10 เดือนที่ยาวนานของ รูเบน ลอฟตัส ชีค

รูเบน ลอฟตัส ชีค
4 March 2020
18 VIEWS

ย้อนอดีตไปกลางเดือน พฤษภาคม เชลซีได้รับข่าวร้ายครั้งใหญ่ และเป็นข่าวที่อาจจะมีผลกับทั้งฤดูกาลที่เหลือของพวกเขา เมื่อ รูเบน ลอฟตัส ชีค ผู้เล่นที่เป็นอะไหล่ชิ้นงามของทีมในตอนนั้น ได้รับบาดเจ็บหนักจากอาการ เอ็นร้อยหวายฉีก และทำให้เขาต้องพักยาว โดยเบื้องต้นเขาถูกประเมินว่าจะต้องพักยาวถึง 12 เดือน และผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันที คือการที่ทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี ในตอนนั้น จะไม่มีดาวโรจน์คนนี้ ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ

ถึงแม้ท้ายที่สุด เชลซี สามารถรักษาตัวรอดในการกลับมาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยชัยชนะถล่มทลายเหนือ อาร์เซนอล 4-1 แต่ทีมชาติอังกฤษ ต้องขาดบุคลากรสำคัญในฟุตบอล ยูฟา เนชันส์ ลีก และ ฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือก หลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงปลายปี 2019 ลอฟตัส ชีค เหมือนจะได้รับข่าวดี เมื่ออาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด เขากลับมาซ้อมได้ และพยายามเรียกความฟิตเพื่อกลับมาลงสนามให้เร็วที่สุด แต่ไม่รู้ว่าด้วยความพยายามมากเกินไปจนกลายเป็นหักโหมหรือเปล่า ที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บซ้ำอีกครั้ง จนต้องรับการประเมินใหม่จากแพทย์ เคราะห์ยังดี ที่การบาดเจ็บครั้งใหม่นี้ไม่ได้มีผลกระทบซ้ำจุดเดิม

ล่าสุด แฟรงก์ แลมพาร์ด กำลังจะได้รับข่าวดี เมื่อดาวโรจน์คนนี้กำลังกลับมาสู่ทีม “สิงห์บลูส์” ชุดใหญ่อีกครั้ง หลังล่าสุด เขามีส่วนช่วยทีมในเกมระดับ ยู-23 ในเกมที่ เชลซี เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ชุดเดียวกันไปด้วยสกอร์ 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งนี่ถือเป็นการลงเล่นครั้งแรกในรอบกว่า 10 เดือนของเขาด้วย

ถึงแม้จะทำประตูไม่ได้ แต่กองกลางวัย 24 ลงเล่นในสนามครบ 90 นาทีตลอดเกม นั่นหมายความว่าเขานอกจากหายดีแล้ว ยังมีความฟิตเพียงพอที่จะลงเล่นครบทั้งเกมด้วย ซึ่งอันที่จริง ก่อนลงเล่นในทีมชุด ยู-23 ในนัดนี้ ลอฟตัส ชีค เคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมเชลซี ชุดสำรอง ในเกมพบกับ เบรนท์ฟอร์ด ทีมบี เมื่อเดือนก่อนแล้วด้วย และเขามีแนวโนวมจะถูก แลมพาร์ด เลือกใช้งานในเร็ววันนี้

โดยฟอร์มการเล่นของเขากับ เอฟเวอร์ตัน มันแสดงให้เห็นว่าเขามีอิทธิพลกับเกมทั้งเกมรุกและเกมรับ และชัยชนะของทีมก็มาจากลูกจุดโทษที่เขาเรียกได้ในช่วงท้ายเกม เมื่อ เบนี บานิงกิม เข้าปะทะกับเขาในจังหวะที่เขาพยายามเก็บบอลไว้กับตัวด้วย

การได้ตัว ลอฟตัส ชีค กลับมาถือเป็นการช่วยเชลซีอย่างมาก ในช่วง 12 นัด สุดท้ายของฤดูกาล หรืออาจจะมากกว่านั้น ถ้าพวกเขาสร้างปฏิหาริย์เกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ในเลกที่ 2 ของฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ที่ อาริอันซ์ อารีนา ได้ด้วยการบุกไปเอาชนะให้ได้ตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป แต่ถ้าไม่ พวกเขาจะเหลือเกมแค่ 12 นัดเท่านั้น

และเกม 12 นัดที่ว่า เชลซี จะต้องเจอกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี, ลิเวอร์พูล รวมถึง วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่เป็นทีมลุ้นที่สี่กับพวกเขาในตอนนี้ นอกจากนี้ “สิงห์บลูส์” ยังต้องรับมือกับบรรดาทีมหนีตกชั้นทั้งหลายทั้งปวง ทั้ง แอสตัน วิลลา, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นอริช ซิตี ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลโดยตรงกับทีมของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ในการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ในปีหน้าด้วย

การกลับมาของลอฟตัส ชีค แม้จะช้าไปบ้าง แต่ก็เรียกได้ว่า ยังเป็นการกลับมาที่ถูกเวร่ำ เวลา และเขาน่าจะช่วยแลมพ์ได้ ไม่มาก ก็น้อย แน่นอน