8 ปีครึ่งที่จากไปไม่เก่าเลย เมื่อ ร็อบบี้ ซาเวจ ยังมีไฟในวัย 45 ปี

ร็อบบี ซาเวจ
26 November 2019
100 VIEWS

ชื่อของ ‘ร็อบบี ซาเวจ’ อาจจะคุ้นหูคนดูบอลในยุค 90 หรือ ต้น 2000 แต่ชื่อของเขาอาจถูลบเลือนไปตามกาลเวลา หลังตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปยาวนานเกือบ 10 ปี ซึ่งจะว่าไป ถ้าหากคำว่า “แขวนสตั๊ด” ไม่ใช้คำเปรียบเปรย แต่เป็นการกระทำในโลกความเป็นจริง สตั๊ดของ ซาเวจ คงฝุ่นเกาะเขรอะ ในวันที่เขาเอาสตั๊ดกลับมาใส่อีกครั้ง และลงเล่นกับทีม สต็อกพอร์ต ทาวน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ครั้งสุดท้ายที่เขาหยิบสตั๊ดขึ้นมาใส่และลงสนามหญ้าในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนกลับมาในครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปในเดือน พฤษภาคม 2011 นั่นหมายความว่า นี่เป็นระยะเวลาราว 8 ปีครึ่ง ก่อนที่เขาจะกลับมาลงสนามให้กับทีมในลีกระดับ 10 ของอังกฤษในครั้งนี้

ในวัย 45 ปี เขาอาจจะไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งแบบที่ทำได้สมัยอยู่กับ ดาร์บี เคาน์ตี สโมสรสุดท้ายที่เขาลงเล่นก่อนแขวนสตั๊ดไปได้ แต่อย่างน้อย เขาก็ได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมกับทีมใหม่ และไม่ได้มีส่วนร่วมกับประดูใด ๆ เพราะเขาลงสนามมาในช่วงหลังจากที่ประตูทั้ง 5 ลูกในเกมนี้ เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ซาเวจ ลงเล่นในฐานะมิดฟิลด์ตัวลึกตลอด 10 นาทีสุดท้ายที่ลงสนามกับทีมใหม่ เขาได้โชว์ทักษะการเอาบอลลงต่อหน้าแฟน ๆ ทั้ง 225 คนที่มานั่งดูเกมเกมนี้ และเขาก็ช่วยยันสกอร์ที่ทีมนำอยู่ 1 ประตูไว้ได้จนเสียงนกหวีดสุดท้าย และเปลี่ยนมันกลายเป็น 3 คะแนนในนัดนี้ได้สำเร็จ

ลีลาในวัย 45 ปี ของ ซาเวจ

โดยเขาให้เหตุผลในการย้ายมาร่วมทีมในลีกอันดับ 10 ของอังกฤษ ในครั้งนี้ว่า เขาอยากจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะอายุน้อยในทีมแห่งนี้

มันไม่ใช่การพีอาร์ มันเป็นเพราะผมอยากจะช่วยให้พวกดาวรุ่งรู้สึกระบวนการในเกมมากขึ้น” ซาเวจ กล่าว หลังจากเช็นสัญญา

ผมไม่ใช่ส่วนสำคัญของเกม ผมจะต้องการขาอีกหลาย ๆ คู่ที่คอยทำเกมรอบ ๆ ตัวผม ลูกของผมต้องออกไปซื้อรองเท้าให้ผมวันนี้ด้วยซ้ำ มันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมของผมมากกว่า

แม้จะเป็นหนึ่งในนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “คลาส ออฟ 92” แต่เนื่องจากแจ้งเกิดไม่ได้ ทำให้เขาต้องไปแจ้งเกิดกับ เลสเตอร์ ซิตี้แทน ในฐานะกองกลางสายบู๊ตัวตัดเกม และกลายเป็นหนึ่งในตักเตะที่แฟนบอล “จิ้งจอก” สมัยนั้นรัก และลืมไม่ลง ก่อนที่เส้นทางของฟุตบอล จะพัดพาเขาไปอีกหลายสโมสร ก่อนเลือกจะยุติบทบาทในถนนสายนักเตะกับทีม “แกะเขาเหล็ก” ในปี 2011

ในฐานะนักเตะทีมชาติ ซาเวจ ติดทีมชาติ เวลส์ ไป 39 แมตช์ตลอดอาชีพ ระหว่งปี 1995-2004 เขาทำไป 2 ประตูเท่านั้นในนามทัพ “มังกรแดง”

แม้จะไม่ใช่เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ดึกดูดสปอร์ตไลท์จากสื่อมวลชนมากมายให้กลับมาสนใจเขาในวัย 45 ปีที่กลับมาลงสนามฟุตบอลอีกครั้ง แต่ด้วยวัยที่อยู่เฉย ๆ อาจจะดีกว่ามาเล่นบอล ในวัย 45 ปี ก็ต้องบอกว่า สิ่งที่เขาทำ และแรงบันดาลใจในการทำของเขาครั้งนี้

ทั้งยอดเยี่ยม และ ยิ่งใหญ่ ไปพร้อม ๆ กัน