Beauty of The Beast | by ลูกแม่กิ่ง

15 July 2020
149 VIEWS

ไม่ใช่ทุกคนที่เลือกเกิดได้

คำคำนี้ผมได้ยินมาตลอดชีวิตครับ และยิ่งวันผันเวลาผ่าน เมื่อชีวิตเติบโตจากเด็กสู่วัยรุ่น จากวัยทำงานสู่วัยกลางคน โดยส่วนตัวผมคิดว่าเข้าใจในความหมายของคำคำนี้มากขึ้นทุกที

อย่างไรก็ดีความหมายอีกด้านหนึ่งนั้นเป็นความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

คนเราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าเราจะเป็นคนอย่างไร

และไม่มีใครที่จะตัดสินตัวเราได้ดีไปกว่าการที่เราจะตัดสินตัวเอง

คำพูดข้างต้นนั้นคือสิ่งที่ผมได้ยินจากปากของอเดบาโย อคินเฟนวา กองหน้าร่างยักษ์ในบทสัมภาษณ์ที่ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนว่านี่อาจจะเป็นการสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดของโลก

หรืออย่างน้อยก็ดีที่สุดในโลกยุคหลังโควิด-19 เป็นต้นมา

บทสัมภาษณ์นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส สโมสรปัจจุบันของเขาเอาชนะอ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ในเกมนัดชิงชนะเลิศของรอบเพลย์ออฟศึกฟุตบอลลีก วัน – หรือในระดับดิวิชั่นที่ 3 ของฟุตบอลอังกฤษ

อคินเฟนวา ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Sky Sports ด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เขาคอนโทรลบทสัมภาษณ์ได้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นด้วยการถามกลับผู้สื่อข่าวว่า “ไหนคุณบอกผมทีว่าผมเพิ่งจะทำอะไรลงไป”

ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะบอกว่า “ทีมของคุณเพิ่งจะได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่เดอะ แชมเปียนชิพ” และกลายเป็นเข้าทางอคินเฟนวาที่หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวรวมถึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอยู่ในอารมดีใจถึงขีดสุดอย่างสนุกสนาน

รวมถึงการพูดถึงเยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมรักแรกและรักเดียวในดวงใจของเขาตั้งแต่เด็ก ซึ่งผมรู้และทุกคนก็รู้ว่าดาวยิงเจ้าของสมญา The Beast นั้นคือ The Kop เลือดข้นยิ่งกว่าก๋วยเตี๋ยวเรือนายเบิ้มร้านดังใกล้โรงเรียนเซนต์คาเบรียลเสียอีก

ก่อนหน้านี้ไม่นานอคินเฟนวา เพิ่งจะสวมเสื้อลิเวอร์พูลไปซ้อมกับวีคอมบ์เพื่อฉลองการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีของทีมรัก โดยไม่สนว่าจะต้องถูกลงโทษ – ขณะที่สโมสรเองก็เข้าใจไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องดราม่าอะไรใหญ่โต

ทีแรก – ผมคิดว่าที่บอกว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดนั้นคงมาจากสีสันของการสัมภาษณ์ที่ดูไปก็อดอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ครับ

แต่ผมเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่ทำให้บทสัมภาษณ์นี้มีความหมายจริงๆคือสิ่งที่เขาพูดหลังจากนั้นครับ

เขาพูดว่า “เมื่อ 4 ปีก่อน ผมยืนอยู่หน้าพวกคุณและในเวลานั้นจริงๆแล้วคือผมเป็นคนตกงาน”

“สำหรับผมชีวิตและฟุตบอลมันคือเรื่องของความคิดเห็น เมื่อ 4 ปีที่แล้วมีบางคนที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวผม ซึ่งมันก็เป็นความคิดเห็นของพวกเขา”

“ผมหวังว่าเรื่องของผมมันจะแสดงให้ทุกคนได้เห็น ความคิดเห็นเดียวที่มีความหมายที่สุดก็คือสิ่งที่เราคิดกับตัวเอง ผมโชคดีที่ได้พบผู้จัดการทีมและเพื่อนๆที่เชื่อในตัวผม”

ที่เขาพูดแบบนี้ก็เพราะเมื่อราว 4 ปีก่อนนั้นเขาคือนักฟุตบอลอายุ 35 ปีที่หมดสัญญากับทีมเอเอฟซี วิมเบิลดัน สโมสรฟุตบอลในระดับลีก ทู ซึ่งด้วยวัยแล้วการที่เขาไม่ได้รับสัญญาใหม่ไม่ต่างอะไรจากการที่เส้นทางอาชีพลูกหนังของเขาได้ปิดฉากลงแล้ว

ใครจะคว้าตัวกองหน้าที่มีดีแค่กล้ามใหญ่แถมยังแก่และเชื่องช้าลงไปทุกที?

หากจะต้องอำลาวงการไปจริง อย่างน้อยโลกก็จดจำเขาในฐานะ “นักฟุตบอลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” ตามสมญาที่แฟนๆทั่วโลกตั้งให้ซึ่งล้อมาจากเกม FIFA15 ที่เขาได้รับคะแนนความสามารถในเรื่องของความแข็งแกร่งสูงที่สุด (แต่มีความเร็วน้อย และทำให้เขาเคยทักท้วงด้วยความน้อยใจจนได้รับการปรับความเร็วขึ้นจาก 54 เป็น……55)

ขณะที่ตัวของเขาเอง ความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการยิงประตูใส่ลิเวอร์พูลทีมรักของเขาในศึกเอฟเอ คัพ แม้ว่าสุดท้ายสตีเวน เจอร์ราร์ด จะทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้หงส์แดงผ่านเข้ารอบต่อไปได้ก็ตาม

หลังจบเกมนั้นอคินเฟนวา (ซึ่งขู่เพื่อนว่าใครก็ตามที่จะไปขอแลกเสื้อกับเจอร์ราร์ดคือการมีเรื่องกับเขา!) ได้ไปขอ “กัปตัน” แลกเสื้อ ซึ่งถูกปฏิเสธเพราะเจอร์ราร์ดต้องการเก็บเสื้อตัวนี้ไว้

แต่สตีวี-จี ไม่ได้ใจร้ายอะไรขนาดนั้น เพราะเขาเตรียมเสื้อและเซ็นชื่อให้เป็นที่ระลึกด้วย

ถ้าทุกอย่างจะจบตรงนั้น มันก็ไม่มีอะไรให้เสียใจ

แต่อคินเฟนวา ไม่ได้คิดจะหยุดแค่ตรงนั้น และเขาก็ไม่อยากสนใจกับเสียงวิจารณ์เหล่านั้นด้วย 

เมื่อวีคอมบ์ ยื่นมือมาด้วยการเสนอสัญญาระยะสั้นให้ 1 ปีก่อนในฤดูกาล 2016-17 อคินเฟนวา ค่อยๆแทรกตัวเองจนกลายเป็นกำลังสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้

เขาเคยเป็นถึงผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลด้วย 

และท้ายที่สุดคือการพาทีมขึ้นชั้นสู่ระดับเดอะ แชมเปียนชิพ – ระดับสูงที่สุดในชีวิตที่เขาจะได้มีโอกาสในการลงสนาม และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมอคินเฟนวาจึงดีใจกับชัยชนะในเกมเพลย์ออฟ (ซึ่งในฝั่งอ๊อกซ์ฟอร์ด ก็มีเบน วูดเบิร์น ไอ้หนูดาวรุ่งหงส์แดงที่ต้องอกหักเพราะแพ้ในเกมนี้) มากมายถึงขนาดนี้

รวมถึงนั่นคือเหตุผลที่คล็อปป์ นอกจากจะส่งข้อความมาแสดงความยินดี เขายังพูดถึงเรื่องของการที่ดาวยิงคนนี้จะได้เล่นในระดับแชมเปียนชิพ ระดับที่เขาคิดมาตลอดว่าเขาคู่ควร

อคินเฟนวา ในภาพจำของใครหลายคนคือกองหน้าที่มีความโดดเด่นในเรื่องของรูปร่าง มีบุคลิกที่สนุกสนาน จริงใจ (และแน่นอนว่าไม่ควรไปหาเรื่องด้วย)

แต่ในอีกด้านที่เขาแสดงให้เราได้เห็นคือความเป็นคนจริงจัง ไม่ย่อท้อ ไม่เคยละทิ้งความฝัน

ใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา หลายคนอาจไม่รู้ว่านี่คือคนที่เติบโตในย่านที่มีอาชญากรรมสูงที่สุดย่านหนึ่ง การเลือกทางเดินชีวิตผิดแค่นิดเดียวอาจหมายถึงการที่ชีวิตของเขาจะจบด้วยลูกปืนของตำรวจ หรือแก๊งโจรคู่อริ หรือติดยาและตายในคุกอย่างเงียบๆ

แม้จะเลือกทางเดินชีวิตได้ถูกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “ยอมรับ” ตัวตนของเขา โดยเฉพาะกับการที่มีรูปร่างที่แปลกและแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างมาก

ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อว่ากล้ามเดินได้คนนี้จะเล่นฟุตบอลเป็น ซึ่งเขาเจอและต่อสู้กับเรื่องพวกนี้มาตลอดชีวิต

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ครับ

แต่เราเลือกได้ว่าเราอยากจะเป็นอะไร 🙂