5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday25

ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 25 จบลงอย่างครบถ้วนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และสัปดาห์นี้ไม่มีเกม มันเดย์ ไนท์ เพื่อเปิดทางให้กับการพักเบรกหนีหนาวครั้งแรกของศึกพรีเมียร์ลีก ที่กำลังจะมีขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการพักเบรกหนีนาวคราวนี้ จะแบ่งทีมออกเป็น 2 ชุด และทีมชุดแรกจะได้พักก่อนในสัปดาห์หน้า ส่วนอีกชุดจะได้พักตามมาหลังจากแข่งเกมสัปดาห์หน้าจบลง

นั่นคือความแปลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับลีกอังกฤษ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เรามาคุยกันถึงเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนดีกว่า เพราะว่ามันก็ยังมีเรื่องราวมากมายให้เราได้คุยกันเช่นกัน

ปลายทางของหงส์จะไปจบลงที่ตรงไหน?

34 นัดหลังของทีม “หงส์แดง” พวกเขาเก็บได้ 100 คะแนนจากคะแนนเต็ม 102 คะแนน เป็นสถิติที่ถือว่า “บ้าบอ” ที่สุดที่สโมสรสโมสรหนึ่งจะทำได้ และถ้านับเฉพาะแค่ฤดูกาลนี้ก็ยังต้องนับว่า “บ้าบอ” อยู่ดีกับการชนะ 24 เสมอ 1 จากการลงสนาม 25 นัด เก็บไปแล้ว 73 จากคะแนนเต็ม 75 คะแนนด้วยกัน

และจากการพ่ายแพ้ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะอีกแค่ 6 นัดจากเกม 13 นัดที่เหลือ ในการเถลิงแชมป์ปีนี้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้เห็นทีม “เรือใบสีฟ้า” เข้าแถวเป็นเกียรติแก่ทีมของคล็อปป์ ที่อาจจะคว้าแชมป์ไปแล้วในวันที่มาเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยมก็ได้ เพราะกว่าจะถึงเกมในวันที่ 4 เมษายน มันเหลืออีก 6 นัดอย่างพอดิบพอดี

บรูโน แฟร์นานด์ส งานดี…มีอนาคต

แม้จะยิงประตูช่วยให้ “ปีศาจแดง” เก็บ 3 คะแนนไม่ได้ในเกมแรกที่เขาลงสนามในสีเสื้อทีมไหม่ แต่ บรูโน แฟร์นานด์ส ก็จุดประกายอะไรหลาย ๆ อย่างให้แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใจชื้นขึ้นมาว่าพวกเขาไม่ได้โดนของ “ก็อปเกรดเอ” เล่นงานแน่นอนในคราวนี้

การจ่ายบอล 88 ครั้ง, หาโอกาสยิงได้ 5 ครั้ง, ยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง, เข้าแย่งบอลได้ 2 ครั้ง, ได้ฟาวล์ 2 ครั้ง และ เคลียร์บอลทิ้งอีก 3 ครั้ง สถิติเหล่านี้มันบ่งบอกกับเราว่ากองกลางโปรตุเกส มีบทบาทกับทีมทั้งเกมรุก และ เกมรับ นั่นแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และตั้งใจ ซึ่งถ้าเขายังรักษาความตั้งใจนี้ไว้ได้ต่อไป หลังจากนี้ก็ไม่น่าแปลกใจถ้า ยูไนเต็ด จะมีผลงานทีดีขึ้นตามลำดับ

ไก่เดือนทอง กับโอกาสในการคว้าที่ 4

การเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่แม้จะไม่ “โหดสัส” เหมือนฟอร์มที่เราเห็นในฤดูกาลก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม และโชเซ่ มูรินโญ่ ทำมันได้ทั้งที่ไม่มีกองหน้าอันดับ 1 อย่างแฮร์รี่ เคน ซึ่งนี่เป็นการสงสัญญาณว่าพวกเขาเริ่มจะปรับตัวกับการขาดกองหน้าทีมชาติอังกฤษได้บ้างแล้ว

หลังเกม นายใหญ่ชาวโปรตุกีส ยืนยันว่า การไล่ล่าที่สี่ของพวกเขายังเป็นเรื่องยากยิ่ง แต่ถ้าใครได้ดูเกมของทั้ง สเปอร์ส และ เชลซี ก็จะรู้ว่าอันดับ 4 สำหรับทีม “ไก่เดือยทอง” เป็นเรื่องที่ “เป็นไปได้” และมีโอกาสสูงด้วย หากพวกเขารักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้ต่อไป และการชี้ขาดนั้นจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ที่พวกเขาต้องไปเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งถ้า สเปอร์ส ไปเอา 3 คะแนนออกมาได้ เส้นทางสู่แชมเปี้ยนส์ลีก จะเปิดกว้างให้พวกเขาแน่นอน

การฝ่าวิกฤติ ชนิดทันควัน ของ บอร์นมัธ

ย้อนกลับไปหลังจบสัปดาห์ที่ 23 บอร์นมัธของ เอ็ดดี้ ฮาว รั้งอยู่ในตำแหน่งหนีตกชั้น อันดับที่ 19 แต่ชัยชนะในพรีเมียร์ลีก 2 นัดติดเหนือ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ต่อด้วยการเปิดบ้านเชือด แอสตัน วิลลา ทำให้พวกเขากระโดดขึ้นมารั้งอันดับที่ 16 ของตาราง ห่างจากโซนตกชั้น 2 คะแนนไปแล้ว

แต่จะบอกว่าพวกเขาปลอดภัยก็คงจะเร็วเกินไป เพราะ “เชอร์รี” จะต้องรับมือกับของแข็งตลอด 4 นัดต่อไป เริ่มจากการไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เยือน เทิร์ฟมัวร์ ของเบิร์นลีย์, เฝ้าบ้านรับการมาเยือนของเชลซี และไปเยือน แอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล เรียกได้ว่ามองโปรแกรมแล้วคิดตามเร็ว ๆ ถ้าได้ 6 คะแนนจาก 4 เกมนี้ถือว่าฉลองกันได้แล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในปีก่อน ถ้าทีมของ ฮาว เข้าจังหวะของตัวเองได้ พวกเขายังไงก็น่ากลัว แต่คำถามคือ ตอนนี้ บอร์นมัธ อยู่ในจังหวะนั้นหรือยัง?

อาร์เซนอล จะแก้ปัญหาที่ไหนก่อนดี?

ไม่รู้จะต้องเอาอวัยวะส่วนไหนมาก่ายหน้าผากก่อนดี สำหรับแฟน ๆ อาร์เซนอล ที่ดูเกมในสัปดาห์ที่ผ่านมากับ เบิร์นลีย์ ซึ่งถ้าพูดแบบไม่เข้าข้างใคร เกมนี้ “ปืนใหญ่” น่าแพ้แบบสุด ๆ แต่ติดที่ว่า “เฮง” ทำให้หลายโอกาสของทีมเจ้าบ้านเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ แต่กระนั้นมันก็แสดงให้เห็นแผลมากมายของทีมจากลอนดอนทีมนี้

ตั้งแต่ มิเกล อาร์เตตา เข้ามารับงาน ปืนใหญ่เสมอไปแล้ว 5 ชนะ 1 เสมอ 1 ในพรีเมียร์ลีก 7 นัด ซึ่งนั้นถือว่าน่าผิดหวังถ้าพวกเขาตั้งความหวังในการไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรป การทำประตูที่เคยเป็นจุดเด่นของทีม ก็ช็อตไปดื้อ ๆ แต่ทีมรับก็ดูดีขึ้นมาหน่อย ทว่าแผลงกลางก็ดูจะทำเกมได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งตรงนี้ต้องไปแก้ที่ความสม่ำเสมอของทีมปืนใหญ่ มีแต่คู่แข่งประเภท “กระดูก” รออยู่เต็มไปหมด ถ้าจะบอกให้แฟนปืนใหญ่ทำใจว่ามีโอกาสจะไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีหน้าสูง…

จะเป็นการเสียมารยาทเกินไปไหมครับ?



RELATED POSTS

Story

ฮาก้า มนต์ขลังที่เริ่มเสื่อมคลายของรักบี้สไตล์ ออลแบล็กส์

SPORTDesk. Team

อังกฤษถูกปรับ 2,500 เหรียญสหรัฐ จากการพยายามตอบโต้การทำฮาก้า แต่ไปละเมิดกฎการแข่งขัน แต่นี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจของ ฮาก้า ในเกมนั้น และอื่น ๆ

Story

ฟีฟ่าผุดแผนเพิ่ม 48 ทีมตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022

SPORTDesk. Team

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย มีการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการต่างๆ เติบโตมาอย่างมากมาย เพราะในช่วงเวลาเกือบๆ 90 ปี มีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจัดมาแล้วทั้งสิ้น 21 ครั้ง จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี มีว่างเว้นไปบ้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องจำนวนทีมที่เข้าแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกเมื่อ 88 ปีที่แล้ว คือจำนวน 13 ทีม กระทั่งล่าสุดในปี 2018 มีทีมเข้ารอบแข่งรอบสุดท้าย 32 ทีม

Thought

#coachingpoints ถึงจะ “ขี้เหร่” แต่สำคัญ

ไข่มุกดำ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “พรีเมียร์ลีก” มีการทำประตูสวย ๆ หลายช็อต หลายดอกนะครับ ทุกประตู “สวยสด” งดงามตามท้องเรื่อง และตาม “นิยาม” มาตรฐานของการทำประตูขั้นเทพครับ หรือจะว่าไปแล้วก็คือตาม “คอนเซ็ปต์” ที่เข้าใจได้ถ้วนหน้าว่า การทำประตูสวย ๆ ต้องมี “องค์ประกอบ” อะไรทำนองนี้