5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday28

ลิเวอร์พูล
2 March 2020
138 VIEWS

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ มี 2 เกมที่ต้องเลื่อนออกไป นั่นคือการเจอกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี กับ อาร์เซนอล และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ แอสตัน วิลลา เพื่อเปิดทางให้กับฟุตบอล คาราบาว ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่ ซิตี เอาชนะ วิลลา ไปได้ตามคาด แต่กระนั้น อีก 8 คู่ที่เหลือก็แข่งขันกันตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเหลือเกมลงสนามกันแค่ 8 คู่ ก็เพียงพอที่จะทำให้เรามีเรื่องมาคุยกัน และนี่คือ 5 สิ่งที่เราเรียนรู้จากพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไม่ไร้พ่ายแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้แชมป์

ประเด็นร้อนแรงที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องของ สถิติไร้พ่ายที่สิ้นสุดลงของ “หงส์แดง” หลังจากความพ่ายแพ้ที่มีต่อ วัตฟอร์ด ทำให้สโมสรเดียวที่คว้าแชมป์โดยไร้พ่ายได้ ยังเป็นเพียง อาร์เซนอล ทีมเดียวต่อไป และน่าจะไม่มีใครมาทำลายสถิตินี้ได้ง่าย ๆ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ถึงแม้จะทำให้ลิเวอร์พูลเสียสถิติมากมาย แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือความเป็น ‘อิสระ’ จากแรงกดดัน และไม่ต้องรับภาระในการแบกสถิติมากมายอีกต่อไป ดังนั้น เป็นไปได้มากทีเดียว ที่หลังจากนี้พวกเขาจะเดินหน้าเก็บ 12 คะแนน และคว้าแชมป์แบบ “ม้วนเดียว” ไปเลย

บรูโน แฟร์นานด์ส ของจริงไม่ติงนัง

ความ “ลำไย” ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการยื้อยุดฉุดราคาของ บรูโน แฟร์นานด์ส จนกว่าจะปิดดีลก็เกือบเส้นตายของตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว ทำให้สื่อหลายสำนักวิเคราะห์กันว่า ยูไนเต็ด อาจจะเห็นปัญหาอะไรบางอย่างในตัวของเพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีสรึเปล่า?

แต่พอเอาเข้าจริง นอกจากไม่มีปัญหาอะไรแล้ว แฟร์นานด์ส ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการลงสนามกับ “ปีศาจแดง” 4 นัด มีส่วนร่วมกับ 4 ประตู จากการทำ 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่แพ้ใครมาตลอดระยะหลังด้วย

เลสเตอร์ กับฟอร์มที่หายไป

จากทีมลุ้นแชมป์เมื่อต้นฤดูกาล กลายมาเป็นทีมอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่ล่าสุด เลสเตอร์ ซิตี กำลังจะไม่ปลอดภัยในฐานะทีมอันดับ 3 โดยขืนถ้าพวกเขายังฟอร์มหลุดแบบนี้ต่อไป โอกาสที่จะจบในตำแหน่ง 4 อันดับแรกก็ดูจะเป็นปัญหาด้วย เพราะบรรดาทีมที่ตามมาลุ้นอันดับที่ 4 แต่ละทีมนั้น ไม่ธรรมดาเลยด้วย

5 นัดหลังสุดในทุกรายการ เลสเตอร์ ไม่ชนะใครเลย พวกเขาเสมอ 2 แพ้ 4 และการแพ้ในเกมล่าสุดต่อนอริช ซิตี ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาอยู่เหนือ เชลซี อันดับที่ 4 แค่ 5 คะแนนเท่านั้น และยังไม่นับว่า หลังจากนี้ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ต้องเจอกับบรรดาทีมหนีตกชั้นทั้ง แอสตัน วิลล่า, วัตฟอร์ด, ไบรจ์ตัน และต่อด้วยการเจอกับทีมลุ้นอันดับ 4 รัว ๆ ทั้ง อาร์เซนอล, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม, แมนฯ ยุไนเต็ด ซึ่งถ้าพวกเขายังเรียกฟอร์มเก่งกับมาไม่ได้…ถึงตาย แน่นอน

เชลซี กับการ “หนี” สุดชีวิต

สถานการณ์ของ เชลซี ช่วงนี้เรียกได้แค่ว่า “ทรง ๆ ทรุด ๆ” แต่เคราะห์ดีที่พวกเขาเหมือนมากับดวงอยู่บ้าง โดยถ้า ท็อตแนม หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ สถานการณ์ของพวกเขาจะโดนจี้เหลือ 1-2 คะแนน แต่กลายเป็นว่า ทีมหนึ่งได้แค่เจ๊า ส่วนอีกทีมหัวทิ่มไปเลย ดังนั้น ช่องว่างของพวกเขากับทีมที่ตามมายังห่างอยู่ 3 คะแนนด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของเชลซีตอนนี้ จะเรียกว่าแย่ก็คงไม่เต็มปาก แม้ว่าจะต้องหนีพวกที่ตามมาสุดชีวิต แต่ทีมอย่าง เลสเตอร์ ที่อยู่ข้างบนพวกเขาก็ยังดูเมาหมัดและไม่ฟื้น ดังนั้น หน้าที่ของ “สิงห์บลูส์” ไม่มีอะไรมากนอกจากชนะให้ได้มากที่สุด เพราะหลังจากนี้ ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล รอพวกเขาอยู่ทั้ง 2 ทีมเลย

ฝุ่นควันที่ยังยังไม่จางของทีมโซนตกชั้น

เป็นปกติที่คนจะมองไปที่อันดับที่ 4 ของตาราง มากกว่าโซนตกชั้น แต่อยากจะบอกว่า สถานการณ์ในโซนล่างของฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่า “ฝุ่นตลบ” และในอีก 10 นัดสุดท้าย อาจจะได้ลุ้นกันไปยาว ๆ จนถึงเกมสุดท้ายของดูกาลก็ได้ ว่าใครจะได้อยู่รอดในศึกพรีเมียร์ลีกต่อไปในฤดูกาลหน้า

สถานการณ์ตอนนี้ นอริช ที่เคยถูกมองว่าตกชั้นแบบ “นอนมา” ก็แง้มฝาโลงหลังชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบเหลือเชื่อ พวกเขาตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 6 คะแนน ขณะที่ รองบ๊วยอย่าง แอสตัน วิลลา มี 25 คะแนนก็จริง แต่แข่งน้อกว่าทีมอื่น ๆ  1 นัด ส่วน บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด, เวสต์แฮม มี 27 คะแนนเท่ากัน และ ไบรจ์ตัน ที่มี 28 คะแนนก็ไม่ปลอดภัย ซึ่ตอนนี้เท่ากับว่า ทีมที่ลุ้นตกชั้นมีถึง 6 ทีมเลยทีเดียว