“ปืน v ผี” แย่งท็อปโฟร์

สุดสัปดาห์นี้ พรีเมียร์ลีก มีคู่เดือดที่กลายเป็นคู่ปรับกันมาอย่างยาวนาน แม้ว่าในช่วง 3-4 ปีหลัง ทั้งสองทีมอย่าง แมนฯยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล จะผลงานตกลงไป แต่การเจอกันของคู่นี้แต่ละครั้ง ดีกรีความร้อนแรงทะลุองศาเดือดเสมอ

แถมการเจอกันในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคมนี้ ในเวลา 23.30 น. ยังเป็นการแย่งชิงอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีกโดยตรงกันอีกด้วย

และนี่คือ 5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อน “ปืน” ดวล “ผี”

1.ก่อนแข่งทั้ง 2 ทีม กำลังต้องการยึดพื้นที่ “ท็อปโฟร์” เพราะมีความสำคัญในการคว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า โดยก่อนแข่ง แมนฯยูไนเต็ด รั้งที่ 4 มี 58 คะแนนจาก 29 นัด ขณะที่ อาร์เซน่อล ตามหลังอยู่ 1 คะแนน จากการลงสนามเท่ากัน 

2.โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯยูไนเต็ด คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมา 12 นัด ยังไม่แพ้ใครเลย ชนะ 10 เสมอ 2 จนมายืนอยู่จุดนี้ได้ และที่สำคัญกำลังมั่นใจจากการบุกชนะ เปแอสเช 3-1 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมแรกที่แพ้คาบ้าน 0-2 แต่สามารถพลิกเข้ารอบใน UCL ได้ราวกับปาฏิหาริย์ 

ส่วน อูไน เอเมรี่ กุนซืออาร์เซน่อล เพิ่งจะบุกไปเสมอ สเปอร์ส แบบน่าเจ็บใจมาในพรีเมียร์ลีก 1-1 ขณะที่ในยูโรป้า ลีก ก็เพิ่งบุกไปแพ้ แรนส์ ที่ฝรั่งเศสมาเมื่อวันพฤหัสบดี ดังนั้นสภาพร่างกายของปืนใหญ่อาจจะเป็นรองเล็กน้อย แต่ข้อได้เปรียบของอาร์เซน่อลเกมนี้ก็คือการได้เล่นในบ้านเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 

3.เรื่องตัวผู้เล่น เกมนี้ อาร์เซน่อล จะได้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่ติดโทษแบนในเกมยุโรป กลับมายืนกองหน้า แต่ ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางไดนาโมจะติดโทษแบนแทน จากการโดนไล่ออกในเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับ สเปอร์ส 

ขณะที่ แมนฯยูไนเต็ด จะได้ ปอล ป็อกบา กองกลางที่เล่นดีที่สุดในยุคของโซลชา พ้นโทษแบนในเกมยุโรปกลับมาปักหลักแดนกลาง แต่ตัวที่บาดเจ็บยังมีลิสต์รายชื่อยาวเป็นหางว่าว อาทิ อันเดร์ เอร์เรร่า, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, เนมานย่า มาติช, อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เรื่องนี้ ยังคงเป็นเรื่องน่าปวดหัวลำดับต้นๆ ของโซลชาต่อไป แต่ยังดีที่โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างตัน กลับมาฟอร์มพีกอีกครั้ง จากผลงานยิง 6 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด 

4. สำหรับคู่นี้ เจอกันในซีซั่นนี้ 2 ครั้งแล้ว โดยแบ่งเป็นในพรีเมียร์ลีก นัดแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อต้นเดือนธ.ค. 2018 ผลจบลงด้วยผลเสมอ 2-2  ซึ่ง ลินการ์ด และมาร์กซิยาล ทำประตูให้ผีในวันนั้น แต่ทว่าทั้งสองคนจะไม่ได้ลงเกมนี้ ส่วนอีกนัดเป็นการเจอกันในเอฟเอ คัพ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ผลจบลงด้วยโซลชา พาทีมบุกมาชนะได้ 3-1 

คู่นี้เจอกันมาในพรีเมียร์ลีก 53 นัด แมนฯยูไนเต็ด มีสถิติที่เหนือกว่า เพราะชนะ 24 เกม อาร์เซน่อล ชนะ 13 เกม และเสมอกันไป 16 เกม โดยแมนฯยูไนเต็ดทะลวงประตูปืนใหญ่ไปทั้งสิ้น 77 ประตู ขณะที่ปืนใหญ่ยิงผีไปทั้งหมด 55 ประตู 

5.เทียบสถิติต่อสถิติ

การพังประตู : ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง กองหน้ากาบองของอาร์เซน่อล ซัดไปแล้ว 16 ประตูในพรีเมียร์ลีก แต่เขาเพิ่งเจอฝันร้ายเพราะซัดจุดโทษท้ายเกมพลาดในเกมที่เสมอกับ สเปอร์ส 1-1 ส่วนดาวยิงสูงสุดของผีแดงตอนนี้เป็น โรเมลู ลูกากู ที่ยิงไปแล้ว 12 ประตู เท่ากับรองดาวซัลโวของอาร์เซน่อลอย่าง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

การแอสซิสต์ : ปอล ป็อกบา แอสซิสต์ไปแล้ว 9 ประตู ขณะที่ฝั่งอาร์เซน่อล ผู้ที่ทำแอสซิสต์ได้สูงสุดมี 2 คนร่วมกัน คือ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และอารอน แรมซี่ย์ ที่จำนวน 6 ครั้ง 

การจ่ายบอล : กรานิต ชาก้า กองกลางของอาร์เซน่อล ถ่ายบอลมากที่สุดในทั้ง 2 ทีม และมีจำนวนครั้งที่แจกจ่ายบอลให้เพื่อน มากเป็นอันดับที่ 9 ของลีก ที่จำนวน 1,857 ครั้ง ส่วนคนที่จ่ายบอลเยอะสุดของฝั่ง แมนฯยูไนเต็ด คือ ปอล ป็อกบา ที่จำนวน 1,580 ครั้ง นับได้ว่าเป็นอันดับ 14 ของลีก 

การป้องกันประตู : ดาบิด เด เคอา เซฟไปแล้ว 97 ครั้ง  และเก็บคลีนชีทไปถึง 7 เกม ส่วน แบรนด์ เลโน่ เซฟไปแล้ว 73 ครั้ง และไม่เสียประตูแค่ 3 เกมเท่านั้น


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

กอสเซียลนี่รีไทร์ตราไก่ : ดราม่าก่อนลาจากเดส์ช็องป์ส

SPORTDesk. Team

ม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร หากจะมีนักเตะในวัย 33-34 ประกาศอำลาทีมชาติ เพราะในวัยนี้คือช่วงท้าย…ช่วงปลาย ของชีวิตนักฟุตบอลแล้ว ดังนั้นการประกาศอำลาทีมชาติของโลร็องต์ กอสเซียลนี่ ปราการหลังวัย 33 ปี ที่เพิ่งประกาศผ่านสื่ออกไปว่า จะขอโบกมืออำลาการรับใช้ชาติฝรั่งเศส …จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่สิ่งที่น่าเอามาขบคิดต่อก็คือ ถ้อยคำตัดพ้อของกอสเซียลนี่ ที่มีต่อดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส กุนซือดีกรีแชมป์โลกฝรั่งเศส

Story

‘กรีซมันน์’ โบกมือลา ‘ตราหมี’ สู่อนาคตใหม่

SPORTDesk. Team

อองตวน กรีซมันน์ แนวรุกดีกรีแชมป์โลกฝรั่งเศส ได้ประกาศขอยุติบทบาทการเป็นนักเตะของสโมสรแอต.มาดริด ที่เขารับใช้มาอย่างยาวนานเป็นเวลา 5 ฤดูกาล นับตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

Story

เป๊ป : เรือใบจะสะดุดไม่ได้แม้แต่นัดเดียว

SPORTDesk. Team

ต้องถือว่า แมนฯซิตี้ มีความได้เปรียบอยู่เล็กๆ เพราะพวกเขาสามารถกุมชะตาตัวเองได้ เพราะหากชนะ 5 นัดที่เหลืออยู่ในมือ พวกเขาก็จะจบลงด้วยตำแหน่งแชมป์แบบไม่มีทางเป็นอื่น