เบนเซม่าขึ้นทำเนียบมือปืนอันดับ 4 แชมเปี้ยนส์ลีก

24 October 2018
94 VIEWS

เรอัล มาดริด ของฆูเลน โลเปเตกี เริ่มเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง หลังจากควานหาชัยชนะนัดแรกในรอบ 6 เกมหลังสุดในทุกรายการเจอ จากการที่พวกเขาเปิดซานติอาโก้ เบอนาบิว ชนะ วิคตอเรีย เพลเซ่น 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม โดยได้ 2 ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก คาริม เบนเซม่า นาทีที่ 12 และ มาร์เซโล่ นาที 55 ก่อนที่จะถูกคู่แข่งจากสาธารณรัฐเช็กตีตื้นในช่วงท้ายเกม

สำหรับ ช่วงพายุวิกฤตที่กำลังจะผ่านพ้นไปของราชันชุดขาว พวกเขามีสัญญาณที่ดีเล็ก ๆ เพราะ ประตูของคาริม เบนเซม่า ที่ทำได้ในเกมยุโรป และประตูนี้ทำให้ กองหน้าฝรั่งเศส ขึ้นทำเนียบเป็นดาวยิงในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นอันดับที่ 4 จากจำนวน 57 ประตู แซงหน้าอันดับ 5 อย่างรุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตกองหน้าฮอลแลนด์ที่ทำไว้ 56 ประตู

ทั้งนี้ สถิติดาวยิงสูงสุดของรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดกาล ยังคงเป็นของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่พังไป 120 ประตู, อันดับ 2 ลีโอเนล เมสซี่ 105 ประตู, อันดับ 3 ราอูล กอนซาเลซ 71 ประตู, อันดับ 4 คาริม เบนเซม่า 57 ประตู และ อันดับ 5 รุด ฟาน นิสเตลรอย 56 ประตู

นอกจากนี้ ประตูที่คาริม เบนเซม่า กองหน้าเรอัล มาดริดสังหารใส่วิคตอเรีย เพลเซ่น ได้ ยังทำให้กองหน้าเคราสวยคนนี้ ยิงประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ติดต่อกัน 14 ฤดูกาล และ “เบนซ์” เป็นนักเตะคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์โลก ที่ทำสิ่งนี้ได้ ต่อจากราอูล กอนซาเลซ และ ลีโอเนล เมสซี่

สำหรับ คาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 30 ปีรายนี้ ยังถือว่า มีสถิติที่ดี และถือว่าเป็นตัวนำโชคเสมอ ๆ หากเขายิงประตูได้ในเกมยุโรป เพราะนี่ถือเป็นเกมที่ 43 ที่เขายิงให้เรอัล มาดริดในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก และที่ผ่านมา หากเขายิงได้ ราชันชุดขาวจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะไปถึง 33 เกม เสมอ 8 เกม และแพ้เพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของคาริม เบนเซม่า ในฤดูกาลนี้ก็คือการขาดความคงเส้นคงวา และขาดความสม่ำเสมอในการผลิตสกอร์ เพราะเปิดฤดูกาลมา 4 เกมแรก เขาสามารถสังหารได้ถึง 5 ประตู จากนั้นก็เข้าสู่ฤดูกาล “ปืนฝืด” จำศีลยาวนานถึง 8 เกมติดต่อกัน ก่อนที่จะกลับมาทวงความมั่นใจอีกครั้งในค่ำคืนแห่งเกมยุโรปหมาดๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ เรอัล มาดริด ของเบนเซม่า จะค่อยๆฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่หากวัดกันที่สถานการณ์โดยรวม ณ ปัจจุบัน ต้องบอกว่าราชันชุดขาวก็ยังอยู่ในการสุ่มเสี่ยงต่อการ “ปลด” กุนซืออย่างฆูเลน โลเปเตกีไม่น้อย เพราะแม้ใน UCL จะรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม แต่ในลีก พวกเขาก็ยังรั้งอยู่ไกลถึงอันดับ 7 และแต้มตามหลังบาร์เซโลน่า จ่าฝูง 4 คะแนน และแว่วๆมาว่า ตอนนี้ทีมเตรียมจะดัน ซานติอาโก้ โซลารี่ ขึ้นมาแทนโลเปเตกีได้ทุกเมื่อ

เผลอๆ โลเปเตกี อาจจะโดนเด้งฟ้าผ่าออกจากเก้าอี้กุนซือ ก่อนเกม เอล กลาซิโก้ ที่จะต้องบุกไปเยือนคัมป์ นู ในวันอาทิตย์นี้ แต่เรื่องนี้ กุนซือราชันชุดขาว ไม่ขอยุ่ง หรือเกี่ยวข้องใด ๆ กับการตัดสินใจของบอร์ดบริหาร

“มันไม่ใช่หน้าที่ของผมที่เป็นคนต้องตอบ ประเด็นการเปลี่ยนแปลงภายในทีม

“ที่ผมรู้คือตอนนี้เรากำลังคิดเรื่องการเตรียมตัวสำหรับเกมวันอาทิตย์ ในศึกเอล กลาซิโก้ มันเป็นเกมสำคัญมาก เราจะไปเล่นที่คัมป์ นูด้วยความทะเยอทะยาน และกระหายในชัยชนะ”โลเปเตกีเปิดใจ

อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ต้องเจอกับข่าวร้าย ก่อนศึกเอล กลาซิโก้ เพราะมาร์เซโล่ เกิดมีอาการบาดเจ็บติดพันมาจากเกมยุโรปที่เอาชนะวิคตอเรีย เพลเซ่น และจะไม่ได้ลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายของทีมแน่นอน

เบนเซม่า กลับมายิงประตูอีกครั้ง, เรอัล มาดริดเริ่มกลับมาสู่เส้นทางคำว่าชัยชนะ อะไรต่างๆเริ่มเข้าที่เข้าทางและเข้ารูปเข้ารอย และหากจะให้ ราชันชุดขาว ลืมตาอ้าปากได้จริง ๆ คงต้องหวังถึงชัยชนะในศึกเอล กลาซิโก้ สุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์ที่วิกฤตต่างๆ คงจะคลี่คลายลงได้เปราะหนึ่ง…