5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday23

ลิเวอร์พูล
20 January 2020
679 VIEWS

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ผู้เขียนหายหน้าหายตาไปเป็นเดือน ทำให้คอลัมน์นี้หายจากพื้นที่บน SPORTDesk.co ไปราว 6 แมตช์เดย์ ซึ่งเกมสุดท้ายที่เรามาเรียนรู้หลังเกมด้วยกัน คือ แมตช์เดย์ที่ 17 นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากจบแมตช์เดย์ที่ 23 สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก น่าจะชัดเจนขึ้นโดยเฉพาะสถานการณ์ในส่วนของจ่าฝูง ที่ลิเวอร์พูลยึดครองอยู่ ซึ่งจากชัยชนะของ “หงส์แดง” ในเกมแดงเดือด มันมีผลตามมาอีกอย่างหนึ่งด้วย คือทำให้ นอริช ซิตี้ ทีมบ๊วยของตาราง หมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ไปแล้วในตอนนี้!

และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นหลังจากพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 23 จบลง และเราหยิบยกมาพูดคุยกัน

ถึงเวลายอมรับความจริงว่า…มันจบแล้ว!

16 คะแนนเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 และ 19 คะแนนเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 แถมยังมีเกมตกค้างในมืออีก 1 นัด ในการพบกับทีมฟอร์มเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้อย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นี่อาจจะบอกกลาย ๆ แล้วว่า แชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ มีโอกาสสูงมาก ราว 70-80% ที่จะตกเป็นของลิเวอร์พูล

แน่นอน ในทางทฤษฏี มันยังอีกยาวไกล สำหรับเวลาที่เหลือในฤดูกาลนี้ แต่ในทางปฏิบัติ มันยากเหลือเกินที่จะให้ “หงส์แดง” พ่าย 6 นัด จาก 16 นัดที่เหลือ เพราะเมื่อดูฟอร์มการเล่นของพวกเขาแล้ว อะไรก็ดูง่ายไปหมด และฟอร์มแบบนี้แหละ ที่ทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดู “ตัวใหญ่” กว่าความเป็นจริง ทีมที่ต้องมาเล่นกับพวกเขาก็จะต้องเจอกับแรงกดดันมากกที่ควรจะเป็นเสมอ

ถึงเวลายอมรับกันได้แล้ว ว่า มันจบแล้ว สำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ สำหรับแฟนบอลบางทีม อาจจะต้องใช้คำว่า “ทำใจ” แทน แต่สำหรับ แชมป์ “ไร้พ่าย” อันนี้จะได้หรือเปล่ามันเป็นอีกเรื่อง เพราะหลังจากนี้ ทุกทีมก็ต้องต่างอยากจะเป็นทีมที่เอาชนะ “แชมป์” ในฤดูกาลนี้ให้ได้ และต้องมาลุ้นกันต่อว่า จะมีใคร ได้สิทธิ์นั้น…หรือไม่?

อีกครั้งที่ ฟาน ไดจ์ค ทำได้ดีกว่า แมคไกวร์

ถ้าย้อนเวลากลับไปก่อนที่เวลาที่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จะย้ายมายังลิเวอร์พูล และยังค้าแข้งกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ขณะที่ แฮร์รี่ แมคไกวร์ ยังเป็นนักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันนั้น มีคำถามกันว่า ระหว่าง 2 คนนี้ ใครคือนักเตะที่ควรค่าแกการซื้อมาร่วมทีมมากกว่ากัน

แต่เมื่อทั้งคู่ย้ายทีมแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนจะได้คำตอบ ฟาน ไดจ์ค กลายเป็นยอดกองหลังคำสำคัญระดับลุ้นรางวัล บัลลงดอร์ ค่าตัวอันมหาศาลที่เคยมีแค่คนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็มองกันว่า คุ้มค่า คุ้มราคา ขณะที่ แมคไกวร์ อาจจะไม่ได้เล่นแย่ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่น เป็นเพียงกองหลังธรรมดาทั่วไป

ข้อเปรียบเทียบของทั้งคู่มักจะชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่ทั้งสองคนต้องเข้าร่วมในเกม “แดงเดือด” และในเกมที่ แอนฟิลด์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่ต้องบรรยายมากสำหรับคนที่ดูเกมผ่านตามา ว่า วีวีดี ดีกว่า แมคไกวร์ อย่างไรบ้าง…

No Kane, No Gain.

0 ประตู คือจำนวนประตูที่ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทำได้ในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่สูญเสีย แฮร์รี เคน ไปจากอาการบาดเจ็บ ในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า พวกเขายิงประตูในลีกไม่ได้เลยมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก ๆ สำหรับทีมของ โชเซ มูรินโญ่

ฟุตบอลที่ทำประตูไม่ได้ มีโอกาสจะได้ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดคือผลเสมอเท่านั้น และมันก็เกิดขึ้นในเกมล่าสุดกับ วัตฟอร์ด ขณะที่ 2 เกมก่อนหน้านั้น เป็นผลแพ้ด้วยสกอร์ 0-1 ทั้ง 2 นัด ซึ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาที่กุนซือชาวโปรตุกีส ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว หากอยากพาทีมลุ้นไปเล่นในฟุตบอลยุโรปอยู่

การยืมตัวระยะสั้น หรือ การซื้อกองหน้าเพิ่ม อาจจะเป็นคำตอบที่ดูสิ้นคิด แต่ในเมืองตลาดนักเตะหน้าหนาวยังเปิดอยู่ นี่จึงมีความเป็นไปได้อยู่เช่นกัน และถ้าพวกเขาไม่ทำอะไรเลย ปัญหาการทำประตูไม่ได้นี่แหละ ที่จะฉุดให้ “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้ไปยุโรป

อันดับ 4 ที่ยังเปิดขว้าง

เชลซี มีโอกาสที่ดีในการทิ้งห่างทีมที่ตามมาไปก่อน แต่ในเมื่อพวกเขาทำไม่ได้ และต้องพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-1 นั้นก็ยังทำให้การลุ้นอันดับที่ 4 ยังคงเปิดกว้างอย่างไม่ต้องสงสัย ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ตามมาเป็นที่ 5 และ 6 ตามหลังเพียง 5 คะแนน ขณะที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ ท็อตแนม แม้จะดูห่าง แต่ก็ยังมีโอกาสถ้าทีมอันดับที่ 4 ยังแกว่งแบบนี้

ไม่ใช่แค่ที่ 4 อย่างเชลซีเท่านั้น ที่ฟอร์มการเล่นแกว่งในระยะหลัง ทีมรอง ๆ ลงมา อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เช่นกัน ดังนั้น จึงเปิดช่องว่างให้ วูล์ฟส์ ทำแต้มมาทาบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วูล์ฟส์ จะยืนระยะได่เช่นกัน

ด้วยความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นแต่ละทีม ถ้าทีมไหนหาฟอร์มเก่งได่เจอก่อน และ เล่นได้อย่างคงเส้นคงวามากกว่า ทั้งหมด นับตั้งแต่ เชลซี, ยูไนเต็ด, วูล์ฟส์, เชฟฯ ยูไนเต็ด หรือ ท็อตแนม ก็ล้วนแต่ได้ลุ้นอันดับที่ 4 ในช่วงการแข่งขันที่เหลือทั้งหมดแน่นอน

บอร์นมัธ กับจุดที่ไม่คาดคิดในปัจจุบัน

ถ้าจะบอกว้า บอร์นมัธ ของ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องมาหนีตกชั้นในช่วงกลางฤดูกาล ในช่วงเปิดฤดูกาลหลาย ๆ คนคงมองว่าเป็นไปได้ยาก แต่ในตอนนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว หลัง “เดอะเชอร์รี่” พ่ายต่อ นอริช ซิตี้ ทีมบ๊วย 0-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขามีแค่ 20 คะแนนจาก 23 นัดเท่านั้น

จริง ๆ แล้ว ทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว น่าเป็นห่วงมาสักระยะแล้ว โดย 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พวกเขาแพ้ไปถึง 4 เสมอ 1 มี 1 คะแนน และยิงได้เพียง 1 ประตู แต่เสียถึง 11 ประตู ซึ่งเท่ากับว่า พวกเขาเสียมากเฉลี่ยมากกว่านัดละ 2 ลูกด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่าตอนนี้ บอร์นมัธ มีปัญหาทั้งแนวรุก และ แนวรับ

ถ้า ฮาว ยังจูนทีมหาฟอร์มเก่งไม่เจอต่อไปแบบนี้ เราอาจจะมีโอกาสได้เห็น บอร์นมัธ กลายเป็นทีมตกชั้นประจำฤดูกาลนี้แบบสุด เซอร์ไพร์ส ก็ได้ ซึ่งนั่น ยังไม่มีคำตอบในตอนนี้ว่าจะเป็นแบบนั้นไหม?