนาส แบร์ ฮอฟฟ์มัน เลขาธิการทั่วไปของ ฟิฟโปร เชื่อว่า สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกนั้นต่างจากลีกอื่น ๆ เพราะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากเกี่ยวกับรายได้ของนักเตะ

ในฐานะตัวแทนของสหภาพนักเตะที่มีสมาชิกระดับโลก เขาเชื่อว่า นักฟุตบอลอาชีพส่วนมากทั่วโลก จะมีรายได้มากกว่ารายได้เฉลี่ยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และพวกเขาไม่สามารถตัดค่าจ้างเพื่อในช่วงวิกฤติเพื่อช่วยสโมสร หรือช่วยเหลือหน่วยงานอื่น ๆ ได้เหมือนกับในพรีเมียร์ลีก

“ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่สามารถตัดค่าจ้างของพวกเขาได้เพราะมันไม่ได้มีมากไปกว่าคนทำงานคนอื่น ๆ สักเท่าไหร่นัก” แบร์ ฮอฟฟ์มันน์ กล่าว “รายได้ของเขาไม่ได้อยู่ในช่วงที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเขาได้รับกันหรอก

“พวกเขาได้รับค่าตอบแทนน้อย บ่อยครั้งที่ที่ผมเห็นว่าพวกเขาได้รายได้น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของรายได้ประชาชาติด้วย ผู้เล่นที่ได้รายได้ต่ำ ๆ นั้น มีอยู่ทั่วไปในทั่วโลก สำหรับพวกเขาการลดเงินเดือนใด ๆ อาจจะส่งผลรุนแรงไปถึงการจ่ายค่าที่พักหรือซื้อของอุปโภคบริโภคให้ครอบครัวเลยทีเดียว”

อย่างไรก็ตาม ถ้าพรีเมียร์ลีกไม่ได้ตัดจบฤดูกาลและกลับมาแข่งขันกันต่อ ปัญหาที่ว่ามาก็จะไม่เกิดขึ้น และเงินรายได้ที่แต่ละทีมควรจะได้ก็จะลงตัว อย่างไรก็ตาม มันน่าจะดีกว่าถ้าปัญหาโควิด-19 หายไปในเร็ววัน และบอลลีกกลับมาเตะกันได้ในเวลาที่กำหนด ซึ่งมันจะดีทั้งต่อฤดูกาลนี้ และ ฤดูกาลหน้า รวมไปถึงดีทั้งต่อนักเตะ สโมสร ลีก และแฟนบอลด้วย