“สมดุล” ที่พอดี

ทราบดีครับว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กำลังทำให้สาวก และบรรดาผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี “ความสุข” อีกครั้งหลังเข้ามารับตำแหน่งเป็นเวลา 3 สัปดาห์

ตามภาษาลูกหนัง หรือ “ภาษาชีวิต” ก็ได้ จะเรียกช่วงเวลาแบบนี้ว่า Honeymoon Period หรือช่วงเวลา “ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” ของคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน

แรก ๆ อะไรก็มักดูดีไปหมด เฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่ “ชนะรวด” ในทุกถ้วย 5 นัดติดต่อกันที่ไม่ว่าจะเจอ “หมู” หรือ “เสือ” ก็ถือว่า ไม่ง่ายทั้งสิ้น

กับทีมที่กำลัง “ถดถอย” ในแง่เรี่ยวแรง และกำลังใจอย่างที่สุดกับยุค 2 ปีครึ่งกับ โจเซ่ มูรินโญ่

อย่าว่าแต่ “นักเตะ” ที่แทบลืม DNA ความเป็นตัวของตัวเองเลยครับ 

แฟน ๆ ก็แทบจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่า ฟุตบอลใน “แบบฉบับ” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเป็นเช่นไร 

การเข้ามาของ โซลชาร์ จึงไม่ใช่เพียง “หยดน้ำ” กลางทะเลทรายช่วย “ต่อชีวิต” สโมสรฯออกไปเท่านั้น

แต่มันคือ สิ่งที่สโมสรฯ “โหยหา” มาตลอดนับจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จากทีมไปตอนซัมเมอร์ 2013

มันก็ไม่ต่างอะไรกับ feel good factors หรือปัจจัยที่ทำให้ “รู้สึกดี”

ซึ่งมิอาจประเมิน “มูลค่า” ได้ครับ

อย่างไรก็ดี “ซูเปอร์ซันเดย์” วีคนี้ 13 ม.ค.จะเป็นบททดสอบแท้จริง “ครั้งแรก” ของโซลชาร์ และสไตล์ให้ “อิสระ” ผู้เล่น, เน้นรุก ภายใต้กรอบวิธีการแบบหลวม ๆ แต่ต้องมี

ที่ผ่านมา 5 เกม ทีมปิศาจแดงไม่มีปัญหาในการทำประตูโดยยิงสลุต 16 ประตู และเสีย 3 ประตู และเก็บ “คลีนชีต” ได้สำเร็จใน 2 นัดล่าสุด

การเก็บคลีนชีตถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีหลัง 3 เกมแรกเล่นดี และมี “เค้าโครง” เดิม ๆ แห่งทีมยุคเฟอร์กี้ แต่เกมรับยังเสียประตูง่าย ๆ นัดละ 1 ประตู

อย่างไรก็ดี ชนะคาร์ดิฟฟ์ 5-1 (A), ชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-1 (h), ชนะบอร์นมัธ 4-1 (h), ชนะนิวคาสเซิล 2-0 (a) และในเอฟเอ คัพ ชนะเรดดิ้ง 2-0 (h) ก่อนจะบินไปเก็บตัวดูไบ 5 วัน
ยังไม่ใช่บททดสอบที่แท้จริง

สุดสัปดาห์นี้กับ สเปอร์ส คือ “ของจริง” ณ เวมบลีย์ สเตเดียม ที่โซลชาร์ยังคาดหมายวิธีการเล่นแบบ “วัฒนธรรมสโมสรฯ” ว่าจะทำหน้าที่เก็บผลการแข่งขันได้ต่อไป

“พวกเขา (สเปอร์ส) คือ หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในลีก ดังนั้นเราต้องระมัดระวังจุดแข็งของพวกเขาให้ดี แต่อย่างไรก็ดี เราต้องบุก เพราะนั่นคือจุดแข็งของเรา การรุกไปข้างหน้า และโจมตี เราต้องเล่นแบบนั้น”

“แต่เราจะไม่ได้โอกาสมากเหมือนนัดก่อนหน้านี้ ดังนั้นยามที่เรามีบอลเราต้องพร้อมจะเล่นให้ดี และต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดของสนามให้ดี เพราะขนาดสนามเวมบลีย์จัดว่ามีขนาดใหญ่ใช้ได้ทีเดียว”

ครับ ฟังกุนซือวัย 47 ปีพูดข้างต้นแล้ว “สัมผัส” อะไรได้ไหมครับ?

1.โซลชาร์มีความเหมือน “เฟอร์กี้” ตรงที่โฟกัสที่ทีมตัวเองเป็นหลัก มากกว่าจะกังวลกับคู่แข่งขัน

2.กุนซือนอร์วีเจี้ยน ไม่ได้คิดเยอะครับ คิดง่าย ๆ ถึงจุดเด่น จุดอ่อนของทีม และทำทีมตามนั้น เพราะเชื่อมั่นว่า หากลูกทีมเล่นได้ตามศักยภาพ ไม่ว่าจะอย่างไร โอกาสชนะย่อมมากกว่า

ซึ่งก็ “ไม่ผิด” นะครับ แต่ฟุตบอลสมัยใหม่ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งจุดด้อย จุดเด่น ของตัวเอง และคู่ต่อสู้ที่จะมาปรับแท็คติกส์นั้นมีความสำคัญ

การรุก และ “อิสระ” ที่เคยทำได้แล้วประสบสำเร็จใน 5 นัดก่อนหน้านี้หากเจอกับความเขี้ยวของ แฮร์รี เคน และผองเพื่อนจะเป็นเช่นไร?

นี่จะเป็น “บททดสอบ” ครั้งสำคัญของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และการทำทีมปิศาจแดงครับ

กรณีโซลชาร์ กับแมนฯยูฯ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้ชีวิต Life Balance หรือสมดุลในการชีวิต หมายถึง การทำงาน, เวลาส่วนตัว, กับเพื่อนฝูง, ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และสำคัญที่สุด คือ “ครอบครัว” จำต้องมี

จะ “สุดขั้ว” ไปทางใดทางหนึ่งจนละเลยส่วนใดส่วนหนึ่งของชีวิตไปก็จะถือว่า “บกพร่อง”

หรืออาจจะมากไปจน “สุขภาพ” ถูกทำลาย และล้มป่วย ก็ใช่เรื่องที่สมควรทำ

ก็ไม่ต่างอะไรกับฟุตบอลครับ 

สมดุลระหว่าง “รุก” และ “รับ” ต้องดีเพื่อชีวีเป็นสุขครับ



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Feature

เซเลีย ฆิเมเนซ เดลกาโก้ : หญิงสาว-ฟุตบอล-อวกาศ ความไม่เกี่ยวข้องที่ข้องเกี่ยวกัน

Mr.BOSTON

หากให้หาความเชื่อมโยงของคำสามคำระหว่าง หญิงสาว, ฟุตบอล และ อวกาศ คงจะหาความเป็นไปได้ที่เป็นรูปเป็นร่างค่อนข้างยากทีเดียว แต่มนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน และความซับซ้อนนั้น อาจจะเกินที่ใครจะจินตนาการออก ดังนั้น มันจริงมีมนุษย์ที่เชื่อมโยงความข้องเกี่ยวระหว่าง หญิงสาว-ฟุตบอล-อวกาศ ให้เกิดขึ้นในคนคนเดียวได้

Thought

“ก้าวกระโดด” พัฒนาฝีเท้า และอัพค่าตัว

ไข่มุกดำ

เมื่อ 26 ก.ค.ผมได้เขียนเรื่อง “ขุนศึกคู่บัลลังก์” และพูดแบบเซอร์ไพรส์ ๆ ถึงการ “เติบโต” อย่างรวดเร็วของ ริชาร์ลิสัน หัวหอกบราซิเลี่ยนตัวใหม่ของเอฟเวอร์ตันไปครั้งหนึ่งแล้ว

Story

อิตาลีไร้แข้งยูเวนตุสลงตัวจริงรอบ 20 ปี

SPORTDesk. Team

ภายหลังเกมยูฟ่า เนชั่น ลีก ลีก A กลุ่ม 3 ระหว่างโปรตุเกส-อิตาลี ซึ่งผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านโปรตุเกส 1-0 จากการพังประตูชัยของอังเดร ซิลวา ในนาทีที่ 48 เกมนี้มีสถิติหนึ่งที่น่าจะเอามาเป็นประเด็นให้พูดถึงกันในภายหลังอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นสถิติที่ยากจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลอิตาลี นั่นคือเกมนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี หรือ 2 ทศวรรษ ที่ทีมชาติอิตาลีไม่มี นักเตะยูเวนตุส ลงสนามเป็น “ตัวจริง” เลยแม้แต่คนเดียว