แรงบันดาลใจสีดำของกุนซือหงส์แดง | by SPORTDesk. Team

2 July 2020
957 VIEWS

กว่าจะเป็นกุนซือที่ยอดเยียมจนได้รับการยอมรับแบบทุกวันนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่แห่ง ลิเวอร์พูล ต้องผ่านความล้มเหลว ผิดพลาด และการเรียนรู้มากมาย และด้วยความใฝ่รู้ของเขานี่เองที่ทำให้หลายครั้งเขามักไปได้พลัง และ แรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมมาจากกีฬาชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากแค่ในวงการฟุตบอล และนั่นก็เปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้ทั้งกับเขาและนักฟุตบอลในทีมได้มองเห็นถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ

เมื่อราวสัปดาห์ก่อน ‘ลูกแม่กิ่ง’ เคยเล่าผ่าน “INSIDE STORY: สิ่งเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีของลิเวอร์พูล” ไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องราวที่คล็อปป์ ได้เชิญ เซบาสเตียน สตอยดต์เนอร์ นักโต้คลื่นระดับโลกมาพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นในการทำงานใหญ่เพื่อรับมือกับความเครียด และ สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาสามารถเอาชนะต่อไปได้เรื่อย ๆ เหมือนที่ สตอยดต์เนอร์ เอาชนะคลื่นลูกใหญ่ ๆ มานับไม่ถ้วนได้มาเสมอ

คล็อปป์ เป็นนักมองหาแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยม เขาเจอมันจากสิ่งละอันพันละน้อยต่าง ๆ รอบตัว และหนึ่งในเรื่องราวที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยจากปากของเขา คือแรงบันดาลใจสีดำสนิท อย่าง ‘ออลแบล็กส์’ ทีมรักบี้ทีมชาติ นิวซีแลนด์ ที่เขายืนยันว่า นี่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจและต้นแบบสำคัญในการช่วยให้ลเวอร์พูล สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรก และแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี ได้สำเร็จด้วย

คล็อปป์ เคารพในวิถีทางการเอาชนะของเหล่านักรบชุดดำมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อเขาเริ่มก้าวมาคุม ไมนซ์ 05 ในศึก บุนเดสลีกา ในปี 2001 เขาได้รับชมสารคดีเกี่ยวกับทีมรักบีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลทีมนี้ และ ประทับใจกับสิ่งที่เขาได้เห็น แม้ว่าเขาจะไม่ได้สั่งให้ลูกทีมออกไปทำ ‘ฮากา’ แบบที่ออลแบล็กส์ทำ แต่วิธีการพูด วิธีการคิด วิธีกาลปลุกใจลูกทีม และให้ลูกทีมรวมพลังกัน ล้วนมาจากพื้นฐานการคิดแบบรักบีของทีมชาตินิวซีแลนด์ทั้งสิ้น

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่า คล็อปป์ ยึดถือและปฏิบัติตามแบบของทีมรักบีนิวซีแลนด์ คือ หลักการที่พวกเขาจะไม่พูดถึงความสำเร็จเก่าก่อน และท้าทายตัวเองให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จครั้งใหม่ที่รออยู่ข้างหน้าเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทัพ ออลแบล็กส์ ส่งต่อวิธีคิดแบบนี้ต่อกันมา นั่นไม่ต่างจากสิ่งที่คล็อปป์ พยายามสร้างให้ปรากฎกับทุกทีมของเขาที่เข้าไปรับงานทั้งโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และแม้แต่กับที่มันเกิดขึ้นในถิ่นแอนฟิลด์ ตอนนี้ด้วย

ในเกมคืนวันพฤหัสบดี ต่อเช้าวันศุกร์นี้ ‘หงส์แดง’ จะต้องไปเยือน เอติฮัด สเตเดียม เพื่อรับการตั้งแถวเกียรติยศก่อนเกมในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกของพวกเขาจากทีมแชมป์เก่า แต่นายใหญ่ชาวเยอรมนี ก็ต้องการให้ลูกทีมลืมไปก่อนว่าพวกเขาได้แชมป์แล้ว และทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเอาชนะคู่แข่งซึ่งเปรียบเสมือนคู่ปรับคนสำคัญของพวกเขามาตลอดนับตั้งแต่ คล็อปป์ มารับงานยังพรีเมียร์ลีกให้จงได้

“เรารู้สึกว่า เราอยู่ตรงกึ่งกลางของอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ตอนจบ ผมพูดเรื่องนี้มาตลอด 2 ปีหลัง และมันเป็นความจริง ตอนจบของอะไรสักอย่างนั้น จะมาถึงเมื่อเราจบอาชีพของพวกเรา นั่นคือจุดจบที่แท้จริงของช่วงชีวิตนี้ของพวกเรา และจนกว่าจะถึงตอนที่เราจบอาชีพนั้น เราต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีไปในตอนนี่ก่อน” คล็อปป์ กล่าวก่อนเกมที่จะไปเจอกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา อีกครั้ง

“นานตราบเท่าที่คุฯใส่เสื้อตัวนี้ มันไม่อนุญาตให้คุณไม่ทุ่มเท 100% นั่นไม่ใช่คำพูดของผม มันมาจากทีม ออลแบล็กส์ ผมเห็นเรื่องนี้จากสารคดีที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับทีม ออลแบล็กส์ และ ผมก็เก็บความคิดนี้ไว้กับตัวผมเองเสมอ ผมประทับใจอย่างมากถึงวิธีการทำงานของหนุ่ม ๆ ตัวใหญ่เหล่านั้น และ วิธีที่พวกเขาพูดมันออกมา

“พวกเขาอาจจะเป็นมือใหม่ บางทีอาจจะได้เงินน้อยอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจ พวกเขาทำงานเหมือนกับงานแบบการฆ่าสัตว์ หรือ ก่อสร้าง แต่คนเหล่านั้นเป็นคนที่น่าประทับใจอย่างมาก แค่พูดถึงเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา มันเป็นสิ่งที่มีความหมายกับพวกเขาอย่างมากมายในการได้ลงเล่นให้ทีมทีมนี้

“นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ต่างกันเลยสำหรับผู้เล่นแต่ละคนในสโมสรลิเวอร์พูล และรวมถึงตัวผมด้วย นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะทำเสมอในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน”

คล็อปป์ ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษในการฝึกซ้อมทีมของเขาในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อันที่จริงเขาก็ยังทำแบบเดิม ๆ และอาจจะทำอะไรให้มันง่ายขึ้นด้วยซ้พ เขายังคงให้ทีมฝึกซ้อมอย่างเฉียบคม และในสายตาของกุนซือชาวเยอรมนี เขาก็ยอมรับความจริงว่า การเจอกับ ซิตี น่าจะเป็นเกมที่ยากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอล

หลายคนอาจจะมองไปยังตารางการแข่งขัน มองไปถึงคะแนนที่ขาดลอย และนักวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในฤดูกาลหน้าว่า ซิตี จะกลับมาได้หรือไม่ หรือ ลิเวอร์พูลจะรักษาระยะห่างของพวกเขาจากทีมของ กวาร์ดิโอลา ไว้ได้เหมือนเดิม แต่สำหรับคล็อปป์แล้ว คำว่า ‘ระยะยาว’ แทบไม่มีความหมายกับเขาในตอนนี้เลย

“ผมไม่คิดว่าเราต้องแถลงอะไรเป็นพิเศษ” คล็อปป์ กล่าว “มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมายในปีหน้าถ้าเราชนะ ซิตี้ หรือ ถ้าพวกเขาชนะเรา? ถ้าเราชนะ คนก็จะบอกว่า เรายังเป็นทีมที่ดีที่สุดในลีก และถ้าพวกเขาชนะเราคนก็จะพูดกันว่า ซิดีกว่า แต่เราคว้าแชมป์ลีกได้

“นั่นไม่มีอะไรสำคัญเลยจริง ๆ ไม่ใช่หรือ? เราต่างต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า ถ้าไม่เช่นนั้นผมคงจะต้องกังวลอย่างมากในการเจอซิตี แต่ นั่นจะยิ่งทำให้เราพร้อมสำหรับการเจอซิตี นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องทำ มันอาจจะยาก แต่มันก็ชัดเจนมาก ๆ ว่ามันจะไม่มีอะไรง่ายอีกต่อไป”

ไม่แน่ว่า ปีหน้า เราอาจจะได้ยินคล็อปป์พูดถึงแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่เขาค้นพบระหว่างเวลาสั้น ๆ  ในช่วงปิดฤดูกาลนี้ และนั่นอาจจะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลิเวอร์พูล ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าต่อไปก็ได้

ก็เพราะแรงบัลดาลใจมันมีได้จากทุกที่ ใครจะไปรู้ว่าคล็อปป์จะไปหาเจอจากที่ไหนเพิ่มมาอีกล่ะ?