7 เกมใน 23 วัน กับภารกิจสำคัญในการหยุด “หงส์แดง” ไม่ให้ ‘ไร้พ่าย’ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

โซลชา
7 January 2020
260 VIEWS

หลังจากที่ลิเวอร์พูล ผ่านช่วงเวลาอันตรายเมื่อปลายปีก่อน กับภารกิจการการเล่น 9 แมตช์ ใน 1 เดือนอย่างงดงาม มาเดือน มกราคม เราอาจจะได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญหน้ากับโปรแกรม “ชุกสุด ๆ” แบบนั้นบ้าง ด้วยการลงสนาม 7 เกมใน 23 วัน และที่สำคัญ 1 ใน 7 แมตช์ที่ว่า จะต้องเล่นเกม “แดงเดือด” กับลิเวอร์พูลด้วย ซึ่งจะต้องเป็นการเล่นเพื่อ “ขัดแข้งขันขา” คู่ปรับตลอดกาลรายนี้อีกต่างหาก

ภารกิจคราวนี้ของ “ปีศาจแดง” ไม่ใช่ภารกิจง่าย ๆ ธรรมดา หากแต่มันเป็น 7 เกมที่ค่อนข้างโหด ไล่ตั้งแต่

7 มกราคม -เหย้า แมนเชสเตอร์ ซิตี (คาราวบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ เลกแรก)
11 มกราคม – เหย้า นอริช ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
14 มกราคม – เหย้า วูล์ฟแฮมป์ตัน (เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดแข่งใหม่)
19 มกราคม – เยือน ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
22 มกราคม – เหย้า เบิร์นลีย์ (พรีเมียร์ลีก)
25/26 มกราคม – เยือน วัตฟอร์ด หรือ ทรานเมียร์ ในกรณที่ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในวันที่ 14 มกราคม
29 มกราคม – เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี (คาราวบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ เลกสอง)

จะเห็นว่าพลพรรค “ปีศาจแดง” ของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องเจอกับทีม บิ๊ก 6 ถึง 3 จาก 7 เกม แถมสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ที่พวกเขามีทีมที่ดึเลย เพราะในตอนนี้ พวกเขามีนักเตะที่ลงสนามไม่ได้ในปัจจุบันถึง 6 คนแน่ ๆ แล้ว ไล่ตั้งแต่ ปอล ป็อกบา, อีริค ไบยี, ทิโมธี โฟซู แมนซา, มาร์กอส โรโฆ, สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ และ อเล็กซ์ ตวนเซเบ้

นอกจากนี้ เจสซี ลินการ์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล ก็อยู่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ซ้อมตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตัน ส่วน ลุก ชอว์ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย ถึงแม้จะลงซ้อมร่วมกับทีมได้ก็ตาม

ใน 7 แมตช์ จาก 23 วันนับจากนี้ ยูไนเต็ด ต้องเล่นเกมพรีเมียร์ลีกถึง 3 นัดด้วยกัน นั่นหมายความว่า พวกเขาจำเป็นที่จะต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ถ้าหากยังต้องการที่จะไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในปีหน้า เพราะปัจจุบันพวกเขาตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 ในลีก อยู่ถึง 5 คะแนนด้วยกัน

โดยใน 1 ใน 3 นัดที่พวกเขาต้องเล่นในพรีเมียร์ลีก ตลอด 7 นัดเดือนนี้ มี 1 เกมสำคัญที่แฟน ๆ ต่างให้ความสำคัญ และ จับตามอง นั่นคือเกม “วันแดงเดือด” ที่พวกเขาจะต้องไปเยือน ลิเวอร์พูล ซึ่งทุกคนต่างรู้กันว่าเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้ และที่สำคัญกว่านั้น นี่เป็นโอกาสของพวกเขาที่จะทำลายความหวังของคู่แข่งในการคว้าแชมป์แบบ “ไร้พ่ายด้วย”

สาเหตุที่พวกเขาต้องเล่นเกมชุดขนาดนี้ ส่วนหนึ่งพวกเขาก็ต้องโทษตัวเองด้วย ที่พวกเขาเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ ทำให้ต้องเพิ่มโปรแกรมเตะโดยใช่เหตุ และนั่นยังเชื่อมโยงกับเวลาพักที่น้อยลงด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นบททดสอบสำคัญอีกครั้งสำหรับ โซลชา ว่าเขาดีพอจะพาทีมผ่ายพ้นโปรแกรมโหดจัดช่วงนี้ไปได้หรือไม่ และโปรแกรมทั้งหมดที่พวกเขาต้องเจอมันจะส่งผลต่อความสำเร็จในปลายฤดูกาลนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย!