ความโกรธเป็นเรื่องของปีศาจ

21 October 2018
391 VIEWS

จะรักหรือชัง โจเซ่ มูรินโญ่ คือหนึ่งในคนที่ช่างไฟในสตูดิโอแห่งเกมลูกหนังพร้อมจะฉายสปอตไลท์ลงมาเสมอ

ครั้งนี้ก็เช่นกันครับกับอารมณ์ที่ระเบิดออกมาหลังถูก “เย้ย” ต่อหน้าจากสตาฟฟ์โค้ชของเชลซีที่ตัวเขาเองไม่รู้จักและไม่คิดว่าจะรู้จักด้วย

อย่างไรก็ดีก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายและกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้นักข่าวเอาไปจับต้มยำทำแกงต่อได้อีกหลายวันเรื่องได้จบลงอย่างรวดเร็วด้วยคำว่า “ขอโทษ” จากเมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่มีต่อ มูรินโญ่, สตาฟฟ์ตัวปัญหาและตัวของมูรินโญ่เองที่ขอโทษในเส้นอารมณ์ที่ขาดผึงเหมือนฟิวส์ที่ขาดเพราะระบบวงจรไฟฟ้ามีปัญหา

มันทำให้เรากลับมาโฟกัสในเกมได้อีกครั้งถึงจะไม่เต็มร้อยนักก็ตาม

ความผิดหวังของมูรินโญ่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับในฐานะของคนที่เคยเป็นที่รักมาก่อนในทีมเชลซีในสนามเดอะบริดจ์แห่งนี้และเชื่อว่ายังคงมีแฟนฟุตบอล “เดอะบลูส์” ที่ยังรักเขาอยู่ – การกลับมาที่นี่สำหรับเขาคือบทพิสูจน์ทุกครั้ง

สำหรับคนอย่าง The Special One ไม่น่าจะมีเกมไหนที่มีความหมายกับเขามากเท่านี้

และในสถานการณ์ที่ทีมย่ำแย่แม้จะเริ่มฟื้นตัวจากชัยชนะ (ซึ่งก็ได้มาอย่างยากลำบากเหลือเกินเหนือนิวคาสเซิลทีมบ๊วยของตาราง) แต่พวกเขาต้องการเวลาและพลังบวกอย่างต่อเนื่อง 

ยูไนเต็ดไม่ได้สู้แค่กับคู่ต่อสู้พวกเขายังต้องสู้กับกำลังใจของตัวเองด้วยซึ่งการพลาดเสียประตูตีเสมอในช่วงนาทีที่ 6 ของการทดเวลาบาดเจ็บไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้ทีมพลาดการเก็บ 3 คะแนนและจมอยู่อันดับที่ 9 ของตารางตามหลังสองทีมนำ (ซึ่งพวกเขาเกลียดทั้งคู่) ถึง 9 คะแนน

มันหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการเรียกขวัญและกำลังใจกลับมา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่าแ มนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสามารถมีศักยภาพและเหนืออื่นใดพวกเขาก็เล่นแบบ “มีใจ” จนสามารถบดทีมที่ครบเครื่องอย่างเชลซีภายใต้การนำของซาร์รี่และทำ 2 ประตูแซงนำได้

การพลาดโดนตีเสมอจึงเป็นเรื่องเจ็บปวดโดยที่คุณค่าตรงนี้ไม่สามารถประเมินได้

เมื่อรวมกับการลืมตัวแบบไร้มารยาทของสตาฟฟ์ทำให้มูรินโญ่ทนไม่ไหว

อย่างไรก็ตามหากจะมองหาสิ่งดี ๆ ในเกมนี้เขาน่าจะได้เห็นว่าอองโตนี มาร์กซิยาล นั้นยังไม่ใช่ของชำรุดอัญมณีแห่งโมนาโกที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเงินมากถึง 53 ล้านปอนด์ยังเปล่งประกายเสมอโดยเฉพาะในการเจอกับทีมใหญ่ด้วยกัน

ความเร็วทักษะและการจบสกอร์หากเป็นวันของเขามาร์กซิยาลไม่ได้เป็นรองใคร

อย่างที่สอง มูรินโญ่จะหาทางทำอย่างไรเพื่อให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ในแบบช่วงครึ่งหลัง

เล่นแบบเกรี้ยวกราดดุดันเล่นด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะแพ้อยากจะชนะ 

เล่นในแบบที่ ฮวน มาตา วิ่งบ้าเลือดและมีส่วนในการช่วยปลุกจิตวิญญาณของทีมกลับมา

วิธีการเล่นแบบนั้นมันอาจจะไม่ใช่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในแบบที่พวกเขาเคยเป็นเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนในวันที่เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันยังอยู่เพราะในวันเวลานั้นพวกเขาดีกว่านี้แข็งแกร่งกว่านี้และสง่างามกว่านี้

แต่อย่างน้อยมันก็เป็นวิธีการเล่นที่ดีในสถานการณ์แบบนี้

ดีกว่าการเล่นแบบซอมบี้เป็นผีซังกะตายไม่มีหัวจิตหัวใจเหมือนในช่วงที่ผ่านมาแน่นอน (รวมถึงครึ่งแรกของเกมนี้)

ถึงผลงานในฤดูกาลนี้จะแย่เกินคาดแต่สำหรับผมแล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมที่มีขุมกำลังที่ดีเป็นทีมที่มีคุณภาพและรอเพียงเวลาที่จะได้รับการปลดปล่อยตัวตนออกมา

บางทีสิ่งที่มูรินโญ่ต้องทำมีแค่อย่างเดียว

และไม่ใช่การสั่งให้มาร์กซิยาลและแรชฟอร์ดเล่นประหนึ่งวิงแบ็กจับ ปอล ป็อกบาให้อยู่ในพื้นที่วงกลมตรงกลางสนามและให้มาตาพยายามไล่จอร์จินโญ่ในแบบ แมน ทู แมน ซึ่งมันขัดต่อสิ่งที่ควรจะเป็นทั้งหมด

แค่ปล่อยให้อะไรเป็นไปในอย่างที่ควรจะเป็น

เหมือนที่เขาโมโหเพราะถูกยั่วยุจากคนอื่นมันก็แบบเดียวกัน ชีวิตก็เป็นแบบนี้