เบนเซม่า กับประตูที่ 200 ในสีเสื้อของราชันย์

ช่วงเวลา 3 นัดที่ซานติอาโก้ โซลารี่ อดีตกองกลางเรอัล มาดริดเข้ามาคุมทีมราชันชุดขาว แทนที่ของฆูเลน โลเปเตกี มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายในรังซานติอาโก้ เบอนาบิว

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์เศษ ๆ โซลารี่ ทำทีมเรอัล มาดริด ลงแข่งขัน 3 นัดใน 3 รายการ เริ่มต้นจากชนะบุกชนะเมลิย่า 4-0 ในถ้วยโกป้า เดล เรย์, จากนั้นเปิดบ้านชนะเรอัล บายาโดลิด 2-0 ในลาลีกา และล่าสุด คืนฟอร์มอันโหดร้ายด้วยการบุกชนะวิคตอเรีย เพลเซ่น ถึงประเทศสาธารณรัฐเช็ก 5-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ลงเล่น 3 นัด เก็บชัยชนะรวดทั้ง 3 นัด แถมแนวรับไม่เสียประตูเลย ขณะที่แนวรุกก็สวมวิญญาณอำมหิต ยิงกระจุยไปถึง 11 ประตู ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผลงานในการคุมบังเหียนของโซลารี่ดำเนินไปในทิศทางที่ดี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีม กลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง…

โดยใน 3 นัดล่าสุด คาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 30 ปี ยิงได้ 3 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ประตู โดยเฉพาะนัดล่าสุดในถ้วยยุโรปที่เบนซ์เล่นเป็นพระเอกยิงได้ถึง 2 ประตูที่สาธารณรัฐเช็ก และนั่นทำให้ ณ เข็มนาฬิกาเดินไปในทุกวันนี้ เบนเซม่า กลายเป็นบุคคลประวัติศาสตร์คนที่ 7 ของสโมสรเรอัล มาดริด ที่ยิงให้สโมสรเกิน 200 ประตู โดยตอนนี้ หลักไมล์ประตูของกองหน้าฝรั่งเศสอยู่ที่จำนวน 201 ประตู

ในอดีตที่ผ่านมา มีอยู่ 6 คนในพงศาวดารประวัติศาสตร์เรอัล มาดริดที่ยิงเกิน 200 ประตู ตั้งแต่…

อันดับ 1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (2009-2018 ) 450 ประตู
อันดับ 2 ราอูล กอนซาเลซ (1994-2010) 323 ประตู
อันดับ 3 อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ (1953-1964) 308 ประตู
อันดับ 4 คาร์ลอส ซานติยาน่า (1971-1988) 290 ประตู
อันดับ 5 เฟเรนซ์ ปุสกัส (1958 – 1966) 242 ประตู
อันดับ 6 ฮูโก้ ซานเชส (1985-1992) 208 ประตู
อันดับ 7 คาริม เบนเซม่า (2009-ปัจจุบัน) 201 ประตู

สำหรับ คาริม เบนเซม่า ลงเล่นให้กับเรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่ 10 แล้ว และในฤดูกาลนี้เขายิงไปแล้ว 9 ประตูในทุกรายการจากการลงเล่นไปทั้งสิ้น 17 นัด แม้ตัวเลขจะไม่ได้เยอะมากมาย เหมือนกับสมัยโรนัลโด้ที่เคยทำไว้ แต่ ณ ตอนนี้ คาริม เบนเซม่า คือตัวความหวังเบอร์หนึ่งสำหรับราชันชุดขาว ขณะที่ดาวยิงอันดับ 2 ของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้ คือเกเร็ธ เบล ที่ซัดไปแล้ว 5 ประตู

ที่ผ่านมา เบนเซม่า อยู่ใต้ร่มเงาของ CR7 เสมอมา แต่ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้เขาต้องกลายเป็นกำลังหลักในการผลิตสกอร์ กองหน้าฝรั่งเศสคนนี้ก็จำเป็นต้องรีดศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ทีมได้เดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จกันต่อ

10 ฤดูกาลที่ผ่านมา ตัวเลขจำนวนประตูของเบนเซม่าเป็นที่น่าพอใจอยู่บ้าง เพราะยิงเกินเลข 2 หลักเสมอๆ ยกเว้นปี 2009-10 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่เบนเซม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด ที่เขายิงไปได้เพียง 9 ประตูเท่านั้น แต่ปีนั้น เขาเป็นตัวสำรองของกอนซาโล่ อิกวาอิน และ โรนัลโด้ ทำให้ตัวเลขปีนั้นออกมาน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น

สำหรับในลาลีกา ที่เรอัล มาดริดกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีเท่าไรนัก เพราะยังรั้งอันดับ 6 มีแต้มตามหลัง บาร์เซโลน่าถึง 7 คะแนน เบนเซม่ายังคงมีสิ่งที่จะต้องปลดล็อกให้ได้ เพราะแม้เขาจะยิงในลีกไปแล้ว 4 ประตู แต่ประตูล่าสุดของเขาในลีกกระทิงดุ คือต้องย้อนกลับไปในเกม ชนะเลกาเนส 4-1 เมื่อ 1 กันยายนที่ผ่านมา นั่นแปลว่าเขาไม่มีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดในลาลีกาถึง 2 เดือนเต็ม

ดังนั้น คาริม เบนเซม่า ควรจะใช้ “ความมั่นใจ” ที่กำลังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอามาช่วยสนับสนุนเรอัล มาดริดให้มากที่สุด เพราะหากราชันชุดขาวอยากจะขับเคี่ยวไล่ล่าความสำเร็จให้ได้ในฤดูกาลนี้ เบนเซม่าก็จำเป็นจะต้อง ยิง ยิง ยิง และยิง เพราะหากเบนซ์กลับมาปืนฝืดอีกเมื่อไร เรอัล มาดริดก็คงต้องลำบากกันต่อ…



RELATED POSTS

Feature

เกาะติด 10 ประเด็นลีกใหญ่ส่งท้ายปี 2018

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์สุดท้ายของปี 2018 หรือปี “หมาดุ” ยังมีโปรแกรมลีกใหญ่ของยุโรปเตะกันทั้งอังกฤษ และ อิตาลี , ส่วนสเปนและเยอรมนี หลีกทางให้นักเตะได้พักผ่อนหย่อนกายแล้ว แต่ความเข้มข้นของ 2 ลีกใหญ่ทั้งพรีเมียร์ลีกและกัลโช่ เซเรีย อา ก็ยังมีประเด็นให้น่าติดตามกันอย่างแนบชิดสนิทเนื้อเหมือนเดิมเช่นเคย โดยเฉพาะเกมบิ๊กแมตช์เมื่อหงส์แดงต้องโคจรมาเจอปืนใหญ่

Story

เมื่ออังกฤษล้างอาถรรพ์ชนะสเปนรอบ 31 ปี

SPORTDesk. Team

ผลการแข่งขันจากสนามเบนิโต้ บียามาริน รังเหย้าของสโมสรเรอัล เบติส ที่อังกฤษสามารถบุกเอาชนะสเปนได้ 3-2 ในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก A กลุ่ม 4 เป็นสิ่งที่ค่อนข้าง “เหนือความคาดหมาย” พอสมควร เพราะปัจจัยรอบด้านต่างๆ กระทิงดุของกุนซือหลุยส์ เอ็นริเก้ ดูจะเหนือกว่าสิงโตคำรามของแกเร็ธ เซาธ์เกต อยู่พอสมควร

Story

โบลท์ : ผมแค่ออกมาจากโซนปลอดภัยของชีวิต

SPORTDesk. Team

ยูเซนต์ โบลท์ อดีตเจ้าลมกรดอดีต 8 เหรียญทองโอลิมปิก ฉลองวันเกิดอายุ 32 ปี ด้วยการร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรเซนทรัล โคสต์ มาริเนอร์ส หนึ่งในสโมสรในเอลีก ออสเตรเลีย ซึ่งนี่ก็เปรียบเสมือนหนึ่งในการสานฝันชีวิตของโบลท์ เพราะนอกจากนี้ชีวิตนักกีฑาระดับตำนานโลกไม่ลืมแล้ว…ชีวิตนักฟุตบอลก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของเขา