5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday16

เลสเตอร์ ซิตี้
10 December 2019
248 VIEWS

หลังจากเกม ‘มันเดย์ไนท์’ ระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ อาร์เซนอล เมื่อคืนที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 16 ก็จบลงอย่างเป็นทางการ และในสัปดาห์นี้เราก็เห้นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันบางอย่าง และมีเรื่องให้พูดถึงหลายอย่างเหมือนเดิม

และนี่ คือเรื่องราวที่เราหยิบยกมาพูดคุยกัน หลังจากเกมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 16 จบลง

ใครจะหยุด “หงส์แดง”

ภาพจำในระยะหลังของ ลิเวอร์พูล คือการเป็นทีมที่ชนะใครไม่ขาด ต้องคัมแบ็คท้ายเกม และเก็บ 3 แต้มแบบหืดจับ ทั้งหมดนั้น ถูกลบลงจนเกลี้ยงในเกมล่าสุดที่พวกเขาเอาชนะ บอร์นมัธ แบบ “สบายเท้า” 3-0 ที่ไวทาลิตี สเตเดี้ยม ทั้งที่พวกเขาเริ่มมีการ โรเตชัน เพื่อรับกับโปรแกรมหนักที่กำลังจะมาถึง

ฟอร์มของลิเวอร์พูลในเกมนี้เรียกได้ว่า “น่ากลัว” ที่สุดเกมหนึ่งของฤดูกาลนี้ พวกเขาเล่นได้อย่างสมศักดิ์ศรีจ่าฝูงของตาราง หลังจากชนะไม่สวยมาหลายนัก และฟอร์มแบบนี้นี่เองที่จะทำให้ทีมที่ต้องเล่นกับพวกเขาหลังจากนี้ “เกรงกลัว” และถ้ายิ่งเป็นทีมเล็ก ก็จะยิง “ฝ่อ” ไปในตัวด้วย

ฟอร์มแบบนี้ทำให้คิดหนักจริง ๆ ว่าจะมีทีมไหนพอจะเบรกความร้อนแรงของพวกเขาได้ และเมื่อมองไปในโปรแกรมการแข่งขันแล้ว ทีมที่มีศักยภาพเพียงพอ อาจต้องรอในช่วงสิ้นเดือนที่ “หงส์แดง” จะเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ โน่นเลยทีเดียว!

ซิตี อาจต้องยอม “ยกธง”

หลังจากลงสนามมาเกือบครึ่งฤดูกาล และตามคู่แข่งแย่งแชมป์ถึง 14 แต้ม ต่อให้ผู้นำเป็นทีมเล็กทีมน้อยก็ยังต้องปวดหัว แต่นี่ผู้นำคือ ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรงแถมยังไม่แพ้ใคร ด้วยสถิติชนะ 15 เสมอ 1 นี่ยิ่งแล้วไปกันใหญ่ ต่อให้เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ตาม

ที่หนักไปกว่านั้น โปรแกรมที่รออยู่ของพวกเขาเรียกได้ว่า “หนักอึ้ง” เพราะต้องไปเยือน อาร์เซนอล ต่อด้วยเจอ เลสเตอร์ ซิตี แล้วต้องรับมือกับ 2 ทีมเล็กฟอร์มดีอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน และ  เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในช่วง บ็อกซิงเดย์ ซึ่งเรียกได้ว้า “รากเลือด” เลยทีเดียว

ปัญหาใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่พวกเขาอาจชนะได้ในโปรแกรมที่เหลือแล้วจะเพียงพอ แต่มันอยู่ที่พวกเขาต้องลุ้นให้ “หงส์แดง” สะดุดด้วย ซึ่งนี่เองที่เป็นปัญหาใหญ่ 14 คะแนน หมายความว่า ต้องลุ้นให้พวกเขาแพ้ 5 นัด หรือ เสมอ 7 นัด ซึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับฟอร์มของ “หงส์แดง” ในตอนนี้ ถึงแม้ เป๊ป จะบอกว่าพวกเขาจะสู้แบบเกมแต่เกม แต่แฟน ๆ ของ ซิตี อาจจะต้องทำใจไว้หน่อยก็ดีนะ

“จิ้งจอก” คือความหวังสุดท้าย

สำหรับกองแช่งลิเวอร์พูล (ซึ่งในประเทศไทยอาจหมายรวมถึงกองเชียร์ของทุกทีมที่ไม่ใช่ “เดอะ ค็อป”) เลสเตอร์ ซิตี้ อาจจะเป็นทีมเดียวในตอนนี้ ที่มีศักยภาพมากพอที่จะต่อกรกับ “หงส์แดง” ในการลุ้นไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้

ฟอร์มในนัดล่าสุดที่พวกเขาไล่ถล่ม แอสตัน วิลลา มา 4-1 เรียกได้ว่าเกือบสมบูรณ์แบบ แถม เจมี วาร์ดี ยังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงแบบสุด ๆ และขึ้นไปนำในตำแหน่งดาวซัลโวในตอนนี้ไปแล้วด้วย

จุดเปลี่ยนสำคัญในฤดูกาลนี้ อาจจะอยู่ที่เกมวันที่ 22 และ 27 ธันวาคม ที่พวกเขาจะเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี และ ลิเวอร์พูล ตามลำดับ ซึ่งถ้าหากลูกทีมของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส เอาชนะได้หมด ถึงตรงนั้นคำว่า “ลุ้นแชมป์เต็มตัว” ก็คงไม่เกินไปสำหรับทีม “จิ้งจอก” ทีมนี้แล้ว

ถึงเวลา “เชือด” เปเยกรินี แล้วหรือยัง?

หลังจากชนะเชลซีมา 1-0 เก้าอี้ประจำตำแหน่งของ มานูเอล เปเยกรินี ดูจะลดอุณหภูมิลงมาหน่อย แต่ผลการแข่งขันใน 2 นัดล่าสุด ทั้งการพ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 และ พ่าย อาร์เซนอล คาบ้าน 1-3 ทั้งที่นำไปก่อนในครึ่งแรก อาจจะทำให้สถานการณ์ของ เปเยกรินี ไม่ได้ดีขนาดนั้นอีกต่อไปแล้ว

3 สัปดาห์หลังสุด พรีเมียร์ลีก มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีมทุกสัปดาห์ ข่าวก่อนเกม มีทั้งกระแสที่ว่า เปเยกรินี จะได้ทำงานต่อ ต่อให้พ่ายทีม “ปืนใหญ่” และอีกกระแสคือพวกเขาพร้อมจะปลดนายใหญ่ชาวชิลีทันทีที่แพ้ และยังมีบางสื่อนำเสนอว่า เขาจะได้โอกาสถึงเกมพบ เซาธ์แฮมป์ตัน ในสัปดาห์หน้า

ในตอนนี้ อาจจะเป็นโชคดีที่ยังไม่มีข่าวปลดโค้ชออกมาจากรั้วลอนดอน สเตเดี้ยม และเขาอาจจะได้ทำทีมต่อไป แต่ถ้าสัปดาห์หน้า เขาพาทีมพ่าย “นักบุญ” ก็คงต้องทางใครทางมันแล้วล่ะ!

บรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของ “ปืนใหญ่”

“ขาดความมั่นใจ” คือเหตุผลที่ เฟร็ดดี ยุงเบิร์ก โทษว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ อาร์เซนอล พ่ายแพ้ต่อ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน เมื่อกลางสัปดาห์ แต่ในเวลาแค่ 3 วัน เขาเรียกความมั่นใจกลับมาให้ทีมได้อย่างเหลือเชื่อ และพาทีมเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 10 เกมได้สำเร็จ

นอกเหนือจากชัยชนะที่น่าประทับใจ นี่ยังเป็นชัยชนะในเกมเยือนนัดแรกของพวกเขานับตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาลกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเดือนสิงหาคม แถมนักเตะที่เคยเล่นไม่ออกมาตลอดอย่าง นิโกลาส์ เปเป ก็กลับมาเล่นได้อย่างโดดเด่นอีกครั้งในเกมนี้ ซึ่งมันแสดงให้เราเห็นถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของบรรดานักเตะปืนใหญ่

ปัญหาที่น่าสนใจหลังจากนี้คือ ไม่รู้ว่า ยุงเบิร์ก จะได้ทำงานถึงเมื่อไหร่ แต่ในตอนนี้ระหว่างที่นักเตะกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี ขอให้พวกเขาได้ใช้บรรยากาศแบบนี้ กอบโกยแต้มให้เต็มที่ก่อนเถอะ!