การหวนคืนทีมชาติรอบ 2 ปีของบาร์คลี่ย์

10 October 2018
107 VIEWS

โปรแกรมฟุตบอลทีมชาติหวนกลับมาอยู่ในปฏิทินฟุตบอลอีกครั้งในสัปดาห์นี้ แม้บรรยากาศจะดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็ยังพอมีประเด็นให้น่าพูดถึง อย่างน้อย ๆ สิ่งที่แฟนบอลส่วนใหญ่สนใจก็คือ ทีมชาติอังกฤษ ขวัญใจมหาชนนั่นเอง
สำหรับ ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกตัวนักเตะอายุน้อย ๆ เข้ามาติดทีมชาติ ในโปรแกรมที่จะดวลกับ โครเอเชีย และ สเปน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ซึ่งคนที่แก่ที่สุดในทีมชาติอังกฤษชุดนี้ คือ อายุ 28 ปีเท่านั้น ซึ่งได้แก่ คีแรน ทริปเปียร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่นอกจากเรื่อง อายุนักเตะที่น้อยลงไปแล้ว ยังมีอีก 1 ประเด็นที่น่าหยิบยกเอามาพูดคุยกันก็คือ การกลับมาติดทีมชาติในรอบ 2 ปี ของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ กองกลางฟอร์มกำลังแรงของเชลซี

สำหรับ รอสส์ บาร์คลี่ย์… เขาไม่ใช่คนหน้าใหม่ในทีมชาติอังกฤษ เพราะมิดฟิล์ดจอมขยันคนนี้ ติดทีมชาติมาแล้ว 22 นัด แต่นัดสุดท้ายที่เขามีชื่อติดธงต้องย้อนกลับไปเมื่อพฤษภาคมปี 2016 หรือกว่า 2 ปีที่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขาห่างหายไปจากแคมป์สิงโตคำราม นั่นก็เพราะปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มที่ดร็อป เป็นกราฟขาลงไปนั่นเอง…

สำหรับ ชีวิตนักฟุตบอลของบาร์คลี่ย์ ในวัย 24 ปี หากจะหาคำเปรียบเปรยประมาณว่า “ตายแล้วเกิดใหม่” ก็คงไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากมายนัก เพราะในอดีตเขาเคยพลาดการลงเล่นให้กับเอฟเวอร์ตัน ต้นสังกัดเก่าถึง 7 เดือนเต็ม เพราะว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาเยียวยาอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า เมื่อ สิงหาคม 2017

จากนั้นเชลซียอมทุ่มเงิน ราวๆ 15 ล้านปอนด์ ซื้อเขามาในช่วงมกราคม 2018 แต่กองกลางไดนาโมกลับช่วยเชลซีได้เพียงแค่ 4 นัดในทุกรายการในช่วงครึ่งฤดูกาลที่แล้ว และหากจะนับเวลาที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกตลอดฤดูกาลที่แล้ว บาร์คลี่ย์มีโอกาสสัมผัสเกมในสมรภูมิพื้นหญ้า แค่ 131 นาทีเท่านั้น

…แต่พอเข็มนาฬิกาชีวิตเดินทางมาถึงฤดูกาลนี้ เชลซีภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ เปรียบเสมือน เป็นที่ว่าการอำเภอที่ทำให้ บาร์คลี่ย์ กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง จากการลงสนามเกือบทุกนัดในลีก นอกจากนี้ บาร์คลี่ย์ ยังเพิ่งจะซัดประตูให้ต้นสังกัดได้ในเกมที่เชลซีเอาชนะเซาแธมป์ตัน 3-0

นี่อาจจะเป็น “ใบเบิกทาง” ให้ชื่อของบาร์คลี่ย์ กลับมาอยู่ในทำเนียบนักเตะทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง และมันเป็นผลสะท้อนจากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลนี้

“ผมรู้สึกโตขึ้นมากๆจากช่วงเวลาที่ผ่านมา และผมพร้อมแสดงให้เห็นถึงว่า ผมสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งผมโชว์มันออกมาให้เห็นสักระยะหนึ่งแล้ว” บาร์คลีย์เปิดใจหลังจากหวนคืนสู่บัญชีรายชื่อทีมสิงโตคำราม

“ทุกคนพัฒนาในเรตอัตราที่แตกต่างกันออกไป… ผมเข้าใจถึงโลกของฟุตบอลของตัวเองมากขึ้น มันมากกว่าที่ผมเคยรู้มาก่อน ผมกำลังมีความสุข มั่นใจ และพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า และผมมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง

“ผมคิดว่าตัวเองมีวุฒิภาวะดีขึ้น ผมถูกตั้งความหวังไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย และตอนนี้ผมสามารถรับมือ และจัดการกับมันได้แล้ว

“ผมเคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมก็ผ่านมันจนเติบโตดีขึ้นกว่าเดิม ผมทำงานอย่างหนัก แก้จุดบกพร่องของตัวเองในการเล่นเกมรับ และทำงานอย่างหนักในเกมรุกเช่นเดิม ผมคิดว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ดีขึ้น และครบเครื่อง”

ด้าน เอเด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ฟอร์มแรงของเชลซี และเป็นเพื่อนร่วมทีมสโมสรของบาร์คลี่ย์ ออกมาให้ความเห็นว่า กองกลางวัย 24 ปีรายนี้ น่าจะเป็นความหวังของทีมชาติอังกฤษได้ และน่าจะกลายเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ของโลกได้ในอนาคต จากฟอร์มที่ระเบิดออกมาในฤดูกาลนี้

“รอสส์ บาร์คลี่ย์มีเกมที่วิเศษและมันก็ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเขายิงประตูได้หรือทำแอสซิสต์ คุณเห็นได้จากในสนามเลยว่าแข็งแกร่งมากขนาดไหน

“เขาเคยมีช่วงเวลาที่แย่มาบ้างในปีหรือสองปีที่ผ่านมาเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ผมว่าเขาไปถึงระดับที่วิเศษได้เพราะเขาเป็นนักเตะที่วิเศษ”

“ถ้าคุณให้รอสส์ บาร์คลี่ย์ได้มีอิสระในการเล่น รวมถึงความมั่นใจในสนาม เขาจะกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลกได้เลย เพราะทั้งแข็งแกร่ง, พละกำลังดี, เลี้ยงบอลก็ได้, หลักแหลม, ยิงประตูก็ได้และแอสซิสต์ก็ทำได้” นี่คือเสียงชื่นชมของอาซาร์ที่มีต่อเพื่อนร่วมสโมสรอย่างบาร์คลี่ย์ ที่ระเบิดฟอร์มจนกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง

…นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ที่กลับมาเค้นฟอร์มเก่า ๆ ได้กับเชลซี และสามารถหวนคืนสู่การเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษได้อีกครั้งในรอบ 2 ปี แต่หากจะ “ก้าวข้าม” ไปเป็นนักเตะที่เหนือกว่าอีกระดับ จากนี้ไปบาร์คลี่ย์ คงต้องรักษามาตฐานให้ได้เป็นอันดับแรก และต้องพัฒนาฝีเท้าแบบไม่หยุดยั้ง หากจะเป็นนักเตะระดับโลกเหมือนรุ่นพี่ในทีมชาติแบบพอล สโคลส์, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด หรือ แฟรงค์ แลมพาร์ด…