Beautiful Underdog

เกมระหว่างญี่ปุ่นและเซเนกัลจบลงด้วยความสง่างาม แม้ว่าจะไม่มีฝ่ายใดคว้าชัยชนะไปได้อย่างเด็ดขาด สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ให้ได้ศึกษากันก็คือ ความเป็นสุภาพบุรุษของผู้เล่นทั้งสองทีมที่ทะยานเข้าห้ำหั่นกันอย่างลืมเป็นลืมตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น ทีมที่ถูกประเมินไว้ต่ำชั้นกว่า(Underdog)

แต่เหนือความคาดหมายที่ญี่ปุ่นไม่เลือกการเล่นแบบทีมต่ำชั้นทั่วไปที่ใช้การตั้งรับอย่างเหนียวแน่นแล้วฉกฉวยรุกกลับ(Counter Attack)อย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามญี่ปุ่นเลือกที่จะเล่นเกมปกติเฉกเช่นสเปน บราซิลและเบลเยี่ยม มิหนำซ้ำยังเป็นการเล่นที่ใช้การสร้างเกม(Build up) รวมพล (Consolidation)ทะลุทะลวง(Penetration)และจบด้วยการเข้ายิงประตู(Finishing)

สิ่งที่เขาเล่นถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ทีมฟุตบอลชั้นนำทั่วโลกเล่นกัน ญี่ปุ่นไม่ต้องก้มหน้าหรืออายใครอีกแล้ว

ถ้าใครได้ศึกษาค้นคว้าปรัชญาการเล่นฟุตบอลมาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าญี่ปุ่นได้นำทุกแท็คติก(กว่า 20วิธีการ)ของPositional Play มาใช้ในสนามได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าสู่พื้นที่รุกสุดท้ายด้วยผู้เล่น8คน ในทุกๆ โอกาสที่มี และที่โดดเด่นที่สุดก็คือการทำSpeed of Play ที่ใช้Technical speed ,Physical speed, Tactical speedและMental speed ได้อย่างยอดเยี่ยม

นี่คือความแตกต่างที่ญี่ปุ่นได้กระโดดฉีกแนวออกไปจากทีมระดับเดียวกันทั้งในเอเซียและส่วนอื่นๆ ของโลก

เราเองควรจะได้ตระหนักว่า ในปี 2026 ที่ตั้งเป้าหมายว่าเป็นหนึงทีมที่จะไปร่วมแข่งขันในรอบสุดท้าย  ต้องเรียนรู้ จดจำและนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้เถิด เวลามันเดินหนีจากเราไปเร็วมาก ผมเพียงแต่เอาใจช่วยให้สิ่งที่เราวาดฝันกัน เป็นความจริงที่จับต้องกันได้