แบนนักกีฬารัสเซีย…ประเด็นใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบหนักไปถึงโลกของฟุตบอล

รัสเซีย
27 November 2019
166 VIEWS

ประเด็นการแบนรัสเซียไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในรายการหลัก ๆ ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง หลังมีข่าวว่า องค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือ WADA มีข้อเสนอแนะให้มีการแบนจากการแข่งขันโอลิมปิก และการแข่งขันกีฬารายการสำคัญรายการอื่น ๆ เป็นเวลา 4 ปี หลังจากเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมา หลัง องค์กรตรวจสอบโด๊ปของรัสเซีย หรือ RUSADA ล้มเหลวในการไต่สวนลงโทษนักกีฬารัสเซียหลายราย

แน่นอนว่าทางฝั่งรัสเซีย ต้องออกมาคัดค้าน และไม่เห็นด้วย โดย พาเวล โลลอบคอฟ รัฐมนตรีกระทวงกีฬาของรัสเซียออกมาแสดงความต้องการให้ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ CAS ไต่สวนเรื่องนี้ พร้อมระบุว่า รัสเซียมีหลักฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะปกป้องนักกีฬาของตน ขณะที่ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สารกระตุ้น เป็นความพยายามในการใส่ร้าย และ จ้องทำลายรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ในโอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อปี 2018 ที่ พย็อกชาง ประเทศเกาหลีเหนือ ทัพนักกีฬารัสเซียก็โดนแบนทำให้ต้องลงเล่นภายใต้ธงของ คณะนักกีฬาแห่งโอลิมปิกสากล หรือ ธง IOC มาก่อนแล้ว แต่การแบนครั้งนั้น เป็นการแบนในเรื่องสิทธิการเข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น ไม่ได้มีการตัดสินใจแบนไปถึงการจัดการแข่งขันกีฬารายการสำคัญต่าง ๆ แบบที่มีข่าวออกมาในตอนนี้

ซึ่งถ้าหากคำสั่งนี้ของ WADA ออกมาจริง และมีผลบังคับใช้ มันจะส่งผลกระทบไปถึงโลกของฟุตบอลด้วย โดยเฉพาะในการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ที่ รัสเซียเอง ก็เป็นหนึ่งใน 12 ประเทศเจ้าภาพ และมีคิวจะต้องเปิดสนาม เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม ในเชนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ต้อนรับชาติต่าง ๆ ถึง 3 แมตช์ นอกจากนี้ คำสั่งแบนดังกล่าว ยังจะกระทบถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ด้วย  

ในเบื้องต้น ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ยังไม่มีท่าทีใด ๆ ออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว คำสั่งในการแบนรัสเซียออกมาจาก WADA และทางศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ CAS ไม่รับคำร้องของฝั่งรัสเซียจริง ฟุตบอล ยูโร 2020 ที่จะมีขึ้นในปีหน้าคงวุ่นวายน่าดูเหมือนกัน เพราะนอกจากต้องเลือก เจ้าภาพใหม่แล้ว ทาง ยูฟ่า ก็ต้องจัดการเรื่องทีมที่จะเข้าร่วมใหม่ด้วยทั้งที่มีการคัดเลือกมาเกือบครบแล้ว

ในกรณีที่มีการแบนรัสเซีย เกิดขึ้น ส้มอาจจะไปหล่นอยู่กับ สวีเดน ที่เคยเสนอชื่อสนาม เฟรนส์ อารีนา หรือ เวลส์ ที่เคยเสนอชื่อสนาม มิลเลเนียม สเตเดี้ยม ก่อนหน้านี้ แต่ทั้งคู่โดนตัดออกจาก 12 รายชื่อสุดท้าย แต่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนได้รับสิทธิ์ไปแทน ก็จะมีปัญหาวุ่นวายในการเตรียมตัวจัดการแข่งขันไม่น้อยเช่นกัน

เคราะห์ดีที่ทั้ง เวลส์ และ สวีเดน ต่างเป็นชาติที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ยูฟ่า ต้องทำ คือการหาทีมเข้ารวม 5 ทีม จากบรรดา 16 ทีมที่เข้าเพลย์ออฟแทนที่เคยจะสรรหาทีมแค่ 4 ทีมให้ครบ 24 ทีมในรอบสุดท้ายก่อนหน้านี้

แต่ว่าตอนนี้ แนวคิดที่จะแบนรัสเซีย ยังเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่มีคำสั่งแบนอย่างเป็นทางการออกมาแต่อย่างใด ซึ่งมันก็มีโอกาสเช่นกัน ที่รัสเซีย อาจจะไม่โดนบทลงโทษหนังขนาดนั้นก็ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้ามันสเกิดขึ้นจริง ผลกระทบที่ตามมานอกจากวงการฟุตบอลแล้ว อาจจะมีกันยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว!