ข้อมูลการติดโควิดของนักเตะ บาร์ซ่า ที่อาจทำให้การกลับมาของ ลาลีกา สั่นคลอน

3 June 2020
149 VIEWS

ลาลีกา กำลังจะกลายเป็นลีกใหญ่ลีกที่ 2 ของยุโรป ที่จะกลับมาวาดลวดลายในพื้นหญ้า หลังมีกำหนดการกลับมาฟาดแข้งกันในคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 ต่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ โดยเกมที่ได้รับเกียรติให้เป็นเกมเปิดสนามหลังโควิด-19 ระบาด คือเกมดาร์บี้ แคว้นอันดาลูเซีย ระหว่าง เซบีญา กับ เรอัล เบติส ซึ่งนั่นจะเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของลาลีกา ถ้าไม่มีปัญหาอะไรมารบกวนเสียก่อน และดูเหมือนว่า เมฆหมอกนั้น จะเริ่มปรากฏให้เห็นลาง ๆ แล้ว

มีรายงานว่า มีผู้เล่นของ บาร์เซโลนา ถึง 5 คน ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียทีเดียว ปัญหามันอยู่ที่ว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้ตกเป็นข่าวเหมือนอย่างที่ควร แต่ทว่า ทั้ง บาร์ซ่า และ ลาลีกา กลับช่วยกันปกปิดข่าวนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหาตามมาภายหลัง เนื่องจาก ลาลีกา กำลังจะได้กลับมาลงสนามฟาดแข้งกันอีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายนนี้แล้วนานั่นเอง

ทางลาลีกา กลัวว่าถ้าข่าวนี้เผยแพร่ออกไป นอกจากจะเป็นผลลบต่อศึกฟุตบอลีกสูงสุดของสเปน มันยังมีโอกาสที่รัฐบาลสเปนจะเข้ามาแทรกแซงให้เลื่อนการกลับมาเตะออกไป จนกว่าสถานการณ์จะอยู่ในการควบคุม ซึ่งจากตารางเวลาที่มีอยู่ในมือต่อนนี้ เป็นไปได้มากว่า ถ้ามีการเลื่อนการแข่งขันออกไปจริง ก็จะเป็นการบังคับกลาย ๆ ให้ ลาลีกา ตัดจบฤดูกาลไปโดยปริยาย เพราะไม่สามารถแข่งขันได้จบทันกำหนด

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานอีกกระแส ที่เชื่อว่าทาง ฆาเบียร์ เตบาส ประธานของ ลาลีกา ไม่รับรู้เรื่องราวในส่วนนี้ และเป็นทางฝั่งบาร์เซโลนาเองต่างหาก ที่จงใจปกปิดข้อมูลการติดเชื้อของนักเตะทั้ง 5 คน เพราะพวกเขาไม่อยากให้มีการทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งจะนำมาสู่ความยุ่งยากในการกลับมาของ ลาลีกา และมันยังส่งผลในแง่ลบถึงภาพลักษณ์ในการควบคุมการติดเชื้อของสโมสรเองอีกด้วย

รายงานฉบับนี้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เพราะมันออกมาจาก อาร์เอซีวัน สถานีวิทยุชื่อดังแห่งแคว้ากาตาลัน โดยพวกเขาอธิบายเพิ่มเติมในรายการที่พวกเขาจัดว่า นักเตะที่ถูกตรวจพบว่าเป็นโควิด-19 ทั้งหมด เพิ่งมารู้ตัวว่าพวกเขาติดเชื้อ เมื่อผลตรวจออกมาเรียบร้อยแล้ว เพราะพวกเขาติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และสถานีวิทยุดังกล่าว ยังยืนยันด้วยว่า นอกจากนักเตะทั้ง 5 คนแล้ว ยังมีทีมงานอีก 2 คิด ที่ติดเชื้อดังกล่าวด้วย ซึ่งเมื่อรวมยอดแล้วก็มีคนในทีมบาร์เซโลนา ถึง 7 คนที่ติดเชื้อไวรัสนี้ และมันก็เพียงพอที่จะทำให้การกลับมาของ ลาลีกา สะเทือนถ้ามันเกิดขึ้นจริง

ทีมนำในตารางลาลีกา ยังไม่มีการตอบโต้ข่าวนี้ออกมาแต่อย่างใด พวกเขายังนิ่ง พร้อมทั้งยังทำการฝึกซ้อมตามกฎที่ออกมาของลีกอย่างเป็นปกติ

โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิโอเนล เมสซี่ เพิ่งออกมาเปิดเผยถึงความยากลำบากของเขา ในช่วงที่สเปน ล็อกดาวน์จากโควิด-19 แม้สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายบ้างแล้ว แต่เมสซี่ ก็ยืนยันว่าชีวิตของทุกคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“เราเกือบทุกคนมีข้อสงสัยว่าโลกจะเป็นอย่างไรหลังจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น” เมสซี่ กล่าว “เหนือไปกว่าการล็อกดาวน์ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้เราประหลาดใจ หลายคนมีช่วงเวลาที่ย่ำแย่อย่างมากเพราะสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อพวกเขาในทางใดทางหนึ่ง เช่นกันกับผู้ที่สูญเสีย เพื่อนและครอบครัว โดยที่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่บอกลาได้

“ผมคิดว่ามีสิ่งที่เป็นแง่ลบเกิดขึ้นในวิกฤติมากมายในเหตุการณ์นี้ แต่ก็ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการสูญเสียคนที่คุณรักมากที่สุดไป นั่นทำให้ผมหงุดหงิดเป็นอย่างมากและมันดูไม่ยุติธรรมกับทุกคนเลยแม้แต่น้อย

“ผมไม่คิดว่าฟุตบอล จะเหมือนชีวิตโดยปกติ ที่จะได้รับผลกระทบเหมือนกัน”

สำหรับ บาร์เซโลนา จะกลับมาประเดิมสนามกับ เรอัล มาญอร์กา ในวันที่ 13 มิถุนายน หลังจากที่รัฐบาลสเปน ไปเขียวให้ลาลีกา กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งในเดือนนี้

สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วกว่า 240,000 รายและผู้เสียชีวิตกว่า 27,000 คน

อย่างไรก็ตามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสเปนรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตใหม่ที่มาจากโควิด-19 ในสเปนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

โดยนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ เองยืนยันว่า การกลับมาของฟุตบอล ไม่ได้แค่เป็นการกลับมาของกีฬาอย่างหนึ่งเท่สนั้น แต่มันคือการคืนชีวิตประจำวันให้ชาวสเปนด้วย

“สเปน ได้ทำทุกอย่างที่มันควรจะเป็นไปหมดแล้ว และตอนนี้ฟ้าใหม่ก็กำลังจะฉายประกายที่ขอบฟ้าสำหรับทุกคนในประเทศนี้แล้ว” ซานเชซ กล่าว

“เวลานี้มาถึงแล้ว เวลาที่เราจะเอาชีวิตประจำวันของประชาชนชาวสเปนกลับคืนมา นับจากวันที่ 8 มิถุนายน นี้ ลาลีกา จะกลับมาอีกครั้ง

“การกลับมาของฟุตบอลสเปน จะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ แต่แน่นอนว่า มันจะไม่ใช่กิจกรรมนันทนาการเดียวที่จะกลับมาอย่างแน่นอน”

ดังนั้น ฟุตบอล เลยจำเป็น และถ้าบาร์เซโลนา ซ่อนตัวผู้ป่วยไว้จริง ๆ นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่า…ทำไม