อาฟเตอร์ช็อค ระงับพรีเมียร์ลีก – ความปั่นป่วนที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้น

พรีเมียร์ลีก
14 March 2020
256 VIEWS

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “อาฟเตอร์ช็อค” หรือถ้าแปลตรงตัวตามพจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เรียกว่า “แผ่นดินไหวตาม” ซึ่งเหตุการณ์ “อาฟเตอร์ช็อค” ที่ว่านี้ มักจะเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แม้ไม่รุนแรงเท่า แต่มักจะเกิดขึ้นหลายครั้ง และอาจจะทิ้งช่วงระยะเวลาไม่เท่า บางครั้งอาจจะนานเป็นวัน หรือ เป็นเดือนเลยก็ได้ ซึ่งมันจะสร้างความหวาดผวาให้ผู้ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวได้มากกว่าแผนดินไหวครั้งใหญ่เสียอีก แม้จะสร้างความเสียหายที่น้อยกว่าก็ตาม

ถ้าเปรียบกับการระงับพรีเมียร์ลีกที่ถูกประกาศออกมาเมื่อวานนี้ในช่วงค่ำ นั่นอาจจะเปรียบเทียบได้กับแผ่นดินไหวครั้งหลัก แต่ที่จะตามมาหลังจากนั้น คือ อาฟเตอร์ช็อค ที่อาจจะสร้างความปั่นป่วนให้กับพรีเมียร์ลีก และ ลีกฟุตบอลของอังกฤษ ได้มากมายจนเหลือเชื่อเลยทีเดียว เพราะลำพังแค่ถึงตอนนี้ คำถามมากมายจากแฟนบอลถูกโยนไปยังสโมสร และ ทางลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้าพวกเขาตอบไม่ได้ (หรือตอบได้แต่ไม่ถูกใจ) งานนี้อาจจะวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

และนี่คือตัวอย่าง อาฟเตอร์ช็อค ที่น่าจะตามมาไม่ช้าก็เร็ว และคำถามเหล่านี้ น่าจะเป็นปัญหา มากกว่าประโยชน์อย่างปฏิเสธไม่ได้ด้วย

อาฟเตอร์ช็อค 1 – พรีเมียร์ลีก จะเป็นอย่างไรต่อไป?

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ “ไร้คำตอบ” แต่มีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเบื้องต้น คำสั่งเลื่อนการแข่งขัน มีถึงแค่วันที่ 3 เมษายนนี้ เท่านั้น และพวกเขาหวังจะกลับมาเตะกันอีกครั้งกันในช่วงหลังจากนั้น แต่ในความเป็นจริง จากการวิเคราะห์สถานการณ์พบว่า ไวรัสโควิด-19 ที่กำลังจะแพร่ระบาดอย่างหนักหลังจากนี้โดยมียุโรปเป็นศูนย์กลาง และสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย “อย่างเร็ว” คือเดือนมิถุนายน

นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นไปตามนี้จริงการเจรจาพูดคุยระหว่างองค์กรใหญ่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศต้องปวดหัวอย่างแน่นอน เพราะมันกินเวลาของฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป หรือ ยูโร 2020 ไปเต็ม ๆ ซึ่งตอนนี้ เราตอบได้แค่ว่า พวกเขาต้องไปพูดคุยกันอีกทีให้รู้เรื่อง เพราะอย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาไวรัส โควิด-19 และ ความปลอดภัยในสุขภาพรวมไปถึง สุขอนามัย ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

อาฟเตอร์ช็อค 2 – แล้วถ้าแข่งไม่จบจริง ๆ ล่ะ?

ในทางทฤษฎี มีความเป็นไปได้อยู่ที่จะมีการโหวตให้ลีกเป็นโมฆะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกมากมาย และดูเหมือนพรีเมียร์ลีก ไม่ค่อยจะอยากให้ลีกของพวกเขาเป็นแบบนั้น เพราะมันส่งผลเสียใหญ่หลวงมาก ไม่ใช่แค่ต่อการแข่งขัน มันยังรวมถึงรายได้ของลีก โดยเฉพาะการต้องไปเจรจากับผู้ถือสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด ซึ่งพรีเมียร์ลีก อาจจะต้องชดเชยพวกเขาเป็นเงินมูลค่ามหาศาลก็ได้

อย่างไรก็ตามถ้าสถานการณ์วิกฤติจริง ๆ และไม่ทางเลือกอื่นใด ตัวเลือกนี้ อาจจะถูกนำมาพิจารณาก็ได้ แต่มันก็จะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นเช่นกัน

อาฟเตอร์ช็อค 3 – แบบนี้ ลิเวอร์พูล ก็อดแชมป์สิ?

ในตอนนี้รายละเอียดต่าง ๆ อาจจะยังไม่ชัดเจน จนกว่า ตัวแทนจากอังกฤษ และชาติอื่น ๆ อีก 54 ชาติจะเข้าพบและพูดคุยกับ ยูฟ่า ในวันอังคารนี้ เพื่อคุยเรื่องของกรอบเวลา และความเป็นไปได้เกี่ยวกับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามตัวเลือกที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดแชมป์ในปีนี้คือการให้ฤดูกาลเป็นโมฆะก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะพวกเขาต้องเอาข้อเสนอให้ลีกเป็นโมฆะเข้าที่ประชุมของพรีเมียร์ลีก โดยมีตัวแทนจาก 20 ทีมในลีกเข้าร่วมประชุม และต้องได้รับมติเกิน 2 ใน 3 หรือ ต้องได้ 14 เสียงโหวตขึ้นไป ฤดูกาลนี้จึงจะเป็นโมฆะได้ และดูเหมือนในตอนนี้ ทีมที่เห็นด้วยจะให้ฤดูกาลเป็นโมฆะมีน้อยเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ๆ กับการให้ฤดูกาลเป็นโมฆะ หรือ ดีไม่ดีจะยากกว่าด้วย คือการโหวตให้ ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ด้วยการ “ตัดจบ” ฤดูกาลโดยยึดเอาคะแนนในปัจจุบันเป็นที่ตั้ง เพราะนั่นหมายถึงทุกทีมต้องถูกตัดจบฤดูกาลไปพร้อม ๆ กัน นั่นจะทำให้ บรรดาทีมที่ตกชั้นไม่มีทางยอม และ เหล่าทีมที่ได้ลุ้นพื้นที่ยุโรปก็ไม่น่าจะเห็นด้วยเช่นกัน

อาฟเตอร์ช็อค 4 – ถ้าลีกแข่งไม่จบก่อน 30 มิถุนายน แล้วนักเตะที่หมดสัญญาล่ะ?

นี่แหละเรื่องใหญ่ที่แท้จริง และน่าจะเป็นมุมที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าจะมีการตัดจบลีกหรือไม่เลยด้วย 

การเจรจาสัญญาระยะสั้นเพื่อให้นักเตะสามารถอยู่กับทีมได้จนจบฤดูกาล ถือเป็นทางออกของปัญหาก็จริง แต่มันก็อาจจะมีนักเตะบางรายที่ “หาแคร์ไม่” และเลือกจะย้ายออกจากทีมไปหลังจากหมดสัญญาทันทีก็ได้เช่นกัน เพราะอย่าลืมว่า ไม่ได้มีข้อกำหนดใด ๆ หรือ หน้าที่ใด ๆ บังคับว่าพวกเขาต้องเล่นหลังจากหมดสัญญา ซึ่งทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของความ “ใจ” ล้วน ๆ

นักเตะที่เข้าข่ายนี้ที่เป็นตัวดัง ๆ ไล่ตั้งแต่ วิลเลียน, แยน แฟร์ตองเกน, เนมันยา มาติช, ดาบิด ซิลบา, เปโดร โรดริเกวซ, อดัม ลัลลานา, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นต้น

โดยตอนนี้ ยังไม่มีคำตอบว่าสโมสรจะต้องทำอย่างไร ถ้าต้องเผชิญหน้ากับนักเตะที่ “หาแคร์ไม่” แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ดูเหมือน สหภาพผู้เล่นพรีเมียร์ลีก หรือ พีเอฟเอ จะติดต่อและแจ้งข้อกังวัลนี้กับพรีเมียร์ลีกให้ทราบแล้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้ารายงานออกมาแต่อย่างใด

และนี่เป็น อาฟเตอร์ช็อค ที่จะป่วน พรีเมียร์ลีก หลังจากนี้ ไม่ว่าลีกจะกลับมาเตะกันอีกได้หรือไม่ พวกเขาก็ต้องรับมือกับเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ก่อนจะถึงหน้านั้น…

พวกเราเตรียมรับมือกับสุดสัปดาห์ที่ไม่มีฟุตบอลกันหรือยังครับ?