เบื้องหลังปฏิบัติการคว้าตัว “ทอม เบรดี” ของ “สลัดแดง”

กลายเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งของวงการอเมริกันฟุตบอลไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ ทอม เบรดี สุดยอดควอร์เตอร์แบคแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 6 สมัย อำลา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ทีมที่เขาอยู่ด้วยอย่างยาวนานถึง 20 ปี เพื่อไปร่วมงานกับ แทมปา เบย์ บัคคาเนียร์ส หลังจากโพสต์อำลาเพื่อนร่วมทีมและแฟน ๆ ในแมสซาซูเช็ตต์ส ได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เขาก็เปิดตัวด้วยการโพสต์ภาพกำลังเซ็นสัญญากับทีมใหม่ทันที

แต่กว่าที่ “สลัดแดง” จะดึงตัว “พี่ทอม” มายัง เรย์มอนด์ เจมส์ สเตเดียม มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แบบนั้น ซึ่งเรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นตั้งแต่วันสุดท้ายของ ฤดูกาลปกติ เมื่อ เจมิส วินสตัน ควอร์เตอร์แบคตัวจริงของทีมพาทีมพ่าย 2 เกมสุดท้ายของฤดูกาล โดยเฉพาะเกมสุดท้ายในบ้านต่อ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ ด้วยการปาเสีย พิกซิกซ์ ในช่วงต่อเวลา ทำให้พวกเขาจบฤดูกาลด้วยผลงานชนะ 7 แพ้ 9 ทำให้ บรูช เอเรียนส์ หัวหน้าโค้ชของทีม เริ่มมีความคิดที่จะมองหาจอมทัพคนใหม่มาแทนที่ของเขา

ทีมแมวมองของ บัคคาเนียร์ส เริ่มทำงานกันตั้งแต่วันปิดฤดูกาล เพื่อเฟ้นหาและตัดตัวเลือกบางตัวออกไป จนสุดท้ายพวกเขาเหลือแค่ชื่อของผู้เล่นที่จะเป็นฟรีเอเยนต์หลังจบฤดูกาลนี้เพียงแค่ เบรดี, เท็ดดี บริดจ์วอเทอร์ มือ 2 ของนิวออร์ลีน เซนต์ส และ ฟิลลิป ริเวอร์ส ที่เพิ่มหมดสัญญากับ ลอส แองเจลิส ชาร์เจอร์ส ซึ่งทั้งหมดดูเหมือนเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า วินสตัน ที่ปาไปถึง 30 อินเตอร์เส็ป และเสียอีก 5 ฟัมเบิล ในฤดูกาลที่ผ่านมา และทำให้ทีมเสียคะแนนจากความผิดพลาดของเขาถึง 112 คะแนน

แต่ เอเรียนส์ และ เจสัน ลิชต์ ผู้จัดการทั่วไปของทีม ยังไม่รีบตัดสินใจ พวกเขารอให้ถึงช่วงสเกาติง คอมบาย เพื่อรอดูฟอร์มของควอร์เตอร์แบคดาวรุ่งที่จะเข้าสู่ NFL ด้วยการดราฟต์ในปีนี้ก่อน เอเรียนส์ ลงทุนเดินทางไปยัง อินเดียนาโพลิส ที่ที่เขาเคยปั้น เพย์ตัน แมนนิง จนยิ่งใหญ่กับอินเดียนาโพลิส โคลต์ส เพื่อดูฟอร์มเด็ก ๆ ด้วยตาตัวเอง ก่อนที่ท้ายที่สุดเขาจะเลือกบอกกับ ลิตช์ สั้น ๆ ว่า “ทอม เบรดี”

เหมือนเป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะในปี 2000 ที่ ทอม เบรดี ถูกดราฟต์จากมหาวิทยาลัย มิชิแกน เข้าสู่ทีม นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ในตอนนั้น ลิชต์ อยู่ในห้องนั้นด้วยในฐานะแมวมองของทีม “นักรบกู้ชาติ” เขาอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลกำลังจะเข้าสู่NFL และเปลี่ยนโฉมหน้าของทีมจากบอสตันไปเป็นทีมมหาอำนาจตลอดเวลาอีก 20 ปีข้างหน้า

ในวันพุธที่ผ่านมาช่วงค่ำ ซึ่งเป็นวันแรกอย่างเป็นทางการที่ NFL อนุญาตให้ผู้เล่นฟรีเอเยนต์ย้ายทีมได้อย่างอิสระ ลิชต์ กับ เอเรียนส์ นั่งอยู่ด้วยกันในออฟฟิศที่สนามของ บัคคาเนียร์ส ก่อนที่พวกเขาจะยกหูโทรหา เบรดี

แม้จะเป็นหนึ่งในทีมงานของ เพเทรียตส์ ที่ดราฟต์ เบรดี มาในปี 2000 แต่ ลิชต์ ไม่สนิทกับจอมทัพวัย 42 ปีมากนัก ทว่าเขายังเลือกที่จะเป็นคนที่โทรหาเป้าหมายของเขาก่อน และหลังจากนั้นเป็นคิวของ เอเรียนส์ การสนทนาทั้งหมดใช้เวลา 90 นาที แต่เป็นช่วงเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งที่ทีมงานจาก บัคส์ ซึ่งควรเป็นฝ่ายสัมภาณ์เจ้าของแหวน 6 วง กลับเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์เสียมากกว่า

อันที่จริงพวกเขาวางเรื่องพูดกับ เบรดี ไว้เป็นอย่างดี เพื่อที่จะโน้มน้าวใจเจ้าของตำแหน่ง MVP 3 สมัยให้สนมาอยู่ด้วย แต่กลายเป็นว่า เบรดี กลับเป็นฝ่ายถามพวกเขาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากการบ้านที่พวกเขาทำมาจะไม่ได้ใช้แล้ว กลายเป็นว่าจอมทัพฟรีเอเยนต์ ทำการบ้านได้ดีกว่าพวกเขา เบรดีคุยกับเอเรียนส์ เรื่องแผนเกมบุกกับอาวุธที่เขาจะมีถ้าเขาได้เล่นที่นี่ และเขาดูพอใจ

จากการสนทนา ลิชต์ รู้ได้ทันทีว่า เบรดี ได้ดูฟิล์ม หรือ เกมของทีมพวกเขามาบ้างแน่นอนเพราะเป้าหมายของพวกเขาคนนี้ยังพูดถึงการเล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยมของทีมพวกเขาใน 6 เกมสุดท้ายของฤดูกาลได้เป็นฉาก ๆ พร้อมยกเครดิตให้ ท็อดด์ โบวล์ หัวหน้าโค้ชเกมรับ ที่เคยเป็นอดีตเฮดโค้ชของ นิวยอร์ก เจ็ตส์ ด้วย

เบรดี ยังพูดถึงเรื่องชัยชนะ และไฟในการเล่นของเขาในช่วงท้าย ก่อนจะวางหูลงไป และเมื่อการสนทนาจบลง ลิชต์ กับ เอเรียนส์ ได้แต่มองหน้ากันและบอกว่า “ว้าว นี่มันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ”

ตลอดการสนทนา เบรดี ไม่ได้พูดถึงตัวเลขค่าเหนื่อยใด ๆ เลย ซึ่งในความเป็นจริง เขามอบหมายเรื่องนี้ให้ ดอน ยี เอเยนต์ของเขาเป็นผู้จัดการทั้งหมด และเมื่อการเจรจาสิ้นสุดลงที่ 2 ปี 60 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,962 ล้านบาท โดยเป็นเงินการันตี 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,635 ล้านบาท เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรและรับสัญญาตามนั้นโดยไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น

อันที่จริงแล้ว จะว่าไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมก็ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่สิ่งที่ เบรดี ต้องการไม่ใช่ขอผู้เล่นคนไหนมาเสริมทีม หรือ ขอใส่หมายเลข 12 และรวมไปถึงเขาไม่ได้สนใจการบัญชาการแผนในเกมบุก เพราะเขารู้ดีว้า เอเรียนส์ และ ไบรอน เลฟวิช โค้ชทีมบกุของทีมจะทำได้ดีแล้ว แต่สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ทุกคน เพื่อโทรไปหา ทำความรู้จัก และ แนะนำตัวก็เท่านั้น

ใช่…ผู้เล่นที่มีชื่อเสียงท่าสุด และ ยิ่งใหญ่ที่สุดใน NFL ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ต้องการจะโทรไปหาผู้เล่นทุกคนเพื่อแนะนำตัวเอง

นี่จึงเป็นเหมือนความบังเอิญ บวกโชคชะตา และความทุ่มเทมารวมกัน เพราะเรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นหาก เบรดี ไม่ตัดสินใจออกจาก เพเทรียตส์ แต่การมาร่วมงานของเขากับทีมที่มีเปอร์เซ็นต์ชนะเพียง 38.7% ซึ่งแย่ที่สุดในบรรดาทีมกีฬาอาชีพของสหรัฐอเมริกา ก็เปลี่ยนโฉมหน้าทีมนี้ขึ้นไปเป็นทีมเต็งแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ อันดับ 5 ทันที

“ในบรรดาเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ผมมีความสุขได้ นั่นคือเหตุผลอันดับแรก” ผู้จัดการทั่วไปของ บัคคาเนียร์ส กล่าว “คุณอาจจะพูดได้ว่า ตอนนี้ผมน่าจะไม่เป็นที่ต้อนรับเท่าไหร่ถ้าผมไปเที่ยวย่านนิวอิงแลนด์ในช่วงพักร้อนนี้แน่ ๆ เลย”



RELATED POSTS

Story

โมดริช : ปลดแอกบัลลงดอร์หลุดจาก ‘กองหน้าคอนเทสต์’

SPORTDesk. Team

ไม่กี่ปีก่อน ฟิลิปป์ ลาห์ม อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติเยอรมนี ชุดแชมป์โลก 2014 เคยบอกไว้ว่า รางวัล บัลลงดอร์ มันก็แค่รางวัล ‘กองหน้าคอนเทสต์’ เท่านั้น เพราะช่วง 10 ปีมานี้ ผู้ที่ครอบครองรางวัลมีแค่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ เท่านั้น

Story

วาร์ดี้เซ็นสัญญาฉบับสุดท้ายในชีวิตกับเลสเตอร์

SPORTDesk. Team

เป็นที่ทราบกันดีว่า เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ มีภาพลักษณ์ของความเป็น “นักสู้ชีวิต” ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ โดยเราต่างทราบแง่มุมของเขากันอย่างละเอียดยิบในช่วงที่เขาฟอร์มร้อนแรง ยิงประตูเป็นว่าเล่นในช่วงฤดูกาล 2015–16 จนกระทั่งพาเลสเตอร์ผจญภัยไปจนถึงตำแหน่งแชมป์ลีกแบบเหนือความคาดหมาย

Story

โคบี ไบรอันต์, คำอำลา และ คราบน้ำตาบนใบหน้าของ เลอบรอน

SPORTDesk. Team

คำอำลาของ “น้องชาย” ถึง “พี่ชาย” ที่แม้ไม่ได้ร่วมสายโลหิต แต่ใครจะรู้ว่าความผูกพันธ์ของพวกเขา อาจจะมากกว่าพี่น้องบ้างคู่ และนี่คือคำพูด ของ เลอบรอน เจมส์ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาในเช้าวันนี้…