มองมุมกลับ เมื่อนักเตะพรีเมียร์ลีก ไร้ปัญหากับการให้

4 April 2020
20 VIEWS

หลังจากผลประชุมเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาระหว่างสมาชิกสโมสรต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีกมีการเห็นชอบให้ฟุตบอลเลื่อนออกไปหลังจากเดือนเมษายน โดยจะกลับมาเตะกันอีกทีเมื่อไหร่ก็ตามที่สถานการณ์ของโควิด-19 ทุเลาลงและได้รับการรับรองจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าปลอดภัยพอที่จะเตะแล้วเท่านั้น ฟุตบอลลีกของอังกฤษถึงจะสามารถเริ่มต้นได้อีกครั้ง แต่ยังมีอีกเรื่องที่มีความชัดเจนมากขึ้น และมันอาจจะนำมาสู่สิ่งดี ๆ มากมายที่มีโอกาสเกิดขึ้นหลังจากนี้

เรื่องที่ว่าก็คือ บรรดาสโมสรระดับท็อปต่างเห็นด้วยที่จะให้แต่ละทีมลดค่าเหนื่อยนักเตะลงราว 30% เพื่อความอยู่รอดของทั้งสโมสรในช่วงที่พวกเขาขาดรายได้จากทั้งค่าโฆษณา และ การขายตั๋วชมเกมการแข่งขัน รวมไปถึงค่าของที่ระลึกต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขายได้เหมือนปกติ เพราะไม่มีเกมเตะและคนดูก็ล้วนแต่อยู่ในบ้านของตัวเองไม่ได้ออกไปไหนเพื่อให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการควบคุมโรคที่เกิดขึ้น

มาตรการลดค่าเหนื่อยนี้ พวกเขาต้องเอาไปเสนอต่อสมาคมผู้เล่นอาชีพของลีกอังกฤษ หรือ พีเอฟเอ ต่อไปในช่วงค่ำวันนี้ เพื่อหาข้อสรุปถึงความเป็นไปได้และขอความยินยอมจากบรรดาตัวนักเตะเองที่จะต้องช่วยกันรับผลกระทบนี้ไปแบบเต็ม ๆ ซึ่งหลังจากผลของที่ประชุมออกมา หลาย ๆ ฝ่ายก็ที่เคยตั้งแง่กับบรรดานักเตะว่าทำตัวงก และไม่เสียสละในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเสียสละ ก็ยิ่งพากันวิจารณ์กันยกใหญ่ว่าพวกเขาจะยอมลดค่าจ้างจริงแบบนั้นจริง ๆ หรือไม่

แดนนี โรส ตัวริมเส้นทีมชาติอังฤษที่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการยืมตัวกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรที่โดนด่ามากที่สุดในตอนนี้หลังสั่งพักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่นักเตะไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้พวกเขาไปพึ่งสวัสดิการของรัฐ โดยโรส ยืนยันว่า ในฐานะนักเตะเขาพร้อมอย่างยิ่งที่จะลดเงินเดือนตัวเอง

“เราทุกคนอยากจะทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น” โรส กล่าว “ผมสามารถพูดได้แค่ส่วนของตัวเองเท่านั้น แต่ ผมไม่มีปัญหาอะไรเลยที่จะหักค่าแรงของผมไปให้กับเหล่าคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหานี้ในแนวหน้า และ รวมไปถึงบรรดาคนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้”

ไม่ใช่แค่โรส อันที่จริงแล้วคนในวงการฟุตบอลพยายามหาทางช่วยเหลือคนอื่น ๆ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเต็มไปหมด ล่าสุดก็มีข่าวว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พูล พยายามติดต่อกับทุกคนเพื่อให้ร่วมบริจาคเป็นกองทุนในการต่อสู้กับโควิด-19 แต่สำหรับคนนอกวงการหรือคนที่ไม่สนใจเหมือนว่า พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย

“เรารู้สึกเหมือนว่าหลังชนฝา เพราะการพูดคุยระหว่างคนนอกวงการฟุตบอลที่แสดงออกมาทำให้เรารู้สึกแบบนั้น มันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลยถ้าคนนอกวงการฟุตบอลมาบอกนักฟุตบอลว่าควรทำอะไรกับเงินของพวกเขา ผมว่ามันพิลึกมากทีเดียว”

ก่อนหน้านี้ แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ออกมากล่าวว่านักฟุตบอลควรหักเงินเดือนของพวกเขาเพื่อช่วยเหลือทีมงานที่ไม่ได้รับค่าแจ้งมากกว่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะที่ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ ได้ออกมาเตือนสมาชิกว่าอย่าพึ่งทำข้อตกลงในการลดค่าเหนื่อยใด ๆ กับสโมสรจนกว่าพวกเขาจะได้คุยกับสหภาพ

อย่างไรก็ตาม คอดี คัวดี กัปตันทีมของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดเผยว่า นักเตะกำลังมองหาอะไรสักอย่างที่พวกเขาทำเพื่อช่วยเหลือสังคมในขณะนี้ได้

“มันวิเศษมากที่ได้เห็นผู้คนพยายามใช้ความพยายามในการทำสิ่งที่พวกเขาต้องการจะช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้ ในฐานะนักฟุตบอลมันเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” กัปตันทีม “หมาป่า” กล่าว

“สิ่งที่ออกมาตอนนี้คือการตัด 30% (ของเงินเดือน) เราถูกตัดสินในทุกของวันชีวิต แต่เวลานี้คือการก้าวไปข้างหน้าและบริจาคเงินของเราออกไป”

ที่น่าสนใจคือความเห็นของ เจอร์เมน จีนาส อดีตนักเตะของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ที่บอกว่าเขามองการวิพากษ์วิจารณ์นักเตะในระดับพรีเมียร์ลีก “เป็นแค่เรื่องตลก”

“พวกเขาต้องเอาใจไปไว้ในที่ที่เหมาะสม – พวกเขาแค่ต้องการควบคุมว่าเงินจะไปอยู่ที่ไหน” เขากล่าว

“โดยพื้นฐานแล้วหากผู้เล่นยอมลดค่าจ้าง ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์คือสโมสร นั่นคือความกังวลหลักของพวกเขา เพราะพวกเขายินดีให้มีการตัดเงินเกิดขึ้นเพื่อที่จะนำเงินเข้าสู่กองทุนอะไรก็ตาม แทนที่จะเป็นเพียงแค่ให้เงินหายไปเฉย ๆ

“พวกเขาต้องการที่จะมีอิทธิพลในเงินจำนวนนี้ว่ามันจะไปที่ไหน มันจะไปถึงหน่วยบริการสาธารณสุขแห่งชาติรึเปล่า หรือจะเป็นอาหารในโรงเรียนไหม? พวกเขาแค่ต้องการควบคุมสิ่งนั้น พวกเขาไม่ต้องการให้เงินถูกควบคุมโดยพรีเมียร์ลีก พวกเขาไม่ต้องการให้เงินหายไปโดยไม่รู้ว่ามันไปไหนต่างหาก”

จากท่าทีของนักเตะที่ผ่านมา อาจจะเหมือนอย่างที่ จีนาส บอก พวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะได้เงินมากมายมหาศาล และในสถานการณ์เช่นนี้ เราเห็นนักเตะหลาย ๆ คน ออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อสังคมกันไปบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือความชัดเจนมากกว่าที่พวกเขาต้องการ

ซึ่งการประชุมในคืนนี้ระหว่างพรีเมียร์ลีก กับ พีเอฟเอ อาจจะตอบโจทย์พวกเขาเรื่องนี้ได้