“อยากสายก็จ่ายมา!” – เบื้องหลังฟอร์มร้อนแรงของเชลซี กับมาตรการสุดเฮี๊ยบ ของ แลมพาร์ด

แฟรงก์ แลมพาร์ด
13 November 2019
108 VIEWS

หลังจากพ่ายต่อ ลิเวอร์พูล 1-2 เชลซีของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ก็แพ้ใครไม่เป็นอีกเลยในศึกพรีเมียร์ลีก และล่าสุดก็ก้าวขึ้นมาเป็นทีมอันอันดับที่ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังชัยชนะนัดที่ 6 ติดต่อกันเหนือ คริสตัล พาเลช เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 2-0 โดยถึงพวกเขาจะเป็นทีมอันดับที่ 3 ในตารางคะแนน แต่ “สิงห์บลูส์” ก็มีคะแนนเท่ากับทีมอันดับที่ 2 อย่าง เลสเตอร์ ซิตี ที่ 26 คะแนน และตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล อยู่ 8 คะแนน

มีการวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงในทางบวกของเชลซีกันไปต่าง ๆ นานา และส่วนใหญ่มองว่า เป็นเพราะการให้ความมั่นใจในตัวนักเตะอายุน้อยของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ที่ทำให้เหล่า “สิงห์วัยรุ่น” ต่างมีความเชื่อมั่นและทำผลงานดีขึ้นมาได้ แต่ส่วนหนึ่งนั้น อาจมาจากระเบียบวินัยที่ยอดเยี่ยมของทีมด้วย ซึ่งล่าสุด สิ่งที่ตอกย้ำเรื่องการปลูกฝังวินัยในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็หลุดออกมาให้เห็นกันด้วย

เอกสารความยาวขนาด A4 ลงนามโดย แฟรงก์ แลมพาร์ด ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2019 ถูกเผยแพร่โดยสื่อจากอังกฤษหลายเจ้าจนกลายเป็นไวรัล ในอินเตอร์เน็ต โดยเนื้อหาในเอกสารเข้ารอบแขวนผนังใบนี้ ระบุโทษปรับในกรณีที่ผิดวินัยการซ้อม และ การประชุมทีมของ สิงห์บลูส์ ซึ่งโทษเบาสุดก็มีมูลค่าถึง 500 ปอนด์ หรือราว 19,500 บาท ต่อนาทีเข้าไปแล้วและนี่คือ โทษปรับทั้ง 12 ข้อของ แลมพ์

  1. มาสายในวันแข่ง ไม่ทันรถของทีมชุดใหญ่ ปรับ 2,500 ปอนด์ หรือราว 97,000 บาท
  2. มาสายกว่าเวลารายงานตัวฝึกซ้อม ปรับ 2,500 ปอนด์ หรือราว 97,000 บาท – และจะปรับเพิ่ม 2,500 ปอนด์ ทุก 15 นาที หลังจากนั้น
  3. มายิมก่อนการฝึกซ้อมสาย ปรับ 1,000 ปอนด์ หรือราว 39,000 บาท
  4. มาเข้ารับทรีตเมนต์กล้ามเนื้อสาย ปรับ 2,500 ปอนด์ หรือราว 97,000 บาท
  5. มาประชุมทีมสาย ปรับ 500 ปอนด์ หรือราว 19,500 บาท “ต่อนาที”
  6. มาซ้อมสาย ปรับ 20,000 ปอนด์ หรือราว 780,000 บาท
  7. มีเสียงโทรศัพท์ดังระหว่างรับประทานอาหาร หรือ ประชุมทีม ปรับ 1,000 ปอนด์ หรือราว 39,000 บาท ต่อ 1 ครั้ง
  8. ใส่เสื้อผิดสี หรือ มีการแต่งกายผิดระเบียบในวันที่มีการเดินทางไปแข่งขัน ปรับ 1,000 ปอนด์ หรือราว 39,000 บาท
  9. ไม่กลับรถบัสพร้อมกับสโมสรหลังแข่งขันจบโดยไม่ได้แจ้งเหตุผลล่วงหน้าก่อน 48 ชั่วโมง ปรับ 5,000 ปอนด์ หรือราว 194,600 บาท
  10. ไม่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมของสโมสร ที่มีกับ แฟนบอล และ ชุมชน ปรับ 5,000 ปอนด์ หรือราว 194,600 บาท
  11. ไม่แจ้งอาการบาดเจ็บ หรือ อาการป่วยก่อนหยุด หรือ ก่อนมาฝึกซ้อม 1 ชั่วโมง 30 นาที ปรับ 10,000 ปอนด์ หรือราว 390,000 ปอนด์
  12. ไปสายในการนัดพบแพทย์ ปรับ 2,500 ปอนด์ หรือราว 97,000 บาท

โดยผู้ที่ฝ่าฝืนและโดนโทษปรับ จะต้องจ่ายค่าปรับภายใน 14 วัน และหลังจากนั้นถ้าไม่มีการจ่าย จะมีการเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า!!

นอกจากนี้ยังมีการขอความร่วมมือต่าง ๆ จากนักเตะในทีม อาทิ ต้องพยายามรักษาร่างการให้มีสัดส่วนตามเกณฑ์, นักเตะคนไหนจะเอาเพื่อน หรือ ครอบครัวมาดูการฝึกซ้อม ต้องได้รับรองจากโค้ชก่อน 24 ชั่วโมง, ไม่ให้นักเตะเอา เอเยนต์ มาในสนามซ้อม ยกเว้นเข้าพบกับฝ่ายออฟฟิศ, ให้มารับประทานอาหารก่อน 1 ชั่วโมงก่อนการซ้อมเริ่ม เพราะหลังจากนั้นครัวจะปิด และ นักเตะจะต้องแจ้งต่อฝ่ายบริหารล่วงหน้า หากจะเดินทางไปนอกประเทศในช่วงวันหยุด เพื่อให้ฝ่ายบริหารจัดการตรวจร่างกายนักเตะเกี่ยวกับการได้รับสารกระตุ้นจากอาหารที่นักเตะรับประทานเองเมื่อพักผ่อนด้วย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า เงินเดือนของบรรดานักเตะเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เดือนละหมื่นห้าเหมือนนักศึกษาจบใหม่บ้านเรา แต่มันคือระดับหลัก หลายหมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์ การจะปรับโทษไม่กี่ร้อยปอนด์ อาจจะเป็นเรื่องที่นักเตะรู้สึกว่า “ไม่จริงจัง” ซึ่ง แลมพาร์ด รู้เรื่องนี้ดี และตั้งใจออกกฎมาโหดขนาดนี้ เพื่อให้นักเตะในทีมรู้ว่า “มันสำคัญ” จริง ๆ

จากวันที่ลงในเอกสาร แสดงว่ากฎทั้งหมดถูกใช้ครั้งแรกหลังพรีเมียร์ลีกผ่านมาได้ 3 เกม ซึ่งผลการแข่งขันของ เชลซีในตอนนั้น ชนะ 1 เสมอ 1 และ แพ้ 1แต่เมื่อมีการประกาศกฎดังกล่าว ผลงานของเชลซี กลายเป็น ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1

ถึงแม้การออกกฎนี้ อาจจะไม่ใช่องค์ประกอบทั้งหมดที่ทำให้เชลซี พลิกฟอร์มการเล่นจากหน้ามือ เป็นหลังมือ แต่นี่มันแสดงให้เห็นว่า “ระเบียบวินัย” จำเป็นแค่ไหนในสนามฟุตบอล

และผลงานของ “สิงห์บลูส์” ก็ตอบคำถามนั้น เรียบร้อยแล้ว