ปรากฏการณ์ชัยชนะ10นัดรวดของปืนใหญ่

23 October 2018
342 VIEWS

ชัยชนะเหนือเลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ของอาร์เซน่อล ทำให้เกิดกระแสให้แฟนบอลทั่วโลกพูดถึงอย่างมากมาย เพราะจากชัยชนะนัดนี้ ทำให้อูไน เอเมรี่ กุนซือใหม่แห่งถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำสิ่งที่อาร์เซน่อลทำไม่ได้มานานเป็นเวลา 10 ปีเต็มแล้ว นั่นคือการเก็บชัยชนะต่อเนื่อง 10 นัดรวด ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความคงเส้นคงวา ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึง “ยีนส์” แห่งผู้ชนะก็กำลังจะฝังรากลงไปในดีเอ็นเอของนักเตะอาร์เซน่อล มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามไปด้วย

สำหรับเกม มันเดย์ ไนต์ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เลสเตอร์ ทีมเยือนเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจากการทำเข้าประตูตัวเองของเฮคตอร์ เบเยริน นาทีที่ 31 แต่ก่อนหมดครึ่งแรก ปืนใหญ่สามารถตีเสมอได้จากกัปตันทีม เมซุต โอซิล จากนั้นครึ่งหลัง อูไน เอเมรี่ เปลี่ยนแท็กติกส์ ส่งปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ลงแทนกองหลังสเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ นาที 61 และจากนั้นในนาทีที่ 63 และ 66 โอบาเมยองก็พัง 2 ประตูรวดให้ทีมชนะ 3-1 พร้อมกับเพิ่มสถิติเก็บชัย 10 นัดทุกรายการ ซึ่งถือเป็นการย้อนรอยสถิติเดิมที่เคยทำได้ ในช่วงปี 2007 ซึ่ง ณ ตอนนั้นอาร์เซน่อลเก็บชัยคอมโบเซ็ตยาวนานถึง 12 เกมด้วยกัน

3 คะแนนของอาร์เซน่อล ทำให้พวกเขา รั้งอยู่ที่ 4 ด้วยการมี 21 คะแนน เท่ากับอันดับ 3 เชลซี และ อันดับ 5 อย่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มีแต้มเป็นรองแมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แค่ 2 คะแนนเท่านั้น หากจะบอกว่าอาร์เซน่อลขึ้นมาหายใจรดต้นคอกลุ่มหัวตารางก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก

สำหรับ 2 ประตูของโอบาเมยอง ยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อล ที่ยิงถึงหลัก 15 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย โดยตอนนี้เขายิงทะลุไปแล้ว 16 ประตูจากการลงเล่นเกมลีก 22 เกม ส่วนสถิติเดิมเป็นของเธียร์รี่ อองรี ที่ยิง 15 ประตูแรกได้ แต่ต้องลงเล่นเกมลีกไปถึง 30 นัด

ส่วน 1 ประตูของเมซุต โอซิล ก็ได้ทำให้ จอมเทคนิคจากเยอรมนี กลายเป็นนักเตะเยอรมัน ที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดด้วย ด้วยจำนวน 30 ประตู แซงหน้าสถิติเดิมของเยอร์เก้น คลินส์มันน์ และ อูเล่ รอสเลอร์ ที่เคยยิงไว้ในลีกผู้ดี ด้วยจำนวน 29 ประตู, ขณะที่อันดับ 3 คือ โรเบิร์ต ฮูธ ยิงไว้ 21 ประตู, อันดับ 4 ลูคัส โพดอลสกี้ ยิงไว้ 19, อันดับ 5 มิชาเอล บัลลัค ยิงไว้ 17 ประตู

สำหรับ เมซุต โอซิล ยังแสดงความพอใจกับฟอร์มการเล่นของเขาเป็นอย่างมากที่ยิง 1 ประตู และแอสซิสต์ 1 ประตูในเกมนี้ พร้อมทั้งเขายังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมของอาร์เซน่อลด้วยความภาคภูมิใจอีกด้วย เพราะตอนนี้โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ ปีเตอร์ เช็ก ยังบาดเจ็บอยู่ เลยทำให้จอมทัพเยอรมนีได้ตำแหน่งหัวหน้าทีมแทน

“ผมคิดว่าอาร์เซน่อลของเราเล่นฟุตบอลได้เซ็กซี่มาก! และผมก็ภาคภูมิใจกับการได้เป็นกัปตันทีมของสโมสรแห่งนี้” เมซุต โอซิล เปิดใจผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ยืนยันว่า โอซิลจะยังไม่ใช่กัปตันทีมถาวรของทีมแน่นอน แต่เพราะความมุ่งมั่นของโอซิล จึงทำให้เขารับบทหัวหน้าทีมในคราวที่จำเป็น

“ทีมของเรามีกัปตันทีมอยู่แล้ว…ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจน ผมคิดว่าโอซิลเล่นด้วยความมุ่งมั่น เขาทุ่มเทเสมอไม่ว่าจะอยู่ในฐานะกัปตันทีมหรือไม่ก็ตาม และด้วยบุคลิกของโอซิลนั้นสามารถช่วยเราได้มากขึ้นเวลาอยู่ในสนาม”

จากความพ่ายแพ้ 2 นัดแรกในช่วงเปิดหัวฤดูกาลของอูไน เอเมรี่ต่อแมนฯซิตี้ และ เชลซี, พวกเขาลบล้างความผิดหวังของแฟนบอลด้วยการเก็บชัยเป็นปรากฏการณ์ 10 นัดรวด ไล่ตั้งแต่ เวสต์แฮม, คาร์ดิฟฟ์, นิวคาสเซิล, วอร์สกล้า, เอฟเวอร์ตัน, เบรนท์ฟอร์ด, วัตฟอร์ด, คาราบัก, ฟูแล่ม และ เลสเตอร์ เป็นรายล่าสุด

ใน 10 นัดที่ผ่านมา ยิงได้ 30 ประตู เสีย 9 ลูก และเก็บคลีนชีต 3 นัด และนี่คือผลงานของเอเมรี่ที่กำลัง “ซื้อใจ” แฟนบอลของอาร์เซน่อลได้ไปเต็ม ๆ

“สำหรับเกมกับเลสเตอร์ เราชนะตอนที่เราเริ่มเล่นด้วยหัวจิตหัวใจทุ่มเท ช่วง 30 นาทีแรก เราคุมเกมและครองบอลไม่ได้เลย ก็เลยต้องตกเป็นรอง แต่เราก็ยังมีความสุขเพราะเรายังเล่นตามแนวทางของเรา แต่จำเป็นต้องเล่นอย่างมีวินัยและด้วยหัวใจมากขึ้น หลังจากนั้น 60 นาทีต่อมา เราเล่นอย่างมีคุณภาพ มีระเบียบ และเล่นด้วยหัวใจ รวมถึงบรรยากาศกองเชียร์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ส่งให้เราชนะได้” อูไน เอเมรี่เปิดใจ

ศัตรูหมายเลข 11 ของอาร์เซน่อล คือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ตัวแทนจากโปรตุเกส ซึ่งรอจะปะทะกับอาร์เซน่อลอยู่ในถ้วยยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ในวันพฤหัสบดีนี้

เป็นที่น่าจับตาดูว่า “ปรากฏการณ์ชัยชนะต่อเนื่อง” ของเอเมรี่จะเดินหน้าต่อไปจนถึงลำดับเกมที่เท่าไร…