‘แอโรว์ สกอล์ปต์’ จุดจบลูกส่ายในฟรีคิกของพรีเมียร์ลีก | by SPORTDesk. Team

29 June 2020
357 VIEWS

ปลายฤดูกาลแบบนี้ เป็นธรรมดาที่บรรดาแบรนด์ดังจะเริ่มทำการเปิดตัวอะไรใหม่ ๆ เช่น ชุดแข่งฤดูกาลหน้าของทีมชั้นนำ หรือรวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ถูกใส่อยู่ในส่วนผสมของฟุตบอลอย่าง รองเท้า, ถุงเท้า และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือ ลูกฟุตบอล ซึ่ง ไนกี ในฐานะแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนออฟฟิเชียล บอล สำหรับใช้ในการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก ก็ได้แย้มไต๋ของลูกบอลที่จะใช้ในฤดูกาลหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบรรดาเจ้าพ่อลูกนิ่งอาจจะไม่ชอบหน้ามันสักเท่าไหร่

แม้จะยังไม่เรียบร้อยแบบ คอมพลีต 100% แต่เทคโนโลยีใหม่ของ ไนกี ก็ได้รับการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยลูกบอลที่จะใช้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ในเดือนกันยายนนี้ มีชื่อว่า แอโรว์ สกอล์ปต์ (Aerow Sculpt) ซึ่งพวกเขาออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้แนวคิดจากลูกกอล์ฟ ซึ่งมีพื้นผิวที่ขรุขระ ในการออกแบบลูกบอลลูกนี้ และแน่นอนว่าคุณสมบัติที่ได้มาก็ไม่ต่างจากลูกกอล์ฟเลย

จากคำกล่าวอ้างของ ไนกี แนวคิดในการออกแบบ แอโรว์ สกอล์ปต์ ลูกนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อหยุด “การเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้” ของลูกบอลที่เกิดขึ้นจากการเตะ รอยขรุขระที่อยู่บนพื้นผิวลูกบอลจะช่วยลดแรงต้านของลมที่ทำให้ฟุตบอลส่ายเกินพอดีหลังเตะออกไปลง ซึ่งนั้นจะเป็นข่าวร้ายสำหรับบรรดาเจ้าพ่อฟรีคิก โดยเฉพาะสาย ‘นัคเคิล ช็อต’ เพราะทางแบรนด์ตราสวูช ยืนยันว่า ลูกบอลลูกนี้จะลดอาการ ‘ส่าย’ ของลูกบอลระหว่างอยู่กลางอากาศได้อย่างแท้จริง

แต่ถึงอย่างนั้นผู้รักษาประตูก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะว่าพื้นผิวที่ขรุขระของเจ้าลูกบอลลูกนี้จะส่งผลให้ลูกยิงประเภทลูก ไซด์โค้งที่เกิดจากการปั่นบอลโค้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการปั่นฟรีคิกให้บอลโค้งหนีกำแพงแล้วพุ่งเข้าหาประตูจะทำได้ง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ยังไม่นับลูกยิงประเภทที่เพื่อไหลบอลให้ปั่นแบบเฉือน ๆ ซึ่งอาจจะโค้งเป็นลูกยิงใบมีดโกนของ โซดะ มาโกโตะ แห่งกัปตันสึบาสะกันได้เลย (ว่าไปนั่น)

ไนกี ยืนยันว่า จะช่วยให้การเล่นบอลยาวเป็นเรื่องง่ายขึ้น เนื่องจากผิวสัมผัสที่น้อยลงเมื่อต้องเจอลมและอากาศ การวางบอลยาว หรือ ยิงไกล จะมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายน้อยลงไปด้วย และเทคนิคในการลดผิวสัมผัสนี้ยังส่งผลกับการเล่นบอลเลียดพื้นไปในคราวเดียวกัน เพราะผลวิจัยของพวกเขายืนยันว่า บอลจะไหลไปไกลกว่าเดิมราว 5-10% เมื่อทดสอบด้วยแรงส่งเท่ากันบนพื้นสนามหญ้า

สาเหตุที่ไนกีตัดสินใจเดินหน้าโปรเจค แอโรว์ สกอล์ปต์ เกิดขึ้นหลังจากที่ ลูกบอล จาบูลานี ที่ใช้ในฟุตบอลโลก 2010 ทำให้ลูกส่ายเป็นที่นิยมในการยิงประตู ซึ่งมันยากแก่การป้องกันและทำให้นายทวารทั่วโลกออกมาบ่นเรื่องนี้ตั้งแต่ลูกฟุตบอลของแบรนด์อาดิดาสดังกล่าวได้รับการทดสอบแล้ว แม้ ไนกี จะพยายามแก้ไขเรื่องดังกล่าวบางส่วนจากเทคโนโลยีที่ใช้กับลูกฟุตบอลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถลดปัญหาดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

หลังจากทดลองกันมายาวนานกว่า 8 ปีหลังจาก จาบูลานี เกิดมาบนโลก ในที่สุด ไนกี ก็เอาไอเดียจากลูกกอล์ฟมาพัฒนาเป็น แอโรว์ สกอล์ปต์ ได้สำเร็จ โดยผู้พัฒนามองว่าลูกกอล์ฟจะกลิ้งได้ไกลบนพื้นหญ้าเนื่องจากมีผิวสัมผัสน้อยกว่าลูกบอล ซึ่งการต่อยอดคราวนี้ ไนกี ยืนยันว่าลูกบอลใหม่ของพวกเขาลูกนี้จะช่วยให้การออกบอลกลางอากาศของนักฟุตบอลที่ใช้มัน แม่นยำขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับลูกบอล เมอร์ลิน ที่พรีเมียร์ลีกใช้ในฤดูกาลนี้

“ทุกอย่างที่ดำเนินการในแล็ปเรียบร้อยลงตัวไปหมดแล้ว และทุกอย่างมีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์ในการทดลองทั้งสิ้น” คีแรน โรแนน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของไนกี กล่าว

“ที่นี่เราสามารถตรวจจับความแตกต่างเล็กน้อยในการทำงานของลูกฟุตบอลที่อาจไม่สามารถรับรู้ได้กับนักกีฬาส่วนใหญ่ แต่เมื่อรวมความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นซ้ำไปซ้อมมามากกว่า 68 ครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัดของผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้น

“ในตอนแรกของการผลิต เราทำช่องพื้นผิวเป็นรูปสี่เหลี่ยม และเราทำเส้นนั้นซ้ำ ๆ กันถึง 68 เส้นรอบลูกฟุตบอล ต่อมาเราได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปร่างของร่อง เพิ่มบั้ง เพิ่มรอยนูนออกมา และมองหาคุณสมบัติหลายอย่างตลอดการทดลอง เพื่อให้ได้รูปแบบทางเรขาคณิตที่ช่วยส่งเสริมการลอยในอากาศที่มีเสถียรภาพมากขึ้นของลูกบอลลูกนี้”

การมาของเทคโนโลยีใหม่ จะเปลี่ยนโฉมการเล่นไปตามยุคสมัย หลังจากที่ลูกนัคเคิลช้อตกลายเป็นลูกยิงฟรีคิกที่ไร้การต่อต้านมาราวทศวรรษ การมาของ แอโรว์ สกอล์ปต์ อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของฟุตบอลไปอีกครั้งก็ได้ เราอาจจะเห็นการก้าวขึ้นมาครองยุคสมัยในโลกฟุตบอลของการวางบอลยาวและบอลครอสอีกครั้งก็ได้ เพราะถ้าลูกฟุตบอลทำให้มีความแม่นยำมากขึ้นก็เป็นปกติที่เหล่ากุนซือจะใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด

และแน่นอนว่า ยุคสมัยของฟรีคิกโค้ง ๆ (เสียงน้าหัง) แบบที่เราเห็นในยุคของ เดวิด เบ็คแฮม, จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน, โรนัลดินโญ หรือ อันเดรีย ปีร์โล อาจจะกลับมาให้เราเห็นจนเบื่ออีกครั้งก็ได้…