อีกครั้งที่ มูรินโญ มีปัญหากับสตาร์ในทีมตัวเอง | by SPORTDesk. Team

25 June 2020
865 VIEWS

ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเอกลักษณ์ส่วนตัวได้หรือไม่ สำหรับการมีปัญหากับสตาร์ดังในทีมของ โชเซ มูรินโญ ที่มันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่เขามีปัญหากับ เซร์คิโอ รามอส ตอนที่คุมเรอัล มาดริด ถัดมาเมื่อย้ายมาคุมทัพ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นประเด็นกับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของทีมอย่าง ปอล ป็อกบา และเมื่อมาคุม ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เขาก็ตกเป็นข่าวว่าทะเลากับ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล นักเตะค่าตัวสถิติของสโมสร ซึ่งรุนแรงถึงขั้นนักเตะเอ่ยปากว่าจะไม่เล่นให้เขาอีกต่อไป!

ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส และ กองกลางชาวฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวคราวการเกาเหลากันมาสักระยะแล้ว โดยทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะเยือกเย็นต่อกัน หลังจากที่ มูรินโญ ชอบวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของนักเตะค่าตัวสถิติสโมสรรายนี้ออกสื่อบ่อยครั้ง และยังชอบพูดถึงเรื่องของความฟิต กระทั่งวินัยเป็นระยะด้วย ซึ่งผลที่ตามมามันทำให้ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส เลือกจะดร็อปนักเตะเป็นสำรองในหลาย ๆ เกมอีกต่างหาก

เจ้าของค่าตัว 55.45 ล้านปอนด์ หรือราว 2,135 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมโบนัสอีก 9 ล้านปอนด์ ที่ ท็อตแนม ต้องจ่ายให้ โอลิมปิก ลียง เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว กลายมาเป็นตัวสำรองที่ไม่ถูกใช้งานเลยบนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีก กลับมาลงสนามกันอีกครั้งหลังวิกฤติโควิด-19 ผ่านพ้นไปตั้งแต่กลางเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้พวกเขาก็แข่งขันกันไปแล้ว 19 นัดด้วยกัน

รายการเพิ่มเติมเกี่ยวกับความขัดแย้งในครั้งนี้ ถูกระบุว่าเกิดขึ้นในการซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทั้งคู่เริ่มเถียงกันก่อนในยกแรกที่สนาม และยาวนานไปถึงการเรียกคุยเป็นการส่วนตัวในออฟฟิศของผู้จัดการทีมที่สำนักงานใหญ่ของสโมสรที่ เอ็นฟิลด์ โดยรายงานระบุว่า นักเตะวัย 23 ปี ได้ยินสิ่งที่มูรินโญ พูดถึงทั้งในการสัมภาษณ์สาธารณะและคุยกันในทีมเป็นการภายใน

โดยทาง เอ็นดอมเบเล มองว่าเขาพยายามอย่างหนักในการทำน้ำหนักและฝึกซ้อมอย่างยากลำบากที่บ้านของตัวเองในช่วงโควิด-19 ระบาด รวมไปถึงการยอมฝ่าฝืนกฎการรักษาระยะห่างทางสังคมออกมาซ้อมกับ มูรินโญ ในสวนสาธารณะที่นอร์ธ ลอนดอน กับมูรินโญ แต่นายใหญ่ชาวโปรตุกีส กลับไม่ให้ดาวเตะฝรั่งเศสลงสนามเลยโดยให้เหตุผลว่าเขายังฟิตไม่พอ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่นักเตะมองว่าบอสของเขามีคติ และเขาได้รับการปฏิบัติที่อยุติธรรม ซึ่งนำมาสู่การมีปากเสียใหญ่โตในครั้งนี้

รายงานยังระบุอีกว่า เอ็นดอมเบเล ผิดหวังอย่างมากที่เขาทำได้แค่นั่งอยุ่บนม้านั่งสำรอง ทั้งในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และ เกมที่เอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันอังคาร โดยหลังจบเกม มีความพยายามจาก โรแม็ง เฟอร์นานเดซ และ มูนีร์ ซิดฮูม สองเอเยนต์ของนักเตะ ที่จะเสนอข้อเสนอบางอย่างเพื่อประนีประณอมความขัดแย่งในครั้งนี้ แต่ มูรินโญ เลือกจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวหลังจากมีการพูดคุยกันช่วงสั้น ๆ หลังเกมที่เอาชนะ “ขุนค้อน” จบลง

รายงานยังระบุว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้ว่าเอเยนต์ทั้ง 2 คนจะช่วยพูดคุยอย่างเต็มที่ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งคือ มูรินโญ และ เอ็นดอมเบเล ต่างดื้อรั้นเกินไป ทำให้ในที่สุดนักเตะก็ออกปากว่าเขาจะไม่เล่นให้กับนายใหญ่ชาวโปรตุเกสอีก ซึ่งนั่นทำให้มีโอกาสเป็นไปได้สูงทีเดียวที่ เอ็นดอมเบเล อาจจะต้องลาทีม ‘ไก่เดือยทอง’ เมื่อตลาดนักเตะในซัมเมอร์เปิดทำการ ในกรณีที่ ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ ยังอยู่ในตำแหน่ง

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโชเซ มูรินโญ เพราะตลอดอาชีพเขามีเหตุการณ์เกาเหลากับนักเตะมาเกือบทุกสโมสรที่เขาได้ทำงาน ไล่มาตั้งแต่ ความขัดแย้งกับ โจ โคล กองกลางของทีม “สิงห์บลูส์” ในปี 2004 ที่เขาเริ่มเข้ามารับงานใหม่กับ เชลซี โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่โคล ไม่พอใจมูรินโญ เพราะถูกนายใหญ่ชาวโปรตุกีส โจมตีว่าเล่นเพื่อตัวเองออกสื่ออยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่บางครั้งเขาเป็นคนทำประตูพาทีมสู่ชัยชนะก็ไม่เว้น

ถัดมาที่อินเตอร์ มิลาน เขาก็มีปัญหากับ ริคาร์โอ กวาเรสมา นักเตะผู้ซึ่งโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังกับทีมงูใหญ่ แต่กับ มูรินโญ่ เขาเลือกจะส่งเพลเมกเกอร์รายนี้ไปให้ เชลซี ด้วยสัญญายืมตัวให้พ้นหูพ้นตา โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ อา โบลา สื่อในบ้านเกิดว่า นักเตะมีปัญหาด้านทัศนคติ และเขาจะไม่มีพื้นที่ในอินเตอร์ ถ้าเขายังไม่ปรับปรุงเรื่องวิธีคิดและสภาพจิตใจเสียก่อน

ที่ เรอัล มาดริด โจทย์ของ “เฮียมู” เยอะเป็นพิเศษ แต่ทั้งหมดล้วนแต่เกิดขึ้นในปีสุดท้ายของการทำงานที่สเปน ในฤดูกาล 2012/13 โดยเขาไม่กินเส้นกับขาใหญ่ของทีมทั้ง เซร์คิโอ รามอส, อิเก กาซิญาส และแม้แต่กองหลังเพื่อร่วมชาติของเขาอย่าง เปเป้ ก็ด้วย นั่นทำให้เกิดวลีเด็ดที่ถูกรายงานโดน มาร์กา สื่อชื่อดังในสเปนว่า “ในเดือน มิถุนายน ถ้าไม่มูรินโญออกไป ก็เรานี่แหละที่จะไป” สุดท้ายก็เป็นทางฝั่งนายใหญ่ของทีมที่ต้องระเห็จหางานใหม่อีกครั้ง

การกลับมาคุมเชลซีคำรบที่ 2 ของมูรินโญ ไม่ได้สวยงามเหมือนในครั้งแรก เพราะครั้งนี้เขามีปัญหากับนักเตะในทีมมากมายจนว่ากันว่าในวาระสุดท้ายที่เขาโดนปลดออกจากตำแหน่ง เพราะนักเตะนั่นแหละที่เล่น ‘ไล่โค้ช’ และหนึ่งในความศูนย์เสียครั้งใหญ่คราวนั้นคือการที่ทำให้ ‘สิงห์บลูส์’ ต้องเสีย เควิน เดอ บรอยน์ หนึ่งในเพลย์เมกเกอร์ที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ไปจากทีมหลังจากที่เขากลับมารับงานที่เขลซีได้เพียงปีเดียว ซึ่ง ‘เคดีบี’ เคยออกมาแฉว่า มูรินโญ ให้ความหวังเขาเสมอในตอนที่ประชุมทีม แต่ไม่เคยให้เขาได้ลงสนาม โดยเขาได้บลงเล่นในยุคมูรินโญ ในฐานะตัวจริงแค่ 3 นัดเท่านั้น

ส่วนแผลสด ๆ ร้อน ๆ ก่อนหน้ามารับงานกับสเปอร์ส ก็เกิดขึ้นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งหลายคนน่าจะยังจำได้ดีกับกรณีเกาเหลากับ ปอล ป็อกบา รวมไปถึงการไม่ลงรอยกับ ลุค ชอว์ และ อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งทั้ง 3 คนไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร แต่ในกรณีของ 2 คนหลัง ไม่มีการอธิบายเหตุผลที่ฟังขึ้นจากมูรินโญเลยจนกระทั้งเขาถูกปลดจากการคุมทีม “ปีศาจแดง” ในท้ายที่สุด

การมีปัญหากับ เอ็นดอมเบเล ในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนที่ตามดูฟุตบอลมาตลอด และ โดยเฉพาะที่เป็นแฟนของ มูรินโญ แต่ที่น่าห่วงคือ การมีปัญหากับกองกลางฝรั่งเศสคราวนี้จะต้องทำให้ ‘ไก่เดือยทอง’ เสียเพชรน้ำงามออกจากทีมเหมือนที่ เชลซี เคยเสีย เดอ บรอยน์ หรือเปล่า อันนี้น่าคิดและติดตามจริง ๆ …