9 แมตช์ใน 26 วัน บททดสอบสำคัญของ “หงส์แดง”

ลิเวอร์พูล

หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในไตรมาสแรกของฤดูกาลนี้ ด้วยการนำเป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีกแบบ “ไร้พ่าย” ลิเวอร์พูล จะต้องพบกับบททดสอบครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคมนี้ จากโปรแกรมการแข่งขันที่มากมาย และหลายรายการเกือบจะทับซ้อนกันด้วยซ้ำ โดยรวมแล้ว เขาต้องลงเล่นถึง 9 แมตช์ ใน 26 วัน นั่นหมายความว่า พวกเขาจะต้องเล่นเฉลี่ยทุก 3 วันเลยทีเดียว และที่โหดไปกว่านั้นคือตลอด 26 วันที่ว่า พวกเขาต้องเดินทางเป็นระยะทางรวมไกลกว่า 17,000 กิโลเมตรตลอดทริป

เกมแรกของพวกเขาในทริปอันยาวนานนี้ เริ่มขึ้นแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่พวกเขาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 5-2 แต่นั่นเป็นเพียงการนับ 1 ในหนทางที่ยาวไกลเท่านั้น โดยหลังจากนี้ พวกเขาต้องรับมือกับ บอร์นมัธ ที่ดีน คอร์ต ในศึกพรีเมียร์ลีก ก่อนจะไปเยือน ซัลซบวร์ก หลังจากนั้น พวกเขาต้องบินกลับอังกฤษ มาเล่นกับ วัตฟอร์ด แล้วเดินทางไปเล่นกับ แอสตัน วิลลา ก่อนที่จะบินไปเล่นฟุตบอลสโมสรโลก ก่อนบินกลับมาเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก และปิดปีนี้ด้วยเกมในบ้านพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน เรียกได้ว่า เป็นเส้นทางที่ยาวนานและหนักอึ้งทีเดียว

และเมื่อต้องรับมือรับเกมมากมายติดต่อกันอย่างยาวนาน และ การเดินทางไป ๆ มา ๆ อันยาวไกลขนาดนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ต้องเตรียมทีมของเขาให้พร้อม ทั้งเรื่องสภาวะจิตใจ, ร่างกาย, อาหารการกิน รวมไปถึงการพักตัวผู้เล่นด้วยการโรเตชั่น

โดย ซาดิโอ มาเน เปิดเผยว่า พวกเขาใช้ความสำเร็จในการเล่นแต่ละรายการ เป็นเป้าหมายในการพยุงสภาพจิตใจให้ลืมเลือนความเหนื่อยล้าจากการต้องเล่นติดต่อกัน

“เอาจริง ๆ เลยนะ ผมคิดว่าความเหนื่อยนล้าเป็นแค่เรื่องที่เกิดขึ้นในหัว” มาเน กล่าว “ตราบเท่าที่ร่างกายของคุณยังฟื้นฟูได้ดี ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะลงเล่นในแต่ละเกม ถ้าทีมต้องการเรา ถ้าโค้ชต้องการเรา ผมก็จะอยู่ที่นี่เพื่อทำงานหนักในทุกเกมหลังจากนี้ และเตรียมตัวให้พร้อม

“คุณต้องเป็นมืออาชีพให้มากที่สุด ชัยชนะ และ ถ้วยรางวัล สามารถเป็นแรงผลักดันนักเตะทุกคนได้ตลอดเวลา ถ้าเราสามารถชนะ สโมสรโลก มันจะยิ่งทำให้เรามีโมเมนตัมที่ดี และหวังว่าเราจะคว้าแชมป์มาครองได้ และนั่นจะช่วยจุดพลังงานให้เราอีกครั้ง ก่อนไปลุยช่วงที่เหลือในฤดูกาล”

ขณะที่ ในเรื่องของ ฟิตเนส ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเล่นที่เกมที่ติด ๆ กัน ในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้ ลิเวอร์พูลได้ลงทุนอย่างมากกับเรื่องนี้ไปก่อนหน้านี้แล้วในการจ้างทีมงานมือดีเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เพียงแต่เขาดูแลเรื่องนี้อยู่หลังฉากและเรื่องราวของเขาไม่ค่อยเป็นที่ปรากฎให้เห็นมากนัก

อันเดรียส คอร์นเมเยอร์ หัวหน้าฝ่ายฟิตเนส และ วิทยาศาสตร์การกีฬาของ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้ต้องรับมือกับงานชุกอย่างมากใน 2 ปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เซลโกจ์ บูวัช อดีตผู้ช่วยลาออกไปจากทีม มือดีจากเยอรมนีรายนี้ เคยถูกบาเยิร์น มิวนิค จ้างในปี 2016 และทีม “เสือใต้” หงุดหงิดถึงที่สุดเมื่อต้องเสียเขามาทำงานให้กับ คล็อปป์ โดยเขามีหน้าที่ในการจัดการตารางเวลาของผู้เล่นในการเวิร์คเอาต์แต่ละวัน

ในการฝึกซ้อมที่ เอวิยอง ฝรั่งเศส ก่อนเปิดฤดูกาลนี้ คอร์นเมเยอร์ ตัดสินใจลดโปรแกรมการซ้อมจากปกติ 3 ช่วงต่อวันเหลือเพียง 2 ช่วง เพื่อไม่ให้นักเตะทำงานหนักเกินไป และในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่ ๆ แบบตอนนี้ นักเตะทุกคน จะได้โปรแกรมการฟื้นฟูร่างการของตัวเองส่วนตัว เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างการแต่ละคนด้วย

ขณะที่เรื่องอาหารการกิน ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องสภาพจิตใจและสภาพร่างกาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของ มอนนา เน็มเมอร์ หัวหน้าฝ่ายโภชนาการของสโมสรที่เป็นมือดีอีกคนซึ่งคอยดูแลเรื่องนี้ เธอจะคอยจัดการอาหารที่เหมาะสมให้นักเตะในเวลาที่ถูกต้อง 

การปรับปรุงอัฒจรรย์หลักของสนามใหม่ ทำให้ห้องทางอาหารติดกับห้องแต่งตัว ซึ่งเรื่องนี้ช่วยให้นักเตะได้รับคาร์โบไฮเดรต และ โปรตีน ได้รวดเร็วพอในชั่วโมงแรกหลังเกมจบลง ซึ่งทำให้นักเตะมีสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ เน็มเมอร์ ยังดูแลนักเตะอย่างดีในเกมที่ต้องออกไปเยือนคู่แข่งด้วย

ขณะที่ไม้ตายสุดท้ายของทีม “หงส์แดง” ที่จะทำให้นักเตะไม่ต้องรับภาระหนักเกินไป อยู่ในมือของเจอร์เกน คล็อปป์ คือการที่เขาสามารถบริหารจัดการนักเตะโดยการเช็คตารางการแข่งขันล่วงหน้าทั้ง 29 วัน การมีนักเตะอย่าง

 นาบี เกอิตา, เซอร์ดาน ชากิรี และ โจ โกเมซ ในทีมจะช่วยแบ่งเบาปัญหาตรงนี้ได้มาก ส่วนนักเตะสารพัดประโยชน์อย่าง เจมส์ มิลเนอร์​ ก็จะช่วยให้การจัดทีมของ คล็อปป์ ได้ง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว

“เราอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกนาทีในสนามของนักเตะทุกคนมีค่ามาก ๆ สำหรับเรา” คล็อปป์ กล่าว “ถ้ามีสนามชิกคนไหนในทีมของเรา ได้ลงเล่นน้อยที่สุดและเราไม่สามารถได้ประโยชน์จากการที่มีเขาในสนามจากเวลานั้น เราถือว่าไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเลย”



RELATED POSTS

Story

‘เบร็กซิต’ อาจจะกลายเป็น ยาพิษ ทำร้ายวงการบอลอังกฤษในระยะยาว

SPORTDesk. Team

ผลกระทบจาก ‘เบร็กซิต’ ต่อวงการฟุตบอล ยังมีการถกเกียง และ แสดงความวิตกเป็นระยะ ซึ่งล่าสุด อีเอฟแอล หรือ อิงลิช ฟุตบอล ลีก ก็ออกมาพูดเรื่องนี้ด้วย

Feature

เจาะลึก “แท็คติกส์” บอลโลก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ไข่มุกดำ

ผ่านพ้นไป 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์เต็ม ๆ พอดีสำหรับฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเดินทางมาถึงรอบควอเตอร์ไฟนอลที่ชาวโลกได้ 8 ทีมสุดท้ายแบบ “เซอร์ไพรส์” มิใช่น้อย ประเด็นสำคัญ ๆ กว่าที่บอลโลกครั้งที่ 21 จะเดินทางมาถึงจุดนี้มีอะไรบ้าง…ไปติดตามกันได้เลย

Story

(หลาย) ควันหลงจากลีกยุโรปสัปดาห์สุดท้ายเดือนสิงหาคม

SPORTDesk. Team

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา 4 บิ๊กโฟร์ลีกยุโรป ทั้งอังกฤษ-เยอรมนี-อิตาลี-สเปน เปิดฉากครบครันกันหมดแล้ว หลังจากที่บุนเดสลีกา เมืองเบียร์ได้ฤกษ์เปิดฉากหลังสุด และมีหลากหลายเกมที่มีประเด็นให้ถกเถียง พูดคุย เราจีงขอรวบรวมประเด็นที่น่าพูดถึงไว้ที่นี้