5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday17

ลิเวอร์พูล

หลังจากพรีเมียร์ลีกนัดที่ 17 จบลงเมื่อคืนที่ผ่านมาด้วยผลเสมอ 1-1 ของ คริสตัล พาเลช กับ ไบรจ์ตัน ทำให้เราเห็นภาพของพรีเมียร์ลีกเห็นเด่นชัดขึ้นอีกหน่อย โดยเฉพาะสถานการณ์บนหัวตารางที่ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูล จะดู “ใส” ขึ้นเรื่อย ๆ หลังการสะดุดของ เลสเตอร์ ซิตี

และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นหลังจากพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 17 จบลง และเราหยิบยกมาพูดคุยกัน

ยุงเบิร์ก ไม่ใช่คนที่ อาร์เซนอล รอคอย

ข่าวการพูดคุยกับ มิเกล อาร์เตตา ของผู้บริหารทีมอาร์เซนอล อาจทำให้แฟน ๆ ปืนใหญ่ใจชื้นขึ้นมาบ้าง หลังจากได้เห็นฟอร์มนัดล่าสุดของ เฟร็ดดี ยุงเบิร์ก ด้วยการพาทีมพ่ายคาบ้าน ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี 0-3 ซึ่งอาจมองได้ว่าเขาไม่ใช่คนที่แฟน “ปืนใหญ่” ถามหาและไม่น่า “ใช่” มากพอ แม้ที่ผ่านมาในอดีตในฐานะนักเตะ มิดฟิลด์ชาวสวีดิช จะสร้างผลงานมากมายในฐานะนักเตะกับทีมก็ตาม

ปัจจุบัน หากไม่นับเลสเตอร์ ซิตี ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมาอย่างต่อเนื่อง อาร์เซนอล เป็นทีมเดียวในบรรดาทีมท็อป 6 ที่ไม่ได้เกาะอยู่โซนบนของตาราง ทั้งที่เป้าหมายของทีม คือการติด ท็อป 4 ไปเล่นในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าด้วยซ้ำ

ถึงตอนนี้ แฟนปืนใหญ่ก็คงทำได้แค่รออย่างใจเย็น และหวังว่ากุนซือใหม่ที่เข้ามา ใม่ว่าจะใช่ มิเกล อาร์เตตา หรือไม่ จะช่วยให้ทีมของพวกเขาฟื้นกลับมาได้เท่านั้น

มูรินโญ กำลังพา ท็อตแนม สู่ท็อป 4

โชเซ มูรินโญ คุมทีมสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในฐานะหัวหน้าโค้ชของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ มาแล้ว 5 นัด มีผลงาน ชนะ 4 แพ้ 1 โดยความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นนัดเดียวเกิดขึ้นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเก่าของเขา โดยรวมต้องบอกว่า “น่าประทับใจ”

นั่นทำให้ อันดับของทีม “ไก่เดือยทอง” ขยับจากกลางตารางในวันที่เขาเข้ามา มาอยู่ที่อันดับ 5 ในปัจจุบัน และตาม เชลซี อดีตสโมสรเก่าอีกทีมของเขาแค่ 3 คะแนน แถมเป็นการตาม “สิงห์บลูส์” ที่ฟอร์มกำลังอยู่ในช่วง “ขาลง” ด้วย แถมนัดหน้า มูรินโญ จะได้เจอกับทีมเก่าของเขาทีมนี้อีกต่างหาก ดังนั้นโอกาสกลับไปขึ้นท็อป 4 ของ ท็อตแนม มีไม่น้อยเลย

หลังจากนี้ สิ่งที่ “ไก่เดือยทอง” และ มูรินโญ ต้องทำไม่ใช่อะไรยากเย็น แค่พวกเขาต้องรักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองเอาไว้ให้ได้ต่อไป โดยเฉพาะ “ลูกฮึด” ท้ายเกมแบบที่เกิดขึ้นในเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ถ้าทำได้ โอกาสไป แชมเปียนส์ลีก ก็สดใสทีเดียว

เชลซี อาจต้องตั้งสติกันใหม่

นับตั้งแต่พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-2 เชลซีของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ดู “เมาหมัด” และเล่นอย่างสะเปะสะปะ มาตลอด โดย 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พวกเขา ชนะ 1 แพ้ถึง 4 นัด ซึ่งมันไม่ใช่ฟอร์มการเล่นของทีมที่เราคุ้นเคยในช่วงก่อนหน้านี้เลย 

ดูเหมือน สิ่งที่ทีมต้องการตอนนี้ ไม่ใช่แท็กติกส์ หรือ แผนการเล่นที่เหมาะสม แต่น่าจะเป็น “สติ” เพื่อเรียกฟอร์มการเล่นเก่าก่อนกลับมามากกว่า เพราะเอาเข้าจริง เชลซี คือทีมเด็ก ที่อายุน้อย ความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียวเพียงพอที่จะทำให้ความมั่นใจของนักเตะเหล่านั้นหายไปได้มาก ประกอบกับ แลมพาร์ด แม้จะเป็นกุนซือมากฝีมือ แต่ก็ยังใหม่ อาจจะยังเรียกสติเด็ก ๆ ในทีมได้ไม่ตรงจุดเท่าที่ควรด้วย

ตอนนี้ สิ่งที่ เชลซี ต้องการ คือการช่วยกันตบหน้าเพื่อร่วมทีมเบา ๆ แล้วบอกว่าพวกเขาเคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกันแค่ไหน เพราะถ้าสติยังไม่กลับมา การเจอกับ ท็อตแนม ของมูรินโญ พวกเขาอาจแปลสภาพจาก “สิงห์” กลายเป็น “หมู” ได้เลย!

เดอ บรอยน์ อาจดีกว่าในตำแหน่งตัวรุกเต็มตัว

จากมิดฟิลด์ห้องเครื่องที่สร้างสรรค์เกมให้เพื่อนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเกมล่าสุด เควิน เดอ บรอยน์ ถูกโยกมาเล่นเป็นหนึ่งใน 3 ประสานแดนหน้าเต็มตัว และผลงานของเขาก็น่าประทับใจเสียเหลือเกินจากการทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ใส่อาร์เซนอล และนี่อาจการเป็นโมเดลใหม่ให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เลือกใช้งานก็ได้

แต่แน่นอน ที่ใช้คำว่า “อาจ” เนื่องจากมันยังเป็นแค่เกมเกมเดียว และเป็นการเล่นงานใส่กองหลังที่พร้อมเสียประตูมากที่สุดทีมหนึ่ง โดยอาร์เซนอล เสียไปแล้ว 27 ประตู มากที่สุดอันดับ 8 ของลีก ซึ่งการคุม “เคดีบี” หลวม จนเปิดโอกาสให้มิดฟิลด์ เบลเยียม เกือบจะยิงแฮตทริกได้แบบนี้ คงไม่ใช่บทพิสูจน์ที่ดี

แต่อย่างน้อย สิ่งที่ แมนฯ ซิตี ได้เห็นจากเกมที่พวกเขาถล่ม “ปืนใหญ่” คือทางเลือก และ ความเป็นไปได้ไหม ที่พวกเขาจะได้ปรับใช้ เพื่อเอาไปสู้กับ ลิเวอร์พูล ให้ถึงที่สุดนับจากนี้!

หรือ “หงส์แดง” จะได้ถ้วยพรีเมียร์ลีกสีทอง!

ไม่ใช่แค่แชมป์ แต่หลายคนมองไปถึงแชมป์ “ไร้พ่าย” แล้ว สำหรับ ลิเวอร์พูล แม้ว่า เจอร์เกน คล็อปป์ จะให้ทีมมองไปแบบนัดต่อนัดก็ตามที แต่ด้วยฟอร์มการเล่นแบบดูไม่ออกว่าจะสะดุดเมื่อไหร่แบบนี้ จึงไม่แปลกที่จะมีใครคิดถึง “ถ้วยทอง” สำหรับทีม “หงส์แดง”

สิ่งที่อนุญาตให้แฟน ๆ ฝันถึงคำว่า “อินวินซิเบิล” ได้ เนื่องจากตอนนี้ พวกเขานำ เลสเตอร์ ซิตี ถึง 10 แต้ม มันต่างจากการนำ 8 คะแนนอยู่มากตรงที่ มันหมายถึงการพลาดแพ้ได้ 3 เกมเต็ม ๆ ก็ยังไม่โดนแซง และที่ยกตัวอย่างมามันอาจจะไม่ใช่ความพ่ายแพ้จริง ๆ แต่มันคือ “แรงกดดันที่น้อยมาก”

ถ้าสิ้นเดือนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ “จิ้งจอก” ไม่ว่าจะจบด้วย ผลเสมอ หรือ ชนะ จะทำให้พวกเขาผ่านกำลังจะผ่านครึ่งฤดูกาล ด้วยการนำคู่แข่งถึง 2 หลัก นั่นอาจจะมองได้ว่าพวกเขาก้าวไปหาถ้วยพรีเมียร์ลีกที่รอมาเนิ่นนานก้าวหนึ่งแล้ว ดังนั้นเรื่องจะคิดถึง “แชมป์ไร้พ่าย” ก็ดูไม่ใช่การ “มโน” เกิดเลยเสียทีเดียวแล้วด้วย!



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,439 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,987 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,150 ครั้ง

RELATED POSTS

Feature

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก: เมื่อเงินมีค่าน้อยกว่า เอกลักษณ์ ประเพณี และวิถีชีวิตของลีกผู้ดี

Mr.BOSTON

หากคุณเป็นแฟนประจำของ SPORTDesk แล้วล่ะก็ คงจำกันได้ว่าเมื่อราวสัปดาห์ก่อน เราได้หยิบยกแนวความคิดของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงฟอร์แมตในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรสุดยิ่งใหญ่รายการนี้เสียใหม่ มาเล่าสู่กันฟัง ทั้งยังชวนคุย ชวนคิด กันไปแล้ว

Story

คิดผิดแล้วที่เอาปืนปลอมจี้นักสู้ MMA หญิง

SPORTDesk. Team

เว็บไซต์ข่าวกีฬาบีบีซี ลงข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับนักสู้หญิงมิกซ์ มาเชียล อาร์ท (MMA) คนหนึ่ง ใช้ศิลปะการป้องกันตัว ต่อสู้กับผู้ร้ายที่เจตนาจะมา “ปล้น” เธอ ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร่ ประเทศบราซิล โดยนักสู้หญิงคนนี้เอาตัวรอดมาได้จากเคล็ดวิชา พร้อมทั้งอัดผู้ร้ายเสียจนอยู่ในสภาพ “หงอมพระราม” …. และที่หักมุมไปกว่านั้นคือ ไอ้โจรร้ายก็คิดจะจับเสือมือเปล่า เพราะไม่ได้เอาปืนจริงๆมาปล้น งานนี้โจรเลยต้องจบแบบเจ็บๆ…

Talk

หลายคำถามกับการย้ายฟ้าแล่บของ ‘พูลิซิช’

ลูกแม่กิ่ง

เป็นข่าวการย้ายทีมที่สร้างความฮือฮาได้พอสมควรรับปีใหม่เมื่อ เชลซี ประกาศการเซ็นสัญญากับ คริสเตียน พูลิซิช หนึ่งในสตาร์ที่น่าจับตามองมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรปจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวมากถึง 74 ล้านยูโร