วิทเซล : ก้าวสู่ลีกใหญ่ครั้งแรกในชีวิต

7 August 2018
116 VIEWS

หากฉากชูเสื้อพร้อม ๆ กับมีเบอร์หมายเลข และ ตัวอักษรชื่อของนักฟุตบอลคนใดคนหนึ่ง เปรียบเสมือนกับบทอวสานของละครเรื่องหนึ่ง  สำหรับเรื่องการย้ายตัวของอาเซล วิทเซล กับ ดอร์ทมุนด์ ก็ใกล้ที่จะถึงตอนจบเต็มทีแล้ว เพราะตอนนี้รอแค่ “ภาพชูเสื้อ” รอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น ทุกอย่างดำเนินมาจนจะครบถ้วนกระบวนความของแต่ละองก์ของเรื่องแล้ว

ภาพที่เห็น อาเซล วิทเซล กองกลางทีมชาติเบลเยียม เดินทางไปร่วมค่ายฝึกซ้อมของทีมเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่แบด  รากาซ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสิ่งการันตีว่าทุกอย่าง รอแค่การประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ในฟุตบอลโลก 2018 อาเซล วิทเซล อาจจะไม่ได้รับการกล่าวขานเชิดชู เท่ากับ เควิน เดอ บรอยน์, เอเด็น อาซาร์ แต่ วิทเซล คือคนที่ปิดทองหลังพระ คุมจังหวะเกมแดนกลางของเบลเยียม ให้มีความสมดุลตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ จนกระทั่งจบผลงานด้วยการคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก

วิทเซล ถือว่าเป็นนักเตะที่มีชั่วโมงบินโชกโชนพอสมควร แต่สิ่งที่อาจจะถูกเพ็งเล็งว่า เขาอาจจะไม่ใช่ตัวจริงของจริง ก็เพราะในอดีตเขาผ่านมาแต่เวทีในระดับรองๆ ไล่ตั้งแต่ ลีกเบลเยียม กับ สตองดาร์ ลีแอช เป็นเวลา 5 ปี สมัยนั้นได้ดาวรุ่งยอดเยี่ยมในลีกด้วย, ลีกโปรตุเกส กับ เบนฟิก้า 1 ปี, ลีก รัสเซีย กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก 5 ปี และล่าสุด ลีกจีน 1 ปี กับ เทียนจิน ฉวนเจี้ยน

แม้จะอยู่ที่ลีกพระรองแบบที่แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้คุณค่ามาตลอด แต่กับเกมนานาชาติ วิทเซล คือแกนหลักแผงกองกลางเบลเยียมเสมอมา นับตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 10 ปีเต็ม เขาติดทีมชาติมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาล เทียบเท่ากับ แยน คูเลม็องส์ จอมทัพยุค 80s ที่จำนวน 96 นัด  โดยวิทเซลเป็นรองแค่แยน แฟร์ต็องเก้น คนเดียวเท่านั้นที่ติดไป 108 เกม และหากโชคชะตาไม่โหดร้ายจนเกินไป วิทเซล จะเปิดประตูเข้าสู่คลับ 100 นัด กับปิศาจแดงแห่งยุโรป เป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์แน่นอน

ทั้งนี้ คาดการณ์กันว่า ดอร์ทมุนด์ ของภายใต้กุนซือลูเซียง ฟาร์ฟ ยอมควักเงินจ่าย 20 ล้านยูโร หรือ 760 ล้านบาท เพื่อเป็นการฉีกสัญญาของกองกลางวัย 29 ปี ที่มีอยู่กับ เทียนจิน ฉวนเจี้ยน  ต้นสังกัดเดิม เพื่อจะโยกให้วิทเซลคืนสู่เวทีที่เหมาะสม (เสียที)

จากนั้นก็ พร้อมทั้งเปิดโครงการให้วิทเซลได้โชว์ลีลาแข้งพร้อมกับหัวฟูๆของเขา ในถิ่นซินัล อิดูน่า ปาร์ค เป็นเวลา 4 ปีเต็ม

“หลังเสร็จสิ้นภารกิจฟุตบอลโลก เป้าหมายของผมคือย้ายจากจีนกลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้งหนึ่ง ผมมีความสุขมากที่จะได้ลงเล่นกับดอร์ทมุนด์ในเร็ว ๆ นี้”

“พอได้พูดคุยกันครั้งแรก ผมไม่ต้องคิดอะไรให้เยอะแยะวุ่นวาย  เพราะสำหรับผมแล้ว ดอร์ทมุนด์ คือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในทวีป ผมแทบจะรอที่จะเล่นในสนามต่อหน้าแฟนบอล 81,000 คนไม่ไหวแล้วครับ” วิทเซลเปลือยใจครั้งแรกผ่านทางทุกช่องทางออนไลน์ของสโมสรดอร์ทมุนด์

ขณะเดียวกัน มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาดอร์ทมุนด์ ดูท่าทีมีความสุขมากกับการได้ วิทเซล เข้ามาเติมไฟให้กองกลางเสือเหลืองดุดัน ห้าวหาญ และ พร้อมจะลุยเบียดกับบาเยิร์นให้สูสีมากขึ้น “ทางสโมสรเราสนใจที่จะดึงตัววิทเซลมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และตอนนี้เราทุกคนต่างดีใจ ที่วิทเซลเลือกจะมาที่นี่ วิทเซลเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์เกมนานาชาติมาเยอะ ซึ่งน่าจะนำมาพัฒนาการเล่นในแผงกองกลางของดอร์ทมุนด์ ทั้งทางแท็กติกส์, เขาแกร่งมากเรื่องการแย่งบอล ,ความคิดสร้างสรรค์ที่ดี และ เรื่องสภาพจิตใจที่แกร่ง”

นี่กำลังจะเป็นครั้งแรกที่ วิทเซล เดินเข้าสู่ลีกใหญ่ยุโรป ด้วยวัย 29 ปี ที่น่าจะมี ความนิ่ง ความเก๋า และความคงเส้นคงวาพอสมควรตามวัยวุฒิ  ณ ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นจุดที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลคนหนึ่งแล้ว เพราะไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป

ฉาก ภาพชูเสื้อสโมสรดอร์ทมุนด์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้  กำลังจะเป็น ฉากจบ ของเรื่องการย้ายตัวของวิทเซล

แต่ ฉากนี้ ก็เปรียบเสมือน ฉากเปิดหัว ละครตอนแรกในบทบาทของวิทเซลกับเสือเหลืองเช่นกัน

ทุกเครื่องหมายคำถาม ก็ยังคงรอการพิสูจน์จากวิทเซล ว่าเขาคู่ควรกับเกมลีกระดับท็อปๆของยุโรปแล้วหรือยัง … และกว่าจะได้ คำตอบที่เหมาะสม เราคงต้องใช้เวลารอดู วิทเซลกับเสือเหลืองสัก 1 ฤดูกาล